สำหรับผมไม่มีคำว่า The Best มีแต่คำว่า Better


 

เมื่อความต้องการของคนตามหลักปัจจัยสี่ ยังมิอาจจะขาดซึ่งสิ่งที่เรียกว่า ที่อยู่อาศัย’ ฉันใด ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงเป็นแวดวงที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจะก้าวตามความเปลี่ยนแปลง ในแก่นหลักดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยบริบทแวดล้อมของยุคสมัยใหม่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ในฐานะผู้บริหาร ของบริษัทอสังหาฯ ที่ยืนยาวมากว่าสามทศวรรษ ซึ่ง คุณชูรัชฏ์ ชาครกุล หรือ คุณตั้ม กรรมการ และกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชนผู้บริหารหนุ่มวัย 38 ปี และคุณพ่อลูกสอง ก็ได้มาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองและวิสัยทัศน์ ที่ลลิลจะก้าวต่อไปในอนาคต ที่เปรียบได้กับการผสมผสานที่น่าสนใจของแก่นหลักเดิม และหัวใจของคนรุ่นใหม่ที่น่าติดตามอย่างยิ่ง

 

วัยเด็กที่เปิดกว้าง กับทางที่เลือกเดิน 

 

ถ้าหากให้ลองจินตนาการถึงชีวิต ของคนที่เป็นลูกชายคนโต เจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ และยืนยาวมากว่าสามทศวรรษนั้น มันไม่แปลกที่จะชวนให้นึกถึงภาพของชีวิตอันหรูหรา หรือกฎระเบียบอันแน่นขึง เพื่อกรุยทางสำหรับการส่งมอบจากรุ่น สู่รุ่น แต่คุณชูรัชฏ์ หรือคุณตั้ม ผู้บริหารรุ่นสองของลลิล กลับบอกเล่าด้วยโทนเสียงสบายๆ 

 

 

 

 

ผมเรียนประถมศึกษาที่เซนต์ดอมินิก จบมัธยมศึกษาจากเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ และสอบเทียบไปเรียนต่อจนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็เป็นเด็กเรียนทั่วๆ ไปครับ ที่บ้านก็ไม่ได้บังคับกะเกณฑ์อะไรมากนัก” คุณตั้มกล่าว ตอนจบมัธยมต้น เคยคิดจะไปสอบที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเหมือนกัน แต่เตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการอยู่ใกล้บ้านมากกว่า แบบที่สามารถเดินไปเรียนได้ ประกอบกับสมัยเด็กๆ ผมต้องตื่นตีห้าเพื่อขึ้นรถโรงเรียนให้ทัน เลยบอกกับที่บ้านว่า ขอไม่ไปสอบนะ เรื่องเรียนเอาตัวรอดได้ ขอไม่ต้องตื่นเช้าก็พอ” คุณตั้มกล่าวย้อนพร้อมเสียงหัวเราะสบายๆ 

 

แน่นอนว่าการเล่าเรียนของคุณตั้มเองก็ไม่ได้มีปัญหา เพราะยังอยู่ในระดับต้นๆ ของสายวิทย์-คณิต ที่คุณตั้มชื่นชอบ และดำเนินแนวทางสอบเทียบ เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสายสาขาสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือได้ว่าแปลกแตกต่างไปจากค่านิยมของคนในรุ่นเดียวกัน

 

ถามว่าแตกต่างมั้ย มันแตกต่างครับ” คุณตั้มอธิบาย แต่ผมเองก็มองว่า ในช่วงนั้น กระแสสิ่งแวดล้อม แนวคิด ISO กำลังมาแรง ถ้าเราได้เรียนแล้วล่ะก็ มันอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต ซึ่งการที่เราจะเป็นผู้นำนั้น ก็ต้องเริ่มจากสิ่งที่ไม่มีคนทำ กรุยทางไปก่อน

 

อีกครั้งที่เราอดถามไม่ได้ว่า ทางบ้านของคุณตั้ม ที่ดำเนินกิจการอสังหาริมทรัพย์ได้ระยะหนึ่งคิดเห็นอย่างไร โดยเฉพาะกับบทบาทลูกชายคนโต ซึ่งคุณตั้มเองก็ยังคงคำตอบเดิมคือความเปิดกว้าง

 

ผมค่อนข้างจะแตกต่างจากบ้านอื่นนิดหนึ่งตรงที่ คุณพ่อไม่ได้ออกปากว่าคาดหวังไว้ตรงๆ ครับ คือจะเรียนอะไรก็ได้ ตอนที่ผมเลือกเรียนวิศวกรรมศาสตร์ สาชาสิ่งแวดล้อม ท่านก็บอกแค่ว่า ก็ดีนะ มันช่วยเรื่องการคิดอย่างเป็นตรรกะ มีประโยชน์ ซึ่งส่วนตัวผมมองว่า ความรู้จากในห้องเรียน มันเป็นแค่ฐานให้เราเอามาต่อยอดเพิ่มเติมในชีวิตจริงมากกว่” คุณตั้มกล่าวทิ้งท้าย 

 

และด้วยความสามารถในการเลือกและหัวในอันเป็นอิสระนั้นเอง ที่ทำให้ชีวิตถัดจากนั้นของคุณตั้ม ได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับความเปิดกว้างและบทบาทที่จะได้รับในเวลาที่จะมาถึง

 

 

 

 

สปอร์ตแมนแห่งแดนสยาม กับชีวิตต่างแดน 

เมื่อเอ่ยถามถึงสิ่งที่คุณตั้มชื่นชอบที่จะทำมากที่สุด อย่างไม่น่าเชื่อว่า การเล่นกีฬา’ จะเป็นคำตอบที่ออกมา ด้วยความกระตือรือล้น และบ่งบอกถึงความชื่นชอบอย่างยิ่

 

สมัยก่อนไม่ได้คิดอะไรมากครับ ก็ไปเรียน และเล่นกีฬา ผมจะชอบเล่นกีฬามากๆ เรียกว่าเป็น sportmanมาแต่เด็กๆ เล่นหมด เตะบอล เล่นบาสเก็ตบอล ปิงปอง วอลเลย์บอล เล่นหมด แต่ถ้าถามว่าเป็นเด็กเฮี้ยวมั้ย ก็ไม่ครับ เป็นเด็กเนิร์ดธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่เรียน และเล่นกีฬามากกว่า รวมถึงตอนอยู่มหาวิทยาลัย ก็เล่นกีฬา และมีกิจกรรมออกค่ายบ้าง เรียกว่าอาจจะมากกว่าสมัยมัธยมสักหน่อย เพราะเรามีอิสระและชีวิตเปิดกว้างมากกว่า” คุณตั้มอธิบาย

 

ซึ่งความชื่นชอบนี้ ก็ติดตัวไปกับคุณตั้มในยามที่ตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ในสาขาเศรษฐศาสตร์ที่มลรัฐ Illinois และ MBA ที่มลรัฐ DC ภายหลังจากที่ใช้ชีวิตการทำงานในฐานะ เจ้าหน้าที่ธนาคาร ฝ่ายสินเชื่อที่ธนาคารกรุงเทพได้สองปี

 

ช่วงนั้นผมเข้ามารับผิดชอบในส่วนของสินเชื่อฝ่ายสิ่งทอหรือ Garment แน่นอนว่าเราเองที่ไม่มีพื้นฐานด้านนี้มาก่อน ก็ต้องไปเรียนเอาความรู้เพื่อใช้ในการทำงาน ผมตัดสินใจลงเรียนที่ABAC ซึ่งหนักมาก ทำงานห้าวัน ต้องไปเรียนตอนเย็นสามวัน เรียกว่าทรหดแบบสุดๆ แต่มันก็ทำให้เรามีความรู้ในด้านนี้ รวมถึงความสามารถในการจัดแบ่งเวลา ที่จำเป็นอย่างยิ่งก็ถือว่าโหดอยู่นะครับ เพราะคนวัยเดียวกัน ทำงานเสร็จก็ไปเที่ยวได้ เราต้องไปเรียนเนี่ย (หัวเราะ)” 

 

 

 

 

คุณตั้มเรียน MBA ที่ ABAC จนเกือบจะจบ แต่กลับตัดสินใจที่จะลาออกมา ด้วยเหตุผลที่ว่า มีความตั้งใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศมาตั้งแต่แรกเริ่ม ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาต่อเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 40 จึงเป็นเหตุผลที่พอเพียงที่ทำให้คุณตั้มตัดสินใจไปโดยไม่ยากเย็นนัก ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดโลกอย่างยิ่งสำหรับคุณตั้ม ในสายวิชาเศรษฐศาสตร์ และบริหาร MBA 

 

ตอนเรียน MBA ที่ DC นั้น เรียกว่าเปิดโลกเลยก็ว่าได้ครับ” คุณตั้มกล่าวถึงช่วงเวลาดังกล่าว คือคนที่เรียน MBA ที่ต่างประเทศ จะเป็นคนวัย 30-40 ที่ผ่านการทำงานมาในระดับหนึ่ง จะมีกรณีศึกษามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอยู่บ่อยๆ ซึ่งทำให้เราได้รับประโยชน์ไปด้วย และอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเรามาเร็วกว่านี้สองปีโดยไม่ผ่านการทำงานมาก่อน เราคงนั่งใบ้ไม่มีอะไรไปพูดคุยด้วยแน่ๆ

 

แต่ถึงแม้จะไปเพื่อการศึกษาเป็นหลัก แต่ความชื่นชอบกีฬาในแบบ Sportman ของคุณตั้มก็ยังไม่ได้หายไปไหน จนเรียกได้ว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่อาจแยกขาดจากกันได้

 

ตอนอยู่ที่ Illinois นั้น ผมเล่นกีฬาค่อนข้างหนักครับ กอล์ฟ ฟุตบอล บาสเก็ตบอล โดยเฉพาะบาสเก็ตบอลนั้น เคยเล่นและโดนชนล้มสลบไปสองนาทีเลยทีเดียว” คุณตั้มกล่าวความหลังอย่างติดตลก แต่นอกเหนือจากนั้น ก็จะมีพวกกิจกรรมแคมปิ้ง หรือออกทัวร์แบบขับรถไปกันกับเพื่อนๆ ครับ

 

อาจจะนับได้ว่าเป็นชีวิตที่ไม่แตกต่างจากปกติโดยทั่วไป ซึ่งมีส่วนเสริมความเรียบง่าย และทัศนคติในการทำงานของคุณตั้ม ที่แข็งแรง มีหลักการ ที่คุณตั้มจะได้นำมาปรับใช้ในการทำงานและภาระที่จะต้องน้อมรับในเวลาข้างหน้า

 

 

 

 

 

สะสมความรู้ ก่อนกลับมาดูแลกิจการ

ในช่วงเวลาหนึ่งของผู้คน อาจจะมีจังหวะที่สามารถโลดโผน ผจญภัย และสะสมประสบการณ์ใหม่ๆ ในการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เสียงเรียกแห่งความรับผิดชอบจะเรียกให้เรากลับมา เช่นเดียวกับคุณตั้ม ที่เมื่อสำเร็จการศึกษา ก็ได้เวลาที่จะต้องกลับมาทำงานอย่างจริงจัง

 

แต่ที่แตกต่างออกไปจากปกติคือ คุณตั้มเลือกที่จะทำงานในสายเศรษฐศาสตร์ก่อน แทนที่จะกลับมารับช่วงต่อลลิลอย่างที่เข้าใจ

 

คงเพราะเรารู้สึกว่าอยากจะใช้วิชาที่เรียนมานั่นล่ะครับ ที่ทำให้ผมตัดสินใจไปแบบนั้น” คุณตั้มกล่าวถึงงานแรกหลังจากกลับมาจากสหรัฐอเมริกา คือฝ่ายการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน ไม่มีอะไรมากครับ เดินเข้าไปสมัครเลย เพราะอยากใช้วิชาที่เรียนมาลงสนามจริงบ้าง สัมผัสด้านการเงิน, IPO คือเป็นงานผสมผสานทั้งงานเอกสาร และการออกไปพบเจอผู้คน ก็รู้สึกชอบ และอยากลองดูสักครั้ง ทำอยู่ที่นี่ประมาณสองปี

 

แต่ระหว่างสองปีที่ทำอยู่บริษัทการเงิน คุณตั้มก็ค่อยๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ทีละนิดๆ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมโยงกับสิ่งที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบในอนาคต

 

ผมจะ monitor ในด้านไฟแนนซ์และการเงินเป็นหลัก ซึ่งจุดหนึ่งของลลิลที่เป็นข้อดีคือ เราจะค่อนข้าง Conservative ด้านการเงินสูงมาก เผื่อทางหนีทีไล่ไว้ตลอด ไม่ได้ทำอะไรแบบสุ่มเสี่ยง เพราะผมถือว่า การทำธุรกิจไม่ใช่การเล่นพนัน ไม่ต้องทุ่มแบบ All In หรือได้เสียแบบ Do or Die แต่ต้อง Do เพื่อที่จะไม่ Die หรือถ้าใกล้จะ Die ก็ต้องทำให้ไปต่อให้ได้

 

ด้วยฐานการทำกิจการของลลิลที่มีความระแวดระวัง กับหัวคิดที่ทันสมัยของคุณตั้ม ทำให้แนวทางหนึ่งของลลิลได้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ และต้องใช้เวลาอีกสักระยะ กว่าที่สิ่งนั้นจะเริ่มออกดอกออกผล

 

 

 

 

 

แนวทางแห่งลลิล และวิสัยทัศน์ที่มีต่อแวดวงอสังหาฯ

หลายคนที่ไม่คุ้นเคย อาจจะมองแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ว่าเป็นธุรกิจของคนรวย เป็นเกมของคนมีเงิน เป็นความฉาบฉวยแบบซื้อมาขายไป ซึ่งนั่นถือว่าเป็นมุมมองที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างมาก เพราะคุณตั้มได้ชี้ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วอสังหาริมทรัพย์นั้น มีความคงตัวกว่าที่เข้าใจ

 

ช่วงที่ผมเริ่มทำงานกับลลิลในปี 2009 ถือว่าเป็นช่วงกำลังบูมของอสังหาฯ เลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าในปัจจุบัน มันยังอยู่ในสถานะทรงบวก ขึ้นแต่ไม่ได้ขึ้นแรงเหมือนช่วงสามถึงสี่ปีที่ผ่านมา ไม่ลงเหวเหมือนช่วงตกต่ำ และหนี้ครัวเรือนก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้ตลาดไม่กระเตื้องเฟื่องอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ไม่หยุดนิ่ง คืออสังหาฯ นั้น เป็นสิ่งที่มีความต้องการโดยตลอดและไม่สิ้นสุด แต่หนี้ครัวเรือนทำให้การใช้จ่ายต่างๆ ลดลง ส่งผลกระทบต่อความต้องการไปด้วยในตัว

 

แน่นอนว่าในจุดนี้ คุณตั้มยังคงย้ำ ว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการ กับความสามารถในการซื้อ คือสิ่งที่ผู้ประกอบการจะต้องทำความเข้าใจให้เด็ดขาดไม่ผิดพลาด เพื่อจะได้สร้างสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างเหมาะสม

 

ผมมองว่าตลาดบ้านและอสังหาฯ นั้นเป็นตลาดที่เป็น Real Demand ครับ คนเราต้องการบ้านและอสังหาฯ เป็นที่อยู่อาศัย มันอาจจะซบลงไป แต่มันจะไม่ตายลง แต่จะค่อยๆ มาแบบน้ำซึมบ่อทราย อาจจะแตกต่างจากคอนโดมิเนียม ที่มีการ Fluctuation ขึ้นลงค่อนข้างสูง แต่บ้านนั้นจะไหลไปเรื่อยๆ แต่มันไม่สามารถชี้วัดออกมาเป็นตัวเลขชัดเจนเป๊ะๆ แต่ต้องเกิดจากการสำรวจตลาด ว่า Segment ไหนที่จะมีการเติบโตในระดับที่น่าพอใจ ที่พอจะมีพื้นที่ให้เข้าไปได้ ซึ่งก็ขึ้นกับแต่ละบริษัทอีกนั่นเองที่จะเลือกว่าจะเข้าตรงไหน ถอยในจุดใด ไม่เกี่ยวกับว่าสภาพเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ดีก็ไม่ต้องทุ่มทั้งหมด แผ่วก็ไม่จำเป็นว่าจะถอยจนสุดตัว มันมีจังหวะของมันอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับลลิลเองก็มองว่า Segment ของตลาดบ้านราคาไม่เกินสามถึงห้าล้าน ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้

 

 

 

 

นั่นส่งผลต่อการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใดๆ ของทางบริษัทที่จะเกิดขึ้น ที่ไม่มีสิ่งใดที่แน่นอนตายตัว ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมอยู่เสมอ

 

จุดนี้ มันจะแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ภูมิภาคครับ ในเมืองก็แบบหนึ่ง ต่างจังหวัดก็อีกแบบหนึ่ง อย่างในเมืองก็อาจจะเป็นการแถม Gadget ใหม่ๆ แต่ต่างจังหวัด จะเน้นที่ส่วนลดหรือเฟอร์นิเจอร์ครบ เราก็ต้องดีไซน์ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า แต่ทั้งนี้ มันก็ต้องแยกประเด็นออกมาอีกว่าเป็น ความต้องการ และความสามารถในการซื้อ เพราะใครๆ ก็อยากได้ของดี ราคาถูก ของแถมครบ แต่ความสามารถในการเลือกซื้อนี่ล่ะ ที่จะเป็นตัวกำหนดที่แท้จริง ที่ทางเราจะต้องเอามาใช้ในการพิจารณาสินค้าให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

ซึ่งด้วยการฟังเสียงของกลุ่มลูกค้า และการพิจารณาแผนงานอย่างรอบคอบ ทำให้ลลิล ได้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนไปได้หลากหลาย เช่น Financial Clinic สำหรับให้คำแนะนำด้านสินเชื่อ หรือการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ในสื่อใหม่เช่นSocial Media และการฝึกฝนให้พนักงานขาย สามารถให้คำแนะนำ และคำปรึกษาได้แบบOne-Stop Service 

 

 

 

 

 

ต้องบอกว่าผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงค่อนข้างไว ทำการบ้านหาข้อมูลมากขึ้น รวมถึงไตร่ตรองพิจารณานานขึ้นกว่าที่จะทำการตัดสินใจ แต่สำหรับทางเรา ก็มีการปรับเปลี่ยนสินค้าเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา เวลาลูกค้ามีคำแนะนำใดๆ เราก็พร้อมเสมอ ที่จะนำมาปรับปรุง แก้ไข เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นดียิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ คุณตั้มยังได้กล่าวว่า สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้าน ที่อยู่อาศัย และอสังหาริมทรัพย์ นี่เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นปัจจัยประกอบกัน

 

ในมุมมองของผมนั้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้าน ผมคิดว่านี่เป็นจังหวะเวลาที่ดี คือหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยนั้นค่อนข้างต่ำสำหรับผู้ที่จะกู้ซื้ออสังหาฯ เรียกว่าต่ำสุดในรอบยี่สิบปีเลยก็ว่าได้ แล้วสองคือ มาตรการภาครัฐที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ว่าจะเติบโตต่อไป รวมถึงสัญญาณว่าภาคอุตสาหกรรมนั้นก็จะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น รวมถึงโปรโมชันต่างๆ ของผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่สร้างข้อได้เปรียบให้กับผู้บริโภค

 

แน่นอนว่าความสำเร็จเหล่านี้ ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะคุณตั้มเองก็มองว่า ลลิลยังสามารถดีได้มากขึ้น และไปได้ไกลขึ้น จากความพยายามและการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

 

สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับการสอนอยู่เสมอนั่นคือ ‘Enough is not Enough’ คือเราต้องก้าวหน้า ก้าวต่อไป มุ่งหน้าต่อไปอยู่เสมอ พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีคำว่า The Best มีแต่คำว่า Better คือต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งที่ผ่านมา ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ก็มีการขยายตัว เติบโตต่อยอดในตลอดระยะเวลาสี่ถึงห้าปีที่ผ่านมา อย่างตอนที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ยอดของลลิลที่รับรู้ อยู่ที่ 900 ล้าน ซึ่งปี 2017 นี้ ก็ตั้งเป้าไว้ที่ 2400 ล้าน ซึ่งก็เชื่อว่าเราจะไปถึงจุดนั้

 

 

 

 

การจัดแบ่งเวลา และบทบาทที่แตกต่างกันไป

 

มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า สำหรับผู้บริหาร ทักษะในการจัดแบ่งเวลาให้เหมาะสม ถือว่าเป็นสิ่งที่มิอาจขาดไปได้ ซึ่งคุณตั้มเอง ในฐานะรุ่นที่สองของลลิล และผู้บริหารระดับสูง ก็มีความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้อย่างยิ่ง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดัน ทั้งจากตัวเอง และจากบริบทแวดล้อมก็ตาม

 

ความกดดันต้องมีเป็นเรื่องปกติครับ มีภาระ มีความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับ ซึ่งทางแก้ไขและ Deal กับมันให้ได้ผลคือ ทำงานให้หนักขึ้น ให้คนอื่นได้เห็นว่า เราไม่ได้มาเล่นๆ แต่เราจริงจัง ตั้งใจ ต้องแสดงสิ่งเหล่านี้ให้คนอื่นๆ ได้เห็น อยู่ออฟฟิศห้าวัน เสาร์ออก Site วันอาทิตย์อยู่กับครอบครัว กับภรรยาและลูกสองคน

 

สำหรับบทบาทในฐานะผู้บริหาร ทั้งการ Screen ผู้สมัครเข้าร่วมงานด้วยตนเอง (โดยเฉพาะฝ่ายการตลาดที่คุณตั้มรับผิดชอบทั้งการปรับทัศนคติและการปฏิบัติให้เหมาะสม รวมถึงการให้เวลากับคุณกอล์ฟ สุรัชดา ภรรยาและแม่ของลูกสองของคุณตั้ม จัดได้ว่าเป็นงานที่ยากอย่างยิ่ง ซึ่งคุณตั้มก็ยังคงยึดมั่นที่จะสร้างสมดุลของสิ่งต่างๆ เหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงและมีประสิทธิผล

 

ถ้าถามว่าชีวิตตอนนี้ แตกต่างจากสมัยที่ยังไม่ได้เข้ามาทำที่ลลิลหรือเป็นพ่อของลูกสองหรือไม่ ต้องบอกว่าต่างครับ ต่างมากเลย คือเราต้องปรับตัวมาก ทั้งการใช้ชีวิต ทั้งเวลาในการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงการจัดลำดับความสำคัญ เรียกว่าถ้าไม่ติดนัดสำคัญจริงๆ เราก็อยากจะกลับบ้านไปส่งลูกๆเข้านอนมากกว่า ซึ่งการบริหารเวลา ก็จัดได้ว่าเป็นหัวใจหลักของผู้บริหารที่จะมองข้ามไปเสียมิได้ ทำอย่างไรจึงจะจัดสมดุลของงาน สังคม และครอบครัวให้ได้เหมาะสม

 

 

 

 

แต่แม้จะเป็นภาระที่ยากลำบาก เมื่อเราแอบพูดคุยกับพนักงานที่ทำงานร่วมกับคุณตั้ม กลับพบว่าไม่ได้มีวี่แววของความเบื่อหน่ายใดๆ จากกรรมการบริหารหนุ่มท่านนี้ ยังคงเข้างานแปดโมงครึ่ง เลิกงานสองทุ่มครึ่ง เป็นประจำไม่หย่อนคล้อยลงไป จนเราอดถามไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ที่ทำให้คุณตั้มสามารถดำรงตนได้อย่างมั่นคง ซึ่งคำตอบก็ทำให้เราต้องแปลกใจอีกครั้ง  

 

หลักๆเลย คุณพ่อจะย้ำเสมอว่า ต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า และรักในสิ่งที่ทำ สองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกันอย่างน่าประหลาดคือ ถ้าเรารักในสิ่งที่เราทำ เราจะพยายามทำมันให้ออกมาดีที่สุด รวมถึงเราจะพยายามอย่างมากที่จะมอบสิ่งที่ดีให้กับลูกค้า รวมถึงความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและผู้บริโภค เพราะเรามี passion กับมัน เราจะเต็มที่กับมันเพื่อให้ออกมาดีที่สุด

 

เช่นนี้กระมัง ที่เป็นความรักในสิ่งที่ทำ และทำให้ดีที่สุด ที่ออกมาได้อย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม 

 

 

 

 

ก้าวต่อไปแห่งลลิล

 

ณ วันนี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เป็นที่รู้จักของกลุ่มตลาดอสังหาริมทรัพย์ และเติบโตต่อยอดอย่างต่อเนื่อง มั่นคง และสะสมประสบการณ์ให้ขึ้นสู่แถวหน้าอย่างมั่นคง ซึ่งเราอดที่จะถามผู้บริหารหนุ่วัย 38 คนนี้ไปเสียไม่ได้ ว่าได้มองทิศทางของลลิลในอนาคตไว้ว่าอย่างไร 

 

และการผสมผสาน คือคำตอบที่เราได้รับ

 

ผมมองว่าบางจังหวะของการทำธุรกิจ เราก็จำเป็นต้องมี Approach แบบ Conservative ระมัดระวัง ไม่สุ่มเสี่ยงในจังหวะที่ไม่สดใสมากนัก แต่คำว่า Modern นั้น ผมจะมองไปถึงสไตล์ของสินค้ามากกว่า เพราะถ้าพูดถึงลลิลในสมัยก่อน คนจะนึกถึงความร่วมสมัย ความเป็นContemporary แต่เราก็จะพยายามทำให้มีสไตล์ที่ทันสมัยมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็คงลักษณะการทำธุรกิจที่ยั่งยืนนี้ให้คงอยู่ต่อไป

 

 

 

 

เช่นนี้เอง ที่ทำให้ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ สามารถยืนหยัดอยู่ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน จากกิจการ ลลิล แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่คุณพ่อของคุณตั้มได้สร้างไว้เป็นรายได้เสริม สู่การเป็นหนึ่งใน Key Player ของแวดวง ที่ไม่เคยประสบกับสภาวะติดขัดทางการเงินการลงทุนใดๆ คงจะด้วยการลงทุนและทำธุรกิจด้วยแนวคิดเช่นนี้เอง

 

ทางลลิลจะทำการ Foresee หรือคาดการสภาวะที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนการลงทุนทำอะไรเสมอ พิจารณาปัจจัยเสี่ยง แล้วจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น ถ้ามีหนี้ เราก็ทำการใช้คืนไปก่อน ไม่ลงทุนเพิ่มรัดเข็มขัดตัวเอง ก็จะทำให้เจ็บตัวจากสภาวะเสี่ยงน้อยหน่อย

 

ปัจจัยและความพร้อมที่ครบถ้วน และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กำลังจะก้าวไปสู่การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่คุณตั้มก็ยังคงย้ำอยู่เสมอว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทางบริษัท Focus เป็นหลักมากนัก 

 

 

 

 

 

ในจุดนี้ ผมมองว่าเรายังเป็นบริษัทขนาดกลาง ที่กำลังจะก้าวไปเป็นบริษัทชนาดใหญ่ และยังคงมองเป้าหมายดังกล่าว โดยพิจารณาจากยอดการเติบโตและยอดขาย ที่เราจะต้องมุ่งหน้าต่อไป อีกทั้งผมไม่อยากให้มองแค่เพียงตัวเลขยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่หมายรวมถึงการเข้าไปใน Segment ที่เราไม่เคยไปมาก่อน เช่น เดิมเคยเป็นผู้นำด้านตลาดบ้านสามถึงห้าล้านและทาวน์เฮ้าส์ แต่ถ้ามีความต้องการด้านคอนโดมิเนียมหรือบ้านระดับสูง ก็อยากจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยซึ่งในตลาดขนาดสามถึงห้าล้าน เราก็ติดหนึ่งในห้าไปแล้ว แต่ใน Segment อื่นๆ ก็ต้องมาดูกันอีกที ว่าจะทำอย่างไรจึงจะครอบคลุมได้มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นกับจังหวะเวลา และความเชี่ยวชาญของเราด้วย

 

และเมื่อถามว่า ในอนาคต คุณตั้มได้วางตำแหน่งแห่งที่ของลูกชายคนโต ว่าจะให้มาสืบทอดกิจการของลลิล พร็อพเพอร์ตี้หรือไม่นั้น เราก็ได้พบเห็นจิตวิญญาณอันเป็นอิสระ และหัวใจที่เปิดกว้างกันอีกครั้

 

 

 

 

 

ผมมองว่า เอาไว้ให้เขาโตอีกสักนิด ค่อยมาดูกันอีกที เพราะคนเราก็มีที่ชอบไม่เหมือนกัน ผมก็อยากให้ลูกได้ทำอะไรที่เขามีความใส่ใจ มี passion จริงๆ เพราะถ้าไม่มีสิ่งนี้ ต่อให้ฝืนมา ก็ทำได้ไม่นาน พอไม่รักไม่ชอบ เขาทุกข์เราก็ทุกข์ ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลย ซึ่งมันจะเกี่ยวกับคำถามหนึ่งที่ผมมักจะเจออยู่บ่อยๆ คือ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เป็นธุรกิจครอบครัวหรือไม่ ผมกล้ายืนยันว่า ในวันที่เราก้าวเป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ คำว่าธุรกิจครอบครัวมันได้จบลงไป ณ จุดนั้นแล้ว

 

เป็นแง่มุมอันง่ายงาม มีประสิทธิภาพ และเปิดกว้างอย่างยิ่ง สำหรับผู้บริหารหนุ่มวัย 38 ปี คุณชูรัชฏ์ ชาครกุล หรือคุณตั้ม 

แห่งลลิลพร็อพเพอร์ตี้

 

และนั่นทำให้เราย้อนระลึกถึงคำถามหนึ่งที่ถามอย่างสบายๆ ในช่วงต้น ว่าชื่อลลิลนั้น มีความหมายว่าอย่างไร 

 

เป็นชื่อที่คุณพ่อเป็นคนตั้งครับ มาจากคำว่า Lullaby หรือเพลงกล่อม เราอยากให้ลูกบ้านที่อยู่อาศัยในโครงการของเรา มีความสุข มีความสบายใจ เหมือนได้รับฟังเพลงกล่อมในตลอดค่ำคืน

 

กล่อมเกลา หลับใหล สบายใจ ในอสังหาริมทรัพย์คุณภาพนี่อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่งดงามเช่นนั้นเอง 

 

 

 

จุดเริ่มต้นชีวิตรัก

เราอดไม่ได้เลยทีเดียว ที่อยากจะถามไถ่ถึงแง่มุมหวานๆ ของชีวิตรักของคุณตั้ม กับคุณกอล์ฟ สุรัชดา ศรีภรรยาและคุณแม่ลูกสองของคุณตั้ม ว่ามีจุดเริ่มต้นและที่มาที่ไปอย่างไร (เพราะแน่นอนว่า สำหรับชายหนุ่มที่หล่อและสมาร์ท ดีกรีนักเรียนนอก การไม่มีแฟนในช่วงเรียนต่อถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้อดประหลาดใจไปเสียไม่ได้)

 

นี่เป็นที่แรกเลยมั้งที่ถามเนี่” คุณตั้มกล่าวกับทาง AC News อย่างติดตลก เริ่มต้นอย่างไร  ผมกลับมาบ้านช่วง Summerในตอนที่เรียนต่อต่างประเทศ เพื่อนนัดไปเจอ บอกว่ามีคนอยากจะให้รู้จัก ก็ไปเจอกัน ชื่อคุณกอล์ฟ สุรัชดา และเริ่มสานความสัมพันธ์ เป็นรักทางไกลก็ยากอยู่ แต่ก็ใช้การแบ่งเวลาเข้าช่วย ก็ใช้เทคโนโลยีช่วยด้วย อย่างพวก MSN เป็นหลัก อะไรแบบนั้น (หัวเราะ)”

 

แต่เมื่อความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวอย่างเต็มที่ และอายุเริ่มเหมาะสมสำหรับการมีครอบครัว การขอแต่งงานจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีก ซึ่งคุณตั้มก็บอกเล่าเวลานั้นอย่างเรียบง่าย อย่างยิ่ง 

 

ก็คบกันมานาน เลยขอแต่งงาน ง่ายๆ แบบนั้นเลยครับ ไม่ได้จุดพลุทำเซอร์ไพรส์อะไรแบบนั้น ซึ่งผมก็แปลกใจนะ ว่าสมัยนี้ทำไมต้องมีพิธีการอะไรเยอะแยะ ต้องปิดร้าน ต้องมีลูกโป่งอะไรแบบนั้น (หัวเราะ)” 

 

 

 

 

และนี้คือชีวิตที่ก้าวไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้บริหารหนุ่มวัย 38 ปี ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)


LastUpdate 27/02/2560 13:31:55 โดย : Admin

กลับหน้าข่าวเด่น
17-01-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555