การตลาด
สกู๊ป : เสริมสุข ฮุบ แรงเยอร์ อีกหนึ่งก้าว เสริมความแกร่งเครื่องดื่มไม่อัดลม






               

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ภายหลังจากมีรายงานข่าวออกมาว่า  บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพชั้นนำ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เสริมสุข ได้อนุมัติการซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ (2008) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง “แรงเยอร์” และ “พาวเวอร์ พลัส”  บริษัท เสริมสุข  ได้เข้าไปซื้อหุ้นสามัญจำนวน 20 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 100 ของหุ้นที่ชำระแล้วของแรงเยอร์จากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย  ด้วยมูลค่าการเข้าซื้อกิจการเป็นจำนวนเงิน 248 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทุกขั้นตอนภายในเดือนพ.ย.นี้

การออกมาซื้อหุ้นในจำนวนดังกล่าวของบริษัท เสริมสุขในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธของเสริมสุขในการต่อยอดธุรกิจเครื่องดื่มไม่อัดลม ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ภายหลังจากขาใหญ่ของธุรกิจ นั่นก็คือ เครื่องดื่มอัดลมภายใต้แบรนด์ เป๊ปซี่  มิรินด้า จะหมดสัญหาการผลิตและจัดจำหน่ายในวันที่ 1 พ.ย.นี้

หากมองย้อนกับไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เสริมสุขเคยอยู่ในแวดวงของการจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มชูกำลังมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็มีอายุสัญญาทางธุรกิจในทิศทางเดียวกัน ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา เสริมสุขเคยทำตลาดและจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ เอ็ม 150 ให้กับบริษัท โอสถสภา  ช่วงเวลานั้นเอ็ม 150 ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

หลังจากนั้น 10 ปีต่อมา เสริมสุขได้หมดสัญญาการทำตลาดและจัดจำหน่ายสินค้าให้กับเอ็ม 150 ขาดช่วงธุรกิจได้ไม่นาน เสริมสุขก็ได้เครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดง เข้ามาเป็นอีกขาธุรกิจแทนที่เอ็ม 150 ที่หมดสัญญาไป ซึ่งระยะเวลาประมาณ 10 ปี ที่เสริมสุขได้จัดจำหน่ายคาราบาวแดงให้กับบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ดังกล่าว ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ แม้ว่าจะผลักดันให้เป็นเจ้าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไม่ได้เหมือนกับแบรนด์เอ็ม 150

10 ปีผ่านไป ล่าสุด บริษัท คาราบาวตะวันแดง ได้หมดสัญญาการทำตลาดและจัดจำหน่ายสินค้ากับบริษัท เสริมสุขเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์คาราบาวแดง ได้หลุดออกจากวงจรของธุรกิจอีกครั้งซ้ำรอยเอ็ม 150  แต่ทันทีที่หมดสัญญาเสริมสุขก็ได้เครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์แรงเยอร์เข้ามาแทนที่ตลาดทันทีในฐานะสินค้าภายใต้หลังคาบ้านของ เจริญ สิริวัฒนภักดี เหมือนกัน ซึ่งภายหลังจากที่ บริษัท คาราบาวตะวันแดง ได้หมดสัญญากับเสริมสุข ก็ได้มีการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อบริษัท ตะวันแดง ดีซีเอ็ม จำกัด เพื่อทำหน้าที่การกระจายสินค้าให้กับบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด
 

นาย ฐิติวุฒิ์  บุลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการของบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ (2008) จำกัด ครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดทิศทางการดำเนินธุรกิจของเสริมสุขในการขยายตลาดเครื่องดื่มไม่อัดลมเต็มสูบ โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านบาท จึงถือเป็นตลาดที่ดีในตลาดเครื่องดื่มไม่อัดลม เพราะในแต่ละปีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทในการขยายตลาดเครื่องดื่มไม่อัดลมในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มฐานการผลิตและเครือข่ายการผลิต รวมไปถึงการกระจายสินค้าของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจาก บริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ (2008) จำกัด มีโรงงานและคลังสินค้าตั้งอยู่ใน จ.นครปฐม ซึ่งสามารถใช้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าสู่ภาคตะวันตก

นายฐิติวุฒิ์กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าด้วยศักยภาพของบริษัทในด้านการผลิตและจัดจำหน่าย รวมทั้งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในธุรกิจเครื่องดื่มไม่อัดลม จะเสริมความแข็งแกร่งให้เสริมสุขนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีคุณภาพสูง เพื่อเติมความสุขให้กับผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้าที่เสริมสุขจะเข้ามาถือหุ้นในบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้เครื่องหมายการค้า “แรงเยอร์” และกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม “แบล็ค อัพ”นั้น  เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา แรงเยอร์เคยถูกบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซื้อกิจการมาแล้ว ด้วยเม็ดเงินประมาณ 420 ล้านบาท ซึ่งการเข้าซื้อกิจการในครั้งนั้นของเสี่ยเจริญ เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ถือเป็นการรุกเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง และตลาดกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มครั้งแรกของไทยเบฟ

การเข้าถือหุ้นดังกล่าวของไทยเบฟในช่วงนั้น สำเร็จลุล่วงภายใต้การดำเนินงานเข้าซื้อหุ้นในนามของบริษัท มหาราษฎรการเกษตร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บมจ.ไทยเบฟ และได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท มหาราษฎรการเกษตร จำกัด จากเดิม 2 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเข้าซื้อกิจการของบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ ครั้งนั้นได้

หลังจากเข้าซื้อกิจการของบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ สำเร็จ สินทรัพย์ที่ไทยเบฟเข้าซื้อในครั้งนั้นครอบคลุมไปถึงสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินการผลิตเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม อาทิ เครื่องหมายการค้า และสูตรเฉพาะของเครื่องดื่มกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม “แบล็ค อัพ” รวมทั้งที่ดินเปล่าสำหรับใช้ก่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มในอนาคต

การเข้าซื้อหุ้นในบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์ของการประกาศยุทธศาสตร์ทางธุรกิจของบริษัท เสริมสุข ซึ่งได้มีกำหนดธุรกิจไว้จำนวน 4 ขาธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ซึ่งประกอบด้วย 1. ธุรกิจน้ำดื่ม "คริสตัล" ซึ่งเดิมเป็นแบรนด์ของตนเอง 2. ธุรกิจน้ำไม่อัดลม 3. ธุรกิจการเป็นผู้จัดจำหน่าย และ 4. ธุรกิจการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม

อีกก้าวหนึ่งของธุรกิจเสริมสุข ก่อนที่จะเข้าซื้อหุ้นบริษัท เครื่องดื่มแรงเยอร์ นั่นก็คือ การใช้งบ 150 ล้านบาท ในการปรับปรุงสายการผลิต เพื่อผลิตสินค้าชาเขียวโออิชิกรีนทรี ในรูปแบบคืนขวด และการจัดจำหน่ายสินค้าดังกล่าวไปยังช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะช่องทางร้านค้าทั่วไป และร้านอาหาร  ซึ่งเสริมสุขมีความแข็งแกร่งในช่องทางนี้เป็นอย่างมาก 

แค่เพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงธุรกิจยังมีความเคลื่อนไหวขนาดนี้ เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้และไกล "เสริมสุข" คงจะมีอะไรใหม่มามาสร้างสีสันให้กับวงการธุรกิจไทยอีกมากพอควร.


 

 


LastUpdate 02/11/2555 14:44:35 โดย : Admin

21-09-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555