การตลาด
สกู๊ปพรีเมียร์ลีก : จับตา ซีทีเอช หลังคว้าชัย พรีเมียร์ลีกอังกฤษ


รู้ผลกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผู้ที่คว้าชัยพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  ซึ่งก็ไม่ถือว่าเหนือความคาดหมายมากนัก เมื่อบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช CTH  ผู้ดำเนินธุรกิจเคเบิ้ลท้องถิ่น ซึ่งมีนายวิชัย ทองแตงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่คว้าชัยการประมูลพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลนี้ไป  ซึ่งก็สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังและวงการธุรกิจเป็นอย่างมาก  เพราะในขณะเดียวกันก็ไม่น่าเชื่อว่าผู้ประกอบการรายเดิมที่เคยได้รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาหลายฤดูกาลอย่างทรูวิชั่นส์จะพลาดโอกาสในครั้งนี้

หลังจากพลาดโอกาสการถ่ายทอดสดถึง 3 ฤดูกาลซ้อน เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทาง             ซีทีเอชออกมาประกาศชัยชนะการคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้มีการออกหนังสือชี้แจงกล่าวขออภัยสมาชิกผู้มีอุปการคุณที่ต้องผิดหวังในเรื่องการรับชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2013-2016  เนื่องจากทรูวิชั่นส์ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการเสนอเพิ่มราคาในการประมูล แต่มูลค่าการประมูลในครั้งนี้สูงเกินความสามารถทางธุรกิจของบริษัท ทำให้ไม่สามารถชนะการประมูลได้

พร้อมกับชี้แจงว่า  สมาชิกยังสามารถรับชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2012 -2013 ผ่านทางทรูวิชั่นส์ได้จนถึงเดือน พ.ค. 2556  และยังสามารถรับชมรายการกีฬาระดับโลกอื่นๆ รวมทั้งรายการบันเทิง สารคดี สาระความรู้ที่มีคุณภาพอีกมากมาย 

นอกจากนี้ ทางทรูวิชั่นส์  ยังมีแผนที่จะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม  เพื่อดำเนินการจัดซื้อและพัฒนารายการทั้งในด้านรายการกีฬา บันเทิง และสาระความรู้ ที่มีคุณภาพระดับโลก รวมทั้งช่องรายการในระบบ High Definition (HD) มาทดแทนมอบให้สมาชิกได้ใช้บริการ ทรูวิชั่นส์ อย่างคุ้มค่าที่สุดโดยเร็ว

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า  การประมูลครั้งนี้ทำให้ทรูวิชั่นส์จำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ โดยที่จะไม่พึ่งพารายการพรีเมียร์ ลีกอังกฤษ (EPL)  เพื่อความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะกลางและระยะยาว โดยจะมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพรายการด้านกีฬาอื่นๆ มาทดแทนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ (EPL) ต่อไป

 ขณะที่ผู้ได้สิทธิ์รายเดิมออกมายอมรับความพ่ายแพ้  ในด้านของฝั่งที่ได้รับชัยชนะก็ออกมาประกาศชัยในวันเดียวกันนั่นก็คือวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา  โดยมีนายวิชัย ทองแตง นักธุรกิจเศรษฐีหุ้นอันดับ 4 ของประเทศไทย และนายวัชร วัชรพล ทายาทหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย  2 ผู้ถือหุ้นใหญ่  แห่งซีทีเอช ก็ออกมาประกาศชัยด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสว่า "พร้อมเดินหน้าบริหารลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลนับจากนับนี้อย่างแข็งขัน ด้วยเม็ดเงินลงทุนเบื้องต้นที่นายวิชัยประกาศกลางงานแถลงข่าวว่าน่าจะใช้ไม่ต่ำกว่า  20,000 ล้านบาทสำหรับพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลนี้"

สำหรับในส่วนของตัวเลขการคว้าชัยประมูลพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลนี้  นายวิชัย ทองแตง  และนายวัชร วัชรพล ยังคงปิดปากเงียบบอกว่าเป็นมารยาททางธุรกิจที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้  เมื่อยังไม่มีใครยอมออกมาเปิดเผยตัวเลขการประมูล  ประกอบกับผู้พลาดชัยชนะต่างออกมาคาดการณ์กันว่า  ซีทีเอช  น่าจะใช้เงินในการประมูลสิทธิ์ครั้งนี้สูงมาก  จึงทำให้มีการคาดการณ์ออกมาเป็นตัวเลขต่างๆนาๆว่า ซีทีเอชอาจใช้เงินสูงถึง 5,000-9,000 ล้านบาท เพื่อชัยชนะในครั้งนี้  ซึ่งถือว่าสูงเกือบ 4 เท่าของค่ายทรูวิชั่นที่ใช้เงินเพียง 2,000 ล้านบาท ในการประมูลฤดูกาลที่ผ่านมา

นอกจากจะได้สิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยแล้ว สิทธิ์ดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงประเทศกัมพูชา  และลาว ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล  โดยจะเริ่มต้นฤดูกาล 2013/2014-2015/2016  ซึ่งการได้รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้บริการเครือข่ายของซีทีเอชสามารถรับชมการถ่ายทอดสดศึกชิงแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ตลอด 380 นัดในทุกฤดู

นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท เคเบิ้ล ไทย โอลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ซีทีเอช  กล่าวว่า  ปัจจุบันซีทีเอชทีสมาชิกในโครงข่ายสายใยเคเบิลอยู่ที่ประมาณ  3.2  ล้านครัวเรือน  คาดว่าภายใน 3 ปีนับจากนี้หลังจากได้รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกน่าจะมีสมาชิกเพิ่มเป็น 7 ล้านครัวเรือน  เนื่องจากจะมีการพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้ลูกค้าสามารถรับชมรายการต่างๆของซีทีเอชในเคเบิลทีวีได้รวดเร็วขึ้น 

นอกจากนี้ ในปีหน้าซีทีเอชยังมีแผนที่จะพัฒนาระบบเป็นระบบเคเบิล ดิจิตอล เน็ตเวิร์ค  คาดว่าภายในเดือน ก.พ.จะดำเนินการแล้วเสร็จทันพร้อมการถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ  ซึ่งจะเริ่มการถ่ายทอดสดนัดแรกในเดือน ส.ค. 2556  และช่วงเวลาเดียวกันซีทีเอชก็มีแผนที่จะเปิดตัวเคเบิลทีวีช่องใหม่  เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ส่วนแผนการทำตลาดการได้รับสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น นายวิชัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการวางแผนการดำเนินงานใดๆ คงจะต้องมีการหารือกับคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อกำหนดแผนการทำตลาดร่วมกัน รวมไปถึงการหาพันธมิตรเข้าร่วมทำตลาดพรีเมียร์ลีกอักฤษ  ซึ่งขณะนี้เริ่มมีพันธมิตรจำนวน 3 ราย  เข้ามาขอร่วมธุรกิจการถ่ายทอดสดกีฬาดังกล่าวแล้วถือว่าเร็วมาก แต่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรในรูปแบบไหนนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการเจรจาธุรกิจร่วมกัน  ซึ่งซีทีเอชก็เปิดกว้างทุกรูปแบบ เช่นเดียวกับการเปิดกว้างทรูเข้ามาเจรจาธุรกิจร่วมกัน

 สำหรับการลงทุนในเบื้องต้นของการรับสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษตลอด 3 ฤดูกาลที่นายวิชัยประกาศออกมาว่าอาจใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า  20,000  ล้านบาทนั้น จะมีทั้งการลงทุนในด้านของการพัฒนาโครงข่าย  และคอนเทนต์ต่างๆ  รวมไปถึงการเปิดตัวช่องเคเบิลทีวีใหม่อีก 8 ช่อง เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษให้สมาชิกสามารถชมการแข่งขันดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง

งบประมาณที่จะนำมาลงทุนดังกล่าว  นายวิชัยกล่าวว่า  จะมีทั้งในส่วนของกระแสเงินสดของซีทีเอชเอง และเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน  โดยขณะนี้มีธนาคารกรุงเทพ  ธนาคารไทยพาณิชย์  และธนาคารธนชาต เป็นผู้อำนวยความสะดวกในเรื่องดังกล่าว  ซึ่งการที่บริษัทเลือกสถาบันการเงินของไทยเพื่อกู้เงินลงทุนมาลงทุนในธุรกิจดังกล่าวก็เพราะว่า  สถาบันการเงินต่างชาติที่เสนอตัวมาให้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินไป

แม้ว่าภาพการทำตลาดและการลงทุนจะยังไม่เห็นออกมาเป็นรูปธรรมที่แน่ชัด แต่ที่เริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นนั่นก็คือ  การได้รับสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกตลอด 3 ฤดูกาลนับจากนี้  ถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งในด้านของธุรกิจเคเบิลทีวีของซีทีเอช   เพราะการนำคอนเทนต์กีฬาระดับโลกเข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับชมอย่างทั่วถึงกันทั้งประเทศ  เนื่องจากการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่ดีที่สุดของโลก และถือเป็นอีกหนึ่งหลักประกันความยิ่งใหญ่ของธุรกิจเคเบิลทีวีไทย  เพื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจเคเบิลทีวีระดับชาติ ซึ่ง นายวิชัย ทองแตง ต้องการปลุกปั้นให้ธุรกิจก้าวไปในทิศทางนั้น

ตลอด 3 ฤดูกาลแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ซีทีเอชได้รับสิทธิ์  แม้ว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนที่สูงลิบ แต่นายวิชัย ทองแตง ก็มั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้ถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 3 ปีอย่างแน่นอน  เนื่องจากขณะนี้โครงข่ายสายใยเคเบิลของซีทีเอชในขณะนี้ครอบคลุมทุกส่วนของประเทศไทยทั้ง 900 อำเภอใน 77  จังหวัด ขณะที่แผนการทำตลาดก็มีการแย้มๆออกมาว่า จะมีการขายกล่องรับสัญญาณแบบแพคเกจ  ด้วยการกำหนดราคาให้เป็นภาระของผู้บริโภคน้อยที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุดจากการรับชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษตลอด 3 ฤดูกาลนี้.


LastUpdate 19/11/2555 20:37:42 โดย : Admin

23-09-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555