การตลาด
สกู๊ป "ค้าปลีก" ปักธงพร้อมรบ รับลูกค้า AEC


หลังเหนื่อยกันจนหืดจับไปพอสมควรสำหรับธุรกิจค้าปลีกในปี 2558 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเหนื่อยไปกันอีกพักใหญ่เมื่อก้าวสู่ปี 2559 เนื่องจากหลายคนยังมองว่า 2 ไตรมาสของปี 2559 เศรษฐกิจน่าจะยังชะลอตัว เพราะยังมีปัจจัยลบอีกหลายด้านให้ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่หลังจากทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไป หลายคนคาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกน่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น

 

หนึ่งปัจจัยบวกที่น่าจะช่วยหนุนภาพรวมธุรกิจค้าปลีกได้เป็นอย่างดี คือ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  ซึ่งจะเริ่มเปิดเต็มรูปแบบนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป  ส่งผลให้ผู้ประกอบการเริ่มออกมาปรับแผนการทำตลาด เพื่อรองรับอานิสงส์ของเม็ดเงินที่จะเกิดจากการเปิดเออีซี  เริ่มตั้งแต่การออกไปปักหมุดขยายสาขาห้างค้าปลีกตามตะเข็บชายแดน  การนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านมาจำหน่ายเพิ่มเติม และการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในภาษาประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น

               

 

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มพันธมิตรพลังสยาม หลังจากบริษัทมีการรวมตัวกับบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และกลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ ทางกลุ่มก็ได้มีการรวมพลังกันตกแต่งย่านสยามให้มีความสวยงาม เพื่อให้ย่านสยามเป็นแลนด์มาร์คในการประกาศเปิด Opening of ASEAN แห่งแรกในเอเชีย ด้วยการนำซุ้มไฟแอลอีดีสามารถเปลี่ยนภาพและสีสันได้มาตกแต่งย่านนี้

นอกจากนี้ ยังมีการเขียนข้อความ “สวัสดีปีใหม่” เป็นภาษาต่างๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ภาษา และภาษาหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษาอาหรับ เพื่อกล่าวคำต้อนรับประชาชนจากประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนและนานาประเทศ พร้อมแสดงถึงการเป็นศูนย์กลางแห่งภูมิภาค

 

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า หลังจากประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเปิดเออีซี จะส่งผลให้ภาคธุรกิจบริการมีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 50% จึงถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการและภาครัฐจะหันมาให้ความสำคัญกับภาคบริการ ทั้งในส่วนของการท่องเที่ยว และธุรกิจค้าปลีก

แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีใครกล้าออกมาการันตีว่า การเปิดเออีซีจะสร้างดีให้กับประเทศไทยมากกว่าผลเสีย แต่ผู้ประกอบการค้าปลีกหลายรายก็เริ่มออกไปปักหลักขยายสาขาตามจังหวัดที่ใกล้กับแนวชายแดนเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ และห้างเทสโก้ โลตัส ซึ่งหลังจากเข้าไปเปิดให้บริการแต่ละรายก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยการมีลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาใช้บริการเป็นที่น่าพอใจ

ขณะเดียวกันก็มีผู้ประกอบการบางรายเริ่มออกไปขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน โดยในส่วนของห้างสรรพสินค้าโรบินสันได้เข้าไปเปิดห้างสรรพสินค้าโรบินส์ ในโฮจิมินห์ และฮานอย ประเทศเวียดนาม ขณะที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น เข้าไปขยายธุรกิจศูนย์การค้าในประเทศมาเลเซีย และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเข้าไปขยายธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย

 อย่างไรก็ดี  ธุรกิจค้าปลีกที่น่าจะเข้าไปเปิดให้บริการในประเทศเพื่อนบ้านและประสบความสำเร็จน่าจะเป็นในส่วนของร้านค้าเฉพาะอย่าง หรือ สเปเชียลตี สโตร์ เช่น ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือร้านจำหน่ายสินค้ากีฬา เพราะเป็นช่องทางที่จะทำให้สินค้าอินเตอร์แบรนด์เข้าไปทำตลาดได้สัดส่วนถึง 90% และสินค้าในท้องถิ่น(โลคัล) 10% เท่านั้น ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารเข้าไปบุกตลาดยาก เพราะต้องพึ่งพาสินค้าท้องถิ่นถึง 90% จึงจำกัดให้ผู้ประกอบการแบรนด์ไทยเข้าไปเติบโตได้ยาก

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายแบรนด์ระดับหรู (ลักชัวรี ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ )ในประเทศก็มีโอกาสเติบโตขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นราว 20 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน 16 ล้านคน แต่ต้องการให้รัฐบาลลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าหรูให้ใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียอยู่ที่ 0-5% สิงคโปร์ -0% แต่ไทยกลับอยู่ที่ระดับ 30-40% ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายเลือกที่จะไปประเทศเพื่อนบ้านแทน

 

ด้าน น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาธุรกิจและบริหารโครงการก่อสร้าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ ยังคงเดินตามแผนงานเดิมที่วางไว้ คือ เปิดศูนย์การค้าใหม่ปีละ 2-3 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของปีหน้า บริษัทจะเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า นครศรีธรรมราช  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต  และเซ็นทรัลพลาซ่า นครราชสีมา ขณะเดียวกันก็จะเริ่มก่อสร้างศูนย์การค้าเซ้นทรัลพลาซ่าไอซิตี้ ที่ประเทศมาเลเซียควบคู่กันไปกับการขยายสาขาในประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เคยออกมาเปิดเผยถึงแผนการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเปิดเออีซีว่า กลุ่มเซ็นทรัลได้เล็งเห็นศักยภาพทางการค้าชายแดนและโอกาสเติบโตทางธุรกิจของหัวเมืองหลัก เมืองรอง และจังหวัดที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลมีธุรกิจค้าปลีกที่รองรับกำลังซื้อลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านครบทุกภูมิภาคแล้ว

 

เริ่มจากทิศเหนือมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงราย เป็นประตูเชื่อมต่อทางการค้าระหว่างไทย สปป.ลาว และพม่า ซึ่งเป็นทำเลยุทศาสตร์ที่เปิดเส้นทางการค้าสู่ประเทศจีน โดยในอนาคตอันใกล้เชียงรายจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าทางภาคเหนือ ขณะที่ภาคอีสานมีห้างสรรพสินค้าโรบินสัน มุกดาหาร เป็นจุดยุทธ์ศาสตร์เชื่อต่อการค้าระหว่างไทยและ สปป.ลาว ด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 ที่เชื่อมต่อไปยังแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว

นอกจากนี้ ยังมีศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า อุดรธานี ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางการค้า Lifestyle hub ของภาคอีสานตอนเหนือ ที่สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าประเทศลาวที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกสบายระยะทางห่างจากกรุงเวียงจันทร์ไม่ถึง 100 กม. ขณะที่ภาคตะวันออกก็มีศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ระยอง  ภาคตะวันตกมีห้างสรรพสินค้าโรบินสัน แม่สอด จังหวัดตาก เชื่อมต่อทางการค้ากับประเทศพม่า และภาคใต้ก็มีศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เชื่อมต่อไปยังปีนังเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจากกรุงกัวลาลามเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

 

ด้าน นายชาญ  ศรีวิกรม์ ประธานบริหาร บริษัท เกษรพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ผู้ประกอบการภาคเอกชนมีการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อรองรับการเปิดเออีซีแล้ว โดยไม่ได้รอรัฐบาล ซึ่งในส่วนของธุรกิจนั้นมีการปรับตัวทั้งการเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน และปกป้องธุรกิจในประเทศของตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ทั้งค้าปลีก อาคารสำนักงาน จะต้องเร่งหาทำเลที่ดีในการลงทุนขยายธุรกิจเพื่อชิงความเป็นผู้นำและตอบสนองความต้องการให้ผู้บริโภคในอนาคต

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการที่ออกประกาศแผนเชิงรุกเท่านั้น ยังมีอีกหลายรายอยู่ระหว่างซุ่มเงียบพร้อมบุก การออกมาเดินหน้าขยายธุรกิจของผู้ประกอบการค้าปลีกในครั้งนี้จะได้รับอานิสงส์จากการเปิดเออีซีมากแค่ไหน คงต้องรอดูนโยบายของภาครัฐประกอบไปด้วยว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนภาคเอกชนได้มากแค่ไหน


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 ม.ค. 2559 เวลา : 23:03:01
06-06-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2020, 9:02 am