สุขภาพ
กรมสุขภาพจิต เผยคนไทยป่วยทางจิตเวช 1.6ล้านกว่าคน ย้ำ รักษาหายได้


 อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผยผลสำรวจระบาดวิทยาระดับชาติครั้งล่าสุดพบคนไทยอายุ 18 ปี ขึ้นไปป่วยเป็นโรคทางจิตเวชร้อยละ 3.2 หรือประมาณ 1.6 ล้านกว่าคน เร่งแก้ความเข้าใจผิดประชาชนว่าไม่ใช่เกิดจากภูตผีปีศาจ หรือเรื่องทางไสยศาสตร์ การรดน้ำมนต์ การเข้าทรงไม่ได้ช่วยให้หายแน่นอน ระบุโรคนี้เกิดจากความผิดปกติในระบบสมอง ทำให้มีความคิด อารมณ์ พฤติกรรมแตกต่างจากคนปกติทั่วไป  แต่สามารถรักษาหายขาดหรืออาการสงบได้  และได้ผลดีที่สุดหากได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการครั้งแรก  และจะต้องกินยาให้ครบ สม่ำเสมอตามแพทย์สั่ง ไม่ควรหยุดยาเองเนื่องจากจะส่งผลให้อาการกำเริบรุนแรงและเรื้อรัง ทำให้เกิดการสูญเสียความสามารถในการใช้ชีวิต


 นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่ากรมสุขภาพจิตได้เร่งพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยโรคทางจิตเวช ได้แก่ โรคซึมเศร้าและโรคจิตเภท ให้สามารถเข้าถึงบริการดูแลรักษาเพิ่มขึ้น ซึ่งจากเดิมการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในปี 2551 มีเพียงร้อยละ 3.34 เพิ่มเป็นร้อยละ 48.50 ในปี 2559 ส่วนผู้ป่วยโรคจิตเภทในปี 2557 เข้าถึงบริการร้อยละ 43.75 เพิ่มเป็นร้อยละ 68 ในปัจจุบัน  ทำให้ผู้ป่วยจิตเวชได้รับการรักษาเพิ่มมากขึ้นและสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชุมชนได้


อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวต่อว่า ผลสำรวจระบาดวิทยาระดับชาติครั้งล่าสุดเมื่อพ.. 2556 พบคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปป่วยเป็นโรคทางจิตเวชร้อยละ 3.2 หรือประมาณ 1.6 ล้านกว่าคน  สาเหตุการป่วยเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง  เช่น กรรมพันธุ์  ความผิดปกติของระบบการทำงานของสมอง การอบรมเลี้ยงดู ภาวะความกดดันต่าง  เป็นต้น  ผู้ชายมักจะเริ่มป่วยเมื่ออายุ 18-30 ปี ส่วนผู้หญิงจะเริ่มป่วยเมื่ออายุ 20-40 ปี ผู้ป่วยประเภทนี้จะมีลักษณะแตกต่างไปจากคนปกติทั่วไป ไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ทั้งด้านความคิด พฤติกรรม และอารมณ์ ได้แก่  หลงผิด คิดว่าตนเองมีอิทธิฤทธิ์ การรับรู้ผิดปกติ เช่น มีหูแว่วได้ยินเสียงคนมาพูดด้วยโดยไม่เห็นตัว  ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี พูดคนเดียว แต่งตัวแปลกๆ สกปรกรุงรัง  ดังนั้นหากประชาชนพบเห็นคนในครอบครัวหรือในชุมชนเริ่มมีอาการป่วยใหม่ๆ ควรรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด ยิ่งเร็วเท่าใดยิ่งได้ผลดี  ผู้ป่วยจะมีโอกาสหายขาดสูง สามารถใช้ชีวิตหรือทำงานได้ตามปกติ  

โดยกรมสุขภาพจิตได้มอบหมายให้สำนักบริหารระบบบริการสุขภาพจิตและโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ เร่งพัฒนาระบบบริการเพื่อเพิ่มการเข้าถึงของผู้ป่วยโรคทางจิตเวชให้ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามในการดูแลผู้ป่วยโรคทางจิตเวช มักจะพบปัญหาหลัก 2 ประการ ประการแรก คือ มีประชาชนจำนวน ไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่าอาการป่วยของผู้ป่วยโรคทางจิตเวชเกิดจากการกระทำของภูตผีปีศาจหรือเรื่องทางไสยศาสตร์ เป็นคนบ้า และเชื่อว่ารักษาไม่หาย จึงไม่พาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล แต่พาไปรดน้ำมนต์หรือทำพิธีเข้าทรงตามความเชื่อแทน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมาก ถูกละทิ้ง ไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการครั้งแรก จึงทำให้อาการป่วยเรื้อรัง  โอกาสหายขาดจึงน้อยลง  ประการที่ในกลุ่มของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษากินยาแล้ว  เมื่ออาการทางจิตใจดีขึ้นจนเป็นปกติ  จะคิดว่าตนเองหายแล้วหรือกลัวว่าจะติดยา  จึงมักจะหยุดกินยาหรือกินไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง  ซึ่งจะมีผลเสียอย่างมากผู้ป่วยจะ มีโอกาสเกิดอาการกำเริบซ้ำ 

การรักษายากขึ้นและได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร  ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงและเรื้อรังรวมทั้งสูญเสียความสามารถ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจครอบครัวและประเทศ ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้เร่งสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในเรื่องที่กล่าวมาแล้ว


ทางด้านนายแพทย์บุรินทร์  สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้ กรมสุขภาพจิตได้ร่วมมือกับเขตสุขภาพทั้ง 12 เขต กรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขยายการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิตตามมาตรฐานลงสู่โรงพยาบาลชุมชน 878 แห่งทั่วประเทศ กระจายยาที่จำเป็น 35 รายการ สามารถให้การรักษาผู้ป่วยโรคทางจิตเวชได้ เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรคสมาธิสั้น เป็นต้น  เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาในสถานบริการที่อยู่ใกล้บ้านยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองหาผู้ป่วยจากชุมชนเพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงบริการรักษา และพัฒนาให้โรงพยาบาลจิตเวชในสังกัด 19 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ยุ่งยาก ซับซ้อน ที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศแบบไร้รอยต่อ


บันทึกโดย : วันที่ : 30 มิ.ย. 2560 เวลา : 21:53:26

23-05-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555