คุณภาพชีวิต
กรมสุขภาพจิตพบเด็กปฐมวัยและเด็กป.1 ที่หมู่บ้านชายแดนอ.สังขละบุรี


กรมสุขภาพจิต เร่งพัฒนาคุณภาพสมองเด็กในพื้นที่ทุรกันดารชายแดนที่หมู่บ้านทีไล่ป้าต.ไล่โว่อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรีให้เติบโตมีสุขภาพแข็งแรง สติปัญญาดีสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ผลการตรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 5 ขวบพบสงสัยล่าช้ามากถึงร้อยละ 63  ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเข้าใจภาษา และการใช้มือหยิบจับของ ซึ่งจะมีผลต่อระดับไอคิวของเด็ก  ส่วนเด็กชั้นประถมปีที่พบมีไอคิวต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยเด็กไทยสูงถึงร้อยละ 67  สาเหตุเกิดจากการแต่งงานในสายเลือดชิด เร่งกระตุ้นโดยให้ผู้ปกครองใช้วิธีเลี้ยงดูเน้นการกิน กอด เล่น เล่า และ กอด เล่น เต้น วาด   

 

        บ่ายวันนี้ มเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี  ทรงตรวจเยี่ยมสุขศาลาพระราชทานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทีไล่ป้า หมู่ที่ 5ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจ.กาญจนบุรี 272 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางกว่า 7ชั่วโมง โดยมีนาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ศูนย์สุขภาพจิตที่ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเฝ้ารับเสด็จ

 

 

 

 

          นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง กราบทูลถวายรายงานว่า  กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต ได้จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยอายุต่ำกว่า 5 ขวบที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสุขศาลาพระราชทาน  เพื่อพัฒนาคุณภาพการทำงานของสมองเตรียมความพร้อมเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษา และตรวจวัดระดับไอคิวหรือความฉลาดทางสติปัญญาเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมด้านโภชนาการ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้มีสุขภาพและสติปัญญาดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สนองโครงการพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารระยะที่5 พ.ศ. 2560-2569  

          สำหรับสุขศาลาพระราชทานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทีไล่ป้า  รับผิดชอบหมู่บ้านทีไลป้า ซึ่งอยู่ติดแนวชายแดนไทยเมียนมาร์ มี 108 ครัวเรือน ประชากร 607 คน ทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง มีอาชีพเกษตรกรรม รายได้20,000-25,000 บาทต่อปี  มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ รับการตรวจพัฒนาการจำนวน 19คน ผลการตรวจพบว่าปกติสมวัยเพียงร้อยละ 37 ไม่สมวัยสงสัยล่าช้าร้อยละ 63 ส่วนใหญ่ล่าช้าในด้านการเข้าใจภาษาและการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหยิบจับของ ซึ่งจะมีผลต่อระดับสติปัญญาของเด็กในอนาคต   สาเหตุที่เด็กมีพัฒนาการล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากการเลี้ยงดูที่มักจะตามใจเด็ก  ส่วนผลการตรวจวัดระดับไอคิวเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่ไล่ป้า พบว่าร้อยละ 33 มีระดับไอคิวอยู่เกณฑ์เฉลี่ยของเด็กไทยคือ 90-109 จุด    ที่เหลืออีกร้อยละ 67 มีไอคิวอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ซึ่งต้องให้การดูแลใกล้ชิด  สาเหตุเกิดจากการแต่งงานในหมู่ญาติหรือเรียกว่าสายเลือดชิด  

 

อย่างไรก็ดีพัฒนาการเด็กที่ล่าช้าสามารถแก้ไขได้และทำให้ระดับไอคิวสูงขึ้น กรมสุขภาพจิตได้จัดกิจกรรมกระตุ้นแบบกลุ่ม สร้างทักษะและทัศนคติผู้ปกครองในการเลี้ยงดูลูก โดยส่งเสริมการเลี้ยงดู เน้นการกอด กิน เล่น และเล่านิทาน เพื่อกระตุ้นพัฒนาการเด็กให้สมวัย  และแนะนำผู้ปกครองใช้วิธีกอด เล่น เต้น วาดร่วมกับลูกเพื่อเสริมสร้างความฉลาดทางสติปัญญาและอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก รวมทั้งความผูกพันในครอบครัวด้วย  โดยเด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าจะมีการติดตามประเมินผลซ้ำอย่างต่อเนื่อง ตามช่วงอายุ 4 ช่วง คือ  9 เดือน , 18 เดือน ,  30 เดือน และ 42 เดือน    สำหรับในด้านโภชนาการ พบว่าเด็กปฐมวัยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 84มีสุขภาพกายดี ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1-6 จำนวน147 คน พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 86 มีรูปร่างสมส่วน  ไม่มีปัญหาขาดสารไอโอดีนแต่ตรวจพบนักเรียนมีพยาธิไส้เดือน 4 คน ประกอบด้วยชั้นอนุบาล 2 คน และชั้นประถมศึกษา 2 คน

ทั้งนี้สุขศาลาพระราชทาน เป็นสถานบริการระดับปฐมภูมิโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน  ให้บริการฟรีแบบผสมผสาน ทั้งการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานในยามปกติและฉุกเฉิน  การส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค ให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนด้วยภาษาถิ่น  และเป็นศูนย์ประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาสุขภาพนักเรียนและชุมชน ที่ผ่านมามีผู้รับบริการเฉลี่ย 15,571 คนต่อปี  โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้พัฒนามาตรฐานสุขศาลาพระราชทานให้ได้ตามเกณฑ์รับรองคุณภาพสถานพยาบาล 

 


LastUpdate 04/01/2561 23:19:21 โดย : Admin

10-12-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555