การตลาด
สกู๊ป 'ยูนิโคล่' ส่ง 'ร้านโรดไซด์ สโตร์' ประเดิมไทยสาขาแรกในอาเซียน


หากพูดถึงแบรนด์สินค้าแฟชั่นที่มีอายุยาวนานยูนิโคล่น่าจะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ใครหลายคนคิดถึง  เพราะถ้าหากย้อนไปถึงวันที่แบรนด์ ยูนิโคล่ เริ่มต้นธุรกิจจนถึงวันนี้ ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 69 แล้ว  ด้วยความยาวนานของการทำธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น จึงทำให้ ยูนิโคล่ เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.. 2492 “ยูนิโคล่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากบริษัทเล็กๆ บริษัทหนึ่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดยะมะงุชิ โอะโกะริ โชจิ  ประเทศญี่ปุ่น   ช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจจะเน้นไปที่การขายเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายเป็นหลัก โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า "เมนส์ช็อปโอเอส" (Men's Shop OS)   ต่อมาในเดือนพ.. 2527  ได้เริ่มมีการขยายกิจการด้วยการเปิดร้านขายเสื้อผ้าภายใต้คอนเซ็ปต์ made for all หรือเสื้อผ้าลำลองที่ทำมาเพื่อทุกคน คุณภาพดี ใส่สบาย ราคาถูก มีให้เลือกหลายสี และไม่ตามเทรนด์แฟชั่น  เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยในฟุกุโระมาชิ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนะกะกุ จังหวัดฮิโระชิมะ โดยในส่วนของแบรนด์สินค้าที่ได้จำหน่ายในช่วงเวลาดังกล่าวจะอยู่ภายใต้ชื่อ "ยูนีคโคลธิงแวร์เฮาส์" (Unique Clothing Warehouse) เวลาผ่านไปไม่นาน จากชื่อแบรนด์ "ยูนีคโคลธิง" ก็ได้ปลี่ยนชื่อเป็น "ยูนิโคล่" (uni-clo)  ซึ่งตัวอักษรที่สะกดจะมีความแตกต่างไปจากปัจจุบัน  

ต่อมาในปี  2531 ยูนิโคล่ เริ่มมีการทำตลาดในต่างประเทศอย่างจริงจัง  หนึ่งในตลาดที่ให้ความสำคัญ คือ ฮ่องกง จากการบริหารงานในสาขาที่พนักงานมักจะได้อ่านชื่อผิดจาก "ซี" (C) เป็น "คิว" (Q) ทำให้ตัวอักษรในการสะกดชื่อแบรนด์ในภาษาอังกฤษได้มีการปรับเปลี่ยน จาก  "ยูนิโคล่" (uni-clo) เป็น "ยูนิโคล่" (uniqlo)  หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทะดะชิ ยานะอิ  ผู้บริหารของยูนิโคล่จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น "ยูนิโคล่" (uniqlo)  ในประเทศญี่ปุ่นด้วย   

หลังจากนั้นในเดือนก.. 2534 ชื่อบริษัทที่บริหารธุรกิจแบรนด์ยูนิโคล่ได้ถูกเปลี่ยนจาก "โอะโกะริ โชจิ" (Ogori Sh?ji) เป็น "ฟาสต์รีเทลลิง"(Fast Retailing) และในเดือนเม..2537  เพื่อให้รูปแบบของการบริการมีความหลากหลายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้น  โดยปัจจุบันยูนิโคล่มีร้านเปิดให้บริการทั่วโลกประมาณ 1,900 สาขา ใน 19 ประเทศ  แบ่งเป็นในญี่ปุ่นประมาณ 850 สาขา ที่เหลือ1,050 สาขา อยู่ในตลาดต่างประเทศ  

 

สำหรับประเทศไทยแบรนด์ ยูนิโคล่ ได้เริ่มเข้ามาเปิดให้บริการในช่วงปี 2554 ประเดิมสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์  หลังจากนั้นก็มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันร้านยูนิโคล่ มีจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการทั่วประเทศไทยประมาณ 35 สาขา  และในปีนี้มีแผนที่จะขยายร้านใหม่เพิ่มเติมอีกประมาณ 3 สาขา คือ  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า มหาชัย,ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า พิษณุโลก และร้านในรูปแบบสแตนอโลนบริเวณถนนพัฒนาการ

หนึ่งในสาขาใหม่ที่น่าจับตามอง คือ การเปิดร้านยูนิโคล่ในรูปแบบสแตนอโลน  เพราะถือเป็นสาขาแรกของประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะเปิดให้บริการร้านในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งในส่วนของรูปแบบร้านดังกล่าวจะมีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า โรดไซด์ สโตร์ (Roadside Store) หรือ ร้านในทำเลติดถนน

 

 

นายโอกูริ  โทโมโยชิ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ  บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  การที่บริษัทเลือกทำเลในย่านพัฒนามาเปิดร้านยูนิโคล่  ภายใต้คอนเซ็ปต์ โรดไซต์ สโตร์  ก็เพราะว่า   บนถนนพัฒนาการเป็นย่านที่คึกคัก  เนื่องจากมีหมู่บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก  นอกจากนี้  ประชากรที่อยู่อาศัยในย่านดังกล่าวยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อบริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการนำร้านยูนิโคล่เข้าไปเปิดให้บริการในวันที่ 23 มี..นี้ 

ยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ บนถนนพัฒนาการจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) ของยูนิโคล่อย่างครบถ้วน ตั้งแต่สินค้าสำหรับผู้ชายและผู้หญิงไปจนถึงสินค้าสำหรับเด็ก พร้อมกับนำประสบการณ์ใหม่ในการช็อปปิ้ง พร้อมความสะดวกสบายมาสู่ลูกค้าในประเทศไทยผ่านร้านรูปแบบใหม่ของยูนิโคล่บนพื้นที่ 1,440 ตร..

นอกจากจะมีพื้นที่ช้อปปิ้งที่กว้างขวางแล้ว  รูปแบบของ ร้านยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ ยังจะมีที่จอดรถที่สะดวกสบายเพียงพอสำหรับลูกค้าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ  นอกจากนี้ ยูนิโคล่ ยังจะเน้นการทำธุรกิจที่คำนึงถึงสังคม ด้วยการออกแบบร้านที่คำนึงถึงความต้องการของผู้มาใช้บริการเป็นสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมา ร้านยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของยูนิโคล่ในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว  และในอนาคตอันใกล้นี้ ยูนิโคล่ มั่นใจว่าการเปิดร้านยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์  จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในประเทศอื่นๆไม่ว่าจะเป็น เกาหลี  ไต้หวัน หรือประเทศไทย

 

  

นายโอกูริ กล่าวต่อว่า  นอกจากร้านยูนิโคล่ โรดไซด์ สโตร์ จะให้ความสำคัญกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแล้ว  ยังคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าในพื้นที่  เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนอย่างแท้จริง  ด้วยการมอบความสะดวกสบายผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของยูนิโคล่ เช่น มีพื้นที่สำหรับผู้มาคอย และโซนสำหรับเด็กๆ เป็นต้น  

 

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ ยูนิโคล่ ให้ความสำคัญไม่แพ้ไปจากการเปิดร้านใหม่ คือ การโฟกัสกับการทำตลาดในรูปแบบออนไลน์  เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก  ดังนั้น  การทำตลาดของ ยูนิโคล่ จึงจะต้องให้ความสำคัญกับการทำตลาดออนไลน์ควบคู่ไปกับออฟไลน์  เพื่อให้การทำตลาดครอบคลุมทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  และเข้าถึงแบรนด์ยูนิโคล่ได้ง่ายขึ้น 

แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเติมเต็มความสำเร็จในการทำธุรกิจของยูนิโคล่ที่ต้องการจะพาแบรนด์ก้าวไปสู่การเติบโต และก้าวไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่อยากจะให้แบรนด์ ยูนิโคล่  กลายเป็นแบรนด์เลิฟในใจของคนไทยอันดับ 1 ในปีนี้  จากปีที่ผ่านมาแบรนด์  ยูนิโคล่อยู่ในอันดับที่ 7 แบรนด์เลิฟของคนไทย ส่วนรายได้ของยูนิโคล่ในสิ้นปี 2560 ที่ผ่านมามียอดขายอยู่ที่ 8,828 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มียอดขายอยู่ที่  6,889 ล้านบาท


LastUpdate 26/01/2561 12:56:17 โดย : Admin

24-05-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555