การตลาด
สกู๊ป"เซ็นทรัล"ประกาศบิ๊กมูฟ ชู"เซ็นทรัล รีเทล อีโคโนมี"สยายปีกตลาดโลก


ถือเป็นการสร้างความฮือฮาให้กับวงการค้าปลีกพอสมควร เมื่อกลุ่มเซ็นทรัลออกมาประกาศปรับโครงการภายในองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการเตรียมนำบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แทนบริษัท โรบินสัน จำกัด(มหาชน)หรือ ROBINS ซึ่งจะทำการเพิกถอนหุ้นของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายหลังการทำ IPO และทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จสมบูรณ์


 
 
 
ทั้งนี้Central Retailจะเป็นผู้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ภายใต้กระบวนการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ผู้ถือหุ้นของ ROBINS ที่ตอบรับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จะกลายมาเป็นผู้ถือหุ้นของ Central Retail และจะยังคงเป็นเจ้าของ ROBINS โดยทางอ้อมผ่านการถือหุ้นใน Central Retail โดยจะทำการยื่นไฟลิ่งให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 นี้ ซึ่งปัจจุบันเซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดังกล่าว

แผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรวมธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัลในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานและบริหารของเซ็นทรัล รีเทล เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกที่มีศักยภาพการทำธุรกิจบน Customer-Centric Omnichannel Platform ซึ่งจะเชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งทั้งที่ร้านค้าและช่องทางออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างโอกาสและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มเซ็นทรัล

 
 
 
 
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่าอาณาจักรค้าปลีกของเซ็นทรัล รีเทล เริ่มจากจุดเริ่มต้นเล็กๆของธุรกิจครอบครัวเมื่อ 72 ปีก่อนที่เรามุ่งมั่นในการนำเสนอประสบการณ์ช้อปปิ้งใหม่ๆ ที่สามารถครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค ในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกและเทรนด์เซ็ตเตอร์ โดยเป็นผู้ริเริ่มการทำห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยไปจนถึงการทำธุรกิจค้าปลีกแบบ Multi-format ผ่านการเปิดร้านค้าเฉพาะทางและธุรกิจค้าปลีกหลายรูปแบบ ซึ่งปัจจุบันได้ต่อยอดธุรกิจจากช่องทางออฟไลน์สู่ Omnichannel ไปเป็นที่เรียบร้อย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างครอบคลุม

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจนับจากนี้กลุ่มซ็นทรัลจะใช้กลยุทธ์การสร้างธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาแพลตฟอร์มสู่ Customer-Centric Omnichannel Platform รวมถึงการพัฒนาธุรกิจหลักที่ได้กลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของเซ็นทรัล รีเทล สู่ยุค New Central New Retailที่จะมาเติมเต็มทุกประสบการณ์ของลูกค้ายุคในยุคดิจิทัล ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลมั่นใจว่า“เซ็นทรัล รีเทล”จะเป็นศูนย์กลางสำหรับการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดให้กับทุกคนภายใต้แนวคิด “Central of Life”

นอกจากนี้ยังจะต่อยอดและยกระดับศักยภาพการแข่งขันที่จะนำไปสู่การเติบโตครั้งใหม่ที่เรียกว่า Central Retail Economy อันประกอบด้วย 3 หัวใจหลัก ได้แก่  1.Business Highlights ความโดดเด่นในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีก 2. Thriving Ecosystem ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงแต่ละโมเดลทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันจนนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และ 3.Clear Positioning to Win กลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ รวมทั้งการขยายธุรกิจรูปแบบใหม่จากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเซ็นทรัล รีเทลในการเตรียมพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯภายใต้วิสัยทัศน์และพันธกิจที่มุ่งหวังความเป็นเลิศในธุรกิจค้าปลีกที่สร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลายในทุกประเทศ ซึ่งจะครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ แฟชั่น ฮาร์ดไลน์ ฟู้ด (Multi-category) ในหลากหลายรูปแบบ (Multi-format) ทั้งในและต่างประเทศ (Multi-market) โดยทั้งหมดนี้เรียกว่า Central Retail Experience”

ด้านนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่าจากการที่ได้ร่วมทำงานกับกลุ่มเซ็นทรัลอย่างใกล้ชิด โดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมและพร้อมที่สุดสำหรับเซ็นทรัล รีเทลที่จะเดินหน้าสู่ความสำเร็จขั้นต่อไปจากปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องการเติบโตของ GDP พร้อมด้วยกำลังการซื้อของผู้บริโภคที่ขยายตัว รวมถึงการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและการเป็น 1 ใน 20 เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก

ขณะเดียวกันยังถือเป็นการสร้างปัจจัยเกื้อหนุนทางเศรษฐกิจ เซ็นทรัล รีเทล ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหารงานจากธุรกิจครอบครัวสู่การขับเคลื่อนร่วมกับทีมผู้บริหารมืออาชีพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งมากด้วยความสามารถและประสบการณ์ในการทำธุรกิจค้าปลีก พร้อมไปกับการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในเรื่องของธรรมาภิบาลที่ดี รวมถึงยังห่วงใยและพร้อมเติบโตไปกับทุกสังคมที่เข้าไปดำเนินงาน ผ่านโครงการต่างๆซึ่งช่วยสร้างมูลค่า สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับชุมชนพร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ส่วนเรื่องเม็ดเงินในการลงทุนนับจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก (ออฟไลน์) และแพลตฟอร์มออนไลน์ในทุกธุรกิจภายใต้งบลงทุน 40,000-50,000 ล้านบาทต่อปีต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับการเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัลในระดับ 8%ต่อปี หรือเติบโตสูงกว่าจีดีพีอย่างน้อย 1.8-2 เท่า

นายประสาร กล่าวอีกว่านอกจากปัจจัยเกื้อหนุนทางเศรษฐกิจ เซ็นทรัล รีเทล ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องแล้ว การได้ทีมผู้บริหารมืออาชีพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจทั้งในด้านของธุรกิจและสังคม เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 72 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ สร้างงานและสร้างอาชีพให้กับชุมชนพร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน (ณ 31 มี.ค.2562) ธุรกิจค้าปลีกของเซ็นทรัล รีเทล มีธุรกิจกระจายอยู่ทั่วประเทศไทยครอบคลุม 51 จังหวัด ซึ่งในส่วนของเครือข่ายธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันก็จะมีทั้งในส่วนของห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ซูเปอร์มาร์เก็ต และอื่นๆอีกมากมาย รวมประมาณ 3,795 สาขา ในจำนวนนี้มีห้างสรรพสินค้า 9 สาขาใน 8 เมืองยุทธศาสตร์ของอิตาลี  

นอกจากนี้ยังมีไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายสินค้าเฉพาะทางรวม 125 แห่ง ใน 37 เมืองในเวียดนาม โดยในปี 2561 ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้รวมให้กับกลุ่มเซ็นทรัลกว่า  240,297 ล้านบาท และจากการที่เข้าไปลงทุนขยายธุรกิจในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเซ็นทรัลคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่โกยรายได้เข้าบริษัทอีกไม่น้อย

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 04 ส.ค. 2562 เวลา : 17:18:54

19-08-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555