การตลาด
สกู๊ป ''อิชิตัน'' แตกไลน์ ''น้ำแร่-นมเม็ด'' เสริมแกร่งชาเชียว หวังเข็นรายได้สิ้นปี 63 โต 5-7%


แม้ว่าการเกิดขึ้นของโรคโควิด-19 จะทำให้หลายธุรกิจประสบปัญหา แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายขึ้น ทุกธุรกิจต้องปรับตัวดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ประชากรทั่วโลกหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

จากข้อมูลของบริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า มูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปี 2563 ขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท จากปี 2562 ที่มูลค่าประมาณ 88,731 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบจากปี 2561ที่มีมูลค่าประมาณ 86,648 ล้านบาท โดยปี 2563 กลุ่มชาติอาเซียนจะเน้นไปในเรื่องสุขภาพและโปรตีนทดแทนเป็นหลัก
 
นอกจากนี้ ยังระบุถึง 5 เทรนด์อาหารแนวโน้มได้รับความนิยมปี 2020 ดังนี้  
 
1. สินค้าอาหารกลุ่มปราศจากสารปรุงแต่ง (Free Form)  สินค้าที่ปราศจากสารปรุงแต่ง สารกันบูด น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ไม่แต่งสี และมีไขมันต่ำ 
 
2. ผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood)  เป็นคำศัพท์ที่คนนำมาใช้พูดถึงอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เหมาะสำหรับกลุ่มคนผู้รักสุขภาพหรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย 
 
3. อาหารโปรตีนทางเลือก  อาหารโปรตีนทางเลือกอาจเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในอนาคต เนื่องจากปัญหาสภาวะโลกร้อนและภูมิอาการทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การผลิตอาหารต่างๆ จากแหล่งอาหารเดิมอาจไม่เพียงพอในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ทางเลือกประเภทใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นสารอาหารทดแทน 
 
4. กระแสฟาสต์ฟู้ด (Fast food) ระลอกใหม่  จากการขยายตัวของสังคมเมืองทำให้ผู้คนในยุคนี้ต้องการอาหารที่เร่งด่วน ทำให้ธุรกิจอาหารฟาสฟู้ดมีการขยายตัวดี 
 
และ 5. เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  ผู้บริโภคเริ่มมองหาเครื่องดื่มที่มีรสชาติอร่อยควบคู่ทางเลือกเพื่อสุขภาพ (Healthier choice)  มากขึ้น โดยเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจะเป็นประเภทเครื่องดื่มที่น้ำตาลน้อยไปจนถึงไม่มีน้ำตาล 
 
จากความนิยมของกลุ่มธุรกิจดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  ส่งผลให้ปี 2562 ที่ผ่านมาตลาดเครื่องดื่มโดยรวมมีมูลค่ากว่า 2.3 แสนล้านบาท และปี 2563  นี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 2-3% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
 
การขยายตัวของธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มให้ความสนใจก้าวเข้ามาทำธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เช่นเดียวกับ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ออกมาเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่น้ำแร่ “PH PLUS 8.5 (พีเอช พลัส 8.5)” เข้าทำตลาด
 
 
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  การดูแลสุขภาพถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับยุคปัจจุบัน เพราะจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หลายคนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ซึ่งน้ำแร่ PH PLUS 8.5 ที่บริษัทเปิดตัวเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้  มีจุดเด่นในด้านของตัวผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ด่างอ่อน ด้วยค่า PH 8.5 ช่วยปรับให้ร่างกายสมดุลจากสภาวะความเป็นกรดที่เกิดจากการรับประทานอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น อาหารรสจัด อาหารที่มีเนื้อเป็นส่วนประกอบ และใช้ความร้อนสูงในการปรุง เช่นการปิ้งย่าง รวมไปถึงการใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด ฝุ่นควัน มลภาวะ ของคนเมืองยุคใหม่
 
ทั้งนี้ เทรนด์การดื่มน้ำแร่ PH ที่มีคุณสมบัติเป็นด่างได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น และไต้หวัน จะเห็นได้จากจำนวนผู้เล่น และมูลค่าตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเมือง และคนที่ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพจากภายใน เพราะน้ำถือเป็นส่วนประกอบของร่างกาย 70% เนื่องจากร่างกายมีการใช้น้ำทุกส่วนและหมุนเวียนไปทุกอวัยวะ 
 
ดังนั้น การนำน้ำเข้าสู่ร่างกายจึงจะต้องเลือกน้ำคุณภาพที่มีความเหมาะสม เช่น น้ำที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง มีโมเลกุลขนาดเล็ก และไม่มีสารโลหะหนักเจือปน ซึ่งสารอาหารที่ร่างกายต้องการดังกล่าว ทำให้ อิชิตัน มั่นใจว่า  การนำเข้าเทคโนโลยีที่ได้รับลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม PH PLUS 8.5 ในครั้งนี้  น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคชาวไทยที่รักสุขภาพ
 
 
ด้วยความที่ตลาดน้ำแร่ทั่วโลกมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สอดรับกับเทรนด์เครื่องดื่มสุขภาพ ในปี 2562  ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดรวมน้ำแร่ในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 4,765 ล้านบาท เติบโต 7-8% และมีการบริโภค 311 ล้านลิตร 
 
จากตัวเลขการเติบโตดังกล่าวทำให้  อิชิตัน  ตัดสินใจบุกตลาดน้ำแร่ นอกเหนือจากชาพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าหลักในการตลาด เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาตลาดชาเขียวในประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างช้าๆ  
 
สำหรับแผนการทำตลาดของน้ำแร่  ‘PH PLUS 8.5’ นั้น อิชิตัน ได้วางราคาขายไว้ที่  20 บาท สำหรับขนาด 550 มิลลิลิตร ซึ่งหลังจากเริ่มนำเข้าทำตลาดในช่วงเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาพบว่าได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ จึงทำให้มั่นใจว่าในสิ้นปี 2563 นี้  น่าจะมียอดขาย น้ำแร่  ‘PH PLUS 8.5’ อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท
 
 
นอกจาก จะเสริมความแข็งแกร่งด้วยน้ำแร่  ‘PH PLUS 8.5’ แล้ว อิชิตัน ยังได้มีการแตกไลน์สินค้าใหม่เพิ่มอีก 1 ชนิด คือ นมอัดเม็ด วันมอร์ สำหรับเด็ก วางจำหน่ายแล้วในช่องทางร้านค้าปลีกรายย่อย  หรือ Traditional Trade และ Makro โดยในส่วนของราคาสินค้าได้วางไว้ที่ 10 บาท สำหรับสินค้าขนาด 10 กรัม 
 
 
อย่างไรก็ดี แม้ว่า อิชิตัน จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดธุรกิจ แต่จากผลกระทบที่เกิดจากโรคโควิด -19  ทำให้ อิชิตัน ต้องปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมปี 2563 มาอยู่ที่ 5 - 7% ลดลงจากแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะเติบโตที่ 15% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 5,347.71 ล้านบาท 
 

บันทึกโดย : acnewsวันที่ : 06 มิ.ย. 2563 เวลา : 10:40:57
25-02-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 25, 2021, 5:09 pm