เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
EIC คาดเศรษฐกิจไทย 2561 ขยายตัว 4.0% ตามเศรษฐกิจโลกและการลงทุนภาคเอกชน


อีไอซีมองเศรษฐกิจไทยปี 2561 โตต่อเนื่องที่ 4.0%YOY เสริมด้วยการลงทุนภาคเอกชนที่กำลังจะกลับมา อานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่งส่งผลให้การส่งออกและการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ซึ่งนั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การลงทุนภาคเอกชนของไทยมีโอกาสกลับมาขยายตัวตามการผลิตเพื่อการส่งออกที่มีการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นติดต่อกันมาหลายเดือน นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนยังมีสัญญาณสนับสนุนอื่นๆ อีก ได้แก่ การขยายสาขาของกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ การเริ่มกลับมาเปิดโครงการของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ตามโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่มีแนวโน้มขยายตัวอีกเท่าตัว และการลงทุนในเทคโนโลยีของบริษัทใหญ่เพื่อปรับธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีความคึกคักอย่างชัดเจนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็มีแนวโน้มนำไปสู่การลงทุนในหลายด้าน ทั้งในด้านการขนส่ง โกดังสินค้า และการรองรับเทคโนโลยีการชำระเงินออนไลน์ ทั้งนี้ ตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2561 เติบโตได้สูงกว่าคาดคือการลงทุนของบริษัทต่างชาติในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 

 

 

 

 

ตลาดผู้บริโภคมีแนวโน้มดีขึ้นเพียงบางกลุ่ม การบริโภคภาคเอกชนในภาพรวมมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเช่นกันแต่เป็นการพึ่งพากำลังซื้อของคนบางกลุ่มที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ได้แก่ กลุ่มผู้มีรายได้สูงและกลุ่มผู้ซื้อรถคันแรกที่ทยอยหมดภาระการผ่อนที่จะช่วยให้สินค้าและบริการ ที่เจาะกลุ่มชนชั้นกลางยังคงขยายตัวได้ นอกจากนี้ การผ่านพ้นช่วงไว้อาลัยก็จะทำให้กิจกรรมต่างๆ กลับมาดำเนินการตามปกติ เช่น การจัดงานรื่นเริง กิจกรรมและสื่อด้านความบันเทิง รวมไปถึงการท่องเที่ยวทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ยังคงได้รับผลกระทบจากทั้งการจ้างงานและค่าจ้างที่ลดลงในปีที่ผ่านมา รวมถึงภาระหนี้ต่อรายได้ที่ยังสูงและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการบริโภค

อีไอซีประเมินว่ามี 4 ความเสี่ยงหลักในปี 2561 ความเสี่ยงแรก คือ ราคาสินค้าเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำจากผลผลิตที่ออกมามากจะกระทบกับรายได้ของครัวเรือนส่วนใหญ่ เป็นการส่งผลซ้ำเติมต่อกำลังซื้อที่ยังไม่ได้ฟื้นตัว ความเสี่ยงที่สอง คือ การแข็งค่าของเงินบาทที่จะกระทบกับรายได้ในรูปเงินบาทและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ความเสี่ยงที่สาม คือ การขาดแคลนแรงงานทั้งแรงงานต่างด้าวและแรงงานทักษะขั้นสูง ซึ่งความเสี่ยงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของการลงทุนสะดุดลงได้ และความเสี่ยงสุดท้าย คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีโอกาสส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ อาทิ ความไม่สงบในคาบสมุทรเกาหลี ความไม่แน่นอนทางการเมืองของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองของหลายประเทศในสหภาพยุโรป

สภาวะทางการเงินของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้นโยบายการเงินโลกจะตึงตัวมากขึ้น ในระยะข้างหน้าสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกจะเริ่มลดน้อยลงจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดความสั่นคลอนในประเทศที่มีหนี้ต่างประเทศสูง และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับฐานของสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆ  รวมทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยที่ได้ปรับตัวขึ้นมาสูงในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจของไทยในภาพรวมยังถือว่ามีความเสี่ยงไม่มากด้วยทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีมากและสถานะการเงินของบริษัทใหญ่ที่ยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีความเป็นไปได้ที่จะยังอยู่ในระดับเดิมที่ 1.50% เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวได้ไม่ทั่วถึงและแรงกดดันจากเงินเฟ้อก็ยังมีไม่มากนัก ในด้านค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ในช่วง 32.00-33.0 ในช่วงปลายปี 2561 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ม.ค. 2561 เวลา : 14:02:45

13-12-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. ครม.งดเก็บค่าผ่านทางช่วงหยุดปีใหม่ เริ่ม 27 ธ.ค.61 - 3 ม.ค.62

2. เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,633.58 จุด ลดลง -1.30 จุด หรือ -0.08%

3. บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด : Gold Futures (ภาคเช้า) ราคาทองคำยังคงแกว่งตัวแคบ

4. MTS Gold Research | บทวิเคราะห์ราคาทองคำ (ภาคเช้า)

5. เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดที่ 1,638.96 จุด เพิ่มขึ้น 4.08 จุด หรือ 0.25%

6. ราคาทองคำวันนี้ ทองคำแท่ง 19,300 บาท ทองรูปพรรณ 19,800 บาท

7. กทม. - ปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส

8. ค่าเงินบาทเปิดตลาด 32.73 บาท/ดอลลาร์

9. ดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดที่ระดับ 24527.27 จุด เพิ่มขึ้น 157.03 จุด

10. ทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์ หรือ 0.22%

11. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(12 ธ.ค.) เพิ่มขึ้น 1.26 จุด

12. เงินบาทปิดตลาดเย็นวันนี้(12 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.78 บาท/ดอลลาร์

13. YLG แนะลงทุนทองคำระยะสั้นควรวางแผนการลงทุนที่ชัดเจน มีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร

14. ปตท.-บางจาก ลดราคาขายน้ำมันดีเซล 30 สต./ลิตร มีผลพรุ่งนี้(13 ธ.ค.)

15. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า บวก 5.82 จุด ดัชนี 1,639.44 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555