เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
TMB Analytics วิเคราะห์ 'บาทแข็ง ค่าแรงเพิ่ม ธุรกิจไหนเจ็บ'


ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ประเมินเงินบาทแข็งค่าบวกค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น กำไรหดเฉลี่ย 0.6%  กลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร เครื่องนุ่งห่ม และเฟอร์นิเจอร์/ชิ้นส่วน โดนหนักสุด

 

 

แม้คาดว่าการส่งออกไทยปี 2561 แนวโน้มจะขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.8 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นเฉลี่ย 64 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล สร้างรายได้จากการส่งออกเฉลี่ย 2.1 หมื่นล้านเหรียญต่อเดือน แต่หลังจากเข้าสู่ปี 2561 เป็นต้นมา ธุรกิจส่งออกต้องเผชิญกับปัจจัยที่กระทบต่อการดำเนินงาน ทั้งเรื่องการแข็งค่าของเงินบาทอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นปี โดยคาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นถึง 5% ในปีนี้ ผนวกกับการเพิ่มขึ้นของค่าแรงขั้นต่ำจากปีก่อน 1-7% ขึ้นกับพื้นที่ตั้ง เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ 

จากปัจจัยทั้ง 2 ส่วนนี้ TMB Analytics ประเมินผลกระทบต่อธุรกิจผ่านโครงสร้างธุรกิจและการเงิน และคาดการณ์การส่งออกในปี 61  เพื่อช่วยให้เห็นภาพผลกระทบและการปรับตัวของธุรกิจส่งออกในปีนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น  โดยรวมพบว่าอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากระดับปกติเฉลี่ยที่ 0.6%  จากผลของเงินบาทที่แข็งทำให้กำไรลดลง 0.2% เนื่องจากรายได้จากการส่งออกเป็นเงินบาทลดลง ส่วนของค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้นทำให้กำไรลดลง 0.4% จากภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น  โดยจัดกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.กลุ่มธุรกิจได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ สินค้าเกษตร เครื่องนุ่งห่ม และเฟอร์นิเจอร์/ชิ้นส่วน เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้พึ่งพารายได้จากการส่งออกสูงและมีการจ้างแรงงานสูง ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจากระดับปกติ 1-3% และด้วยแนวโน้มการส่งออกที่เติบโตอย่างจำกัดที่ 1-4% จำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกำไรที่ลดลงที่กำลังลดทอนความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดโลก

2.กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเฉพาะด้าน ด้วยลักษณะผลกระทบที่แตกต่างกัน จึงแยกออกมาเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ได้ผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยางพารา ข้าว และอาหาร ด้วยการพึ่งพารายได้จากการส่งออกที่สูง แต่การจ้างแรงงานต่ำ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจากระดับปกติ 1-2% อย่างไรก็ตามด้วยแนวโน้มส่งออกปีนี้ที่เติบโตมากกว่า 5% ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดผลกระทบ

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านการตลาด ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค กระดาษ/สิ่งพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ เนื่องจากธุรกิจถูกกระทบจากต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นเป็นหลัก ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจากระดับปกติ 0.1-0.5% และด้วยแนวโน้มการส่งออกอยู่ในระดับต่ำ  กระตุ้นให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาเรื่องขยายตลาด การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการผลิตเพื่อลดต้นทุน และรักษาส่วนแบ่งตลาดและผลกำไร

3.กลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด คือ ผู้ผลิตรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์/คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ 

เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีในปีนี้ และด้วยลักษณะผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตและส่งออกต่อ จึงช่วยลดผลกระทบจากการแข็งของเงินบาท (Natural Hedging) ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรเป็นในการผลิต จึงมีต้นทุนแรงงานอยู่ในระดับต่ำ  กำไรขั้นต้นจึงได้รับผลกระทบน้อยเพียง 0.1% จากระดับปกติ ผู้ประกอบการที่สามารถปรับปรุงการดำเนินงาน การผลิตและบริหารความเสี่ยงได้ดีจะช่วยรักษาศักยภาพในการทำกำไรและการแข่งขันในตลาดได้ต่อไป

จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการส่งออกไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าจ้างแรงงานที่เกิดขึ้นได้ แต่ยังสามารถลดผลกระทบได้ จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาและมีข้อมูลที่บอกช่วยทิศทางแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน สถานภาพทางการเงิน การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและขยายช่องทางตลาด ข้อมูลตลาดส่งออกและข้อมูลคู่แข่ง  จะช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกมีขีดความสามารถในการเติบโตและพร้อมรับมือกับแข่งขันตลาดโลกได้


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 ก.พ. 2561 เวลา : 13:02:52

20-08-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,698.35 จุด เพิ่มขึ้น 8.31 จุด หรือ 0.49%

2. ไทยอออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 20 - 24 ส.ค. 61 และสรุปสถานการณ์ฯ 13 - 17 ส.ค. 61

3. บล.ทิสโก้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ลุ้นขยับขึ้นต่อ ปัจจัยในปท.แกร่ง (20/08/61)

4. บล.โนมูระ พัฒนสิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน คาดตลาด 'Sideway Up' ต้าน 1697/1706 จุด (20/08/61)

5. บล.กรุงศรี : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน เรามีมุมมองเป็นกลาง-บวก (20/08/61)

6. กทม.-ปริมณฑล มีฝน 60% อีสาน ตะวันออก ใต้ ยังมีฝนตกหนักบางพื้นที่

7. MTS Gold Research | บทวิเคราะห์ราคาทองคำ (ภาคเช้า)_ราคาทองคำดีดตัวสูงขึ้นหลังปิดตลาด COMEX

8. บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด : รายงานภาวะ TFEX รายวัน ราคาทองคำรีบาวน์ขึ้น (20/08/61)

9. เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดที่ 1,694.78 จุด เพิ่มขึ้น 4.74 จุด หรือ 0.28%

10. บล.เคจีไอ : รายงานภาวะ Gold Futures รายวัน ศุกร์ทีผ่านมาเด้งฟื้นขึ้น (20/08/61)

11. ทองคำขายวันนี้ ทองแท่งบาทละ 18,700 ทองรูปพรรณบาทละ 19,200

12. บล.ยูโอบีเคย์เฮียน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน คาดฟื้นตัวในกรอบจำกัด (20/08/61)

13. บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น (20/08/61)

14. บล.เคทีบี (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ตลาดฟื้น แต่รอดูตุรกี (20/08/61)

15. บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน SET Index จะยังแกว่งตัว (20/08/61)

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555