กองทุนรวม
แอล เอช ฟันด์ เปิดแผนปี 61 ชูกลยุทธ์ 'Assets Allocation'


 

 

นางจันทนา กาญจนาคม กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ แอล เอช ฟันด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานปีที่ผ่านมา แอล เอช ฟันด์ ยังเติบโตก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่องทั้งรายได้และผลกำไร โดยมีกองทุนภายใต้การบริหารที่สร้างผลงานโดดเด่นและได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์หลายกองทุน โดยเฉพาะกองทุนเปิด แอล เอช ตราสารหนี้ ชนิดจ่ายเงินปันผล (LHDEBT-D) และกองทุนเปิด แอล เอช เฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (LHFLRMF) มีผลการดำเนินงานตีต่อเนื่องตลอด 5 ปี (ข้อมูล 30 ธันวาคม 2560)  นอกจากนี้กองทุนของแอล เอช ฟันด์ ยังสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายที่กำหนดไว้ จากผลการดำเนินงานที่ดีในปีที่ผ่านมาของกองทุนรวม ส่งผลทำให้ได้รับการไว้วางใจและการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนรายบุคคลหรือนิติบุคคล ส่งผลให้พอร์ตกองทุน Private Fund มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) โตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงกว่า 60%

ขณะที่ในปี 2561 แอล เอช ฟันด์ ตั้งเป้าผลักดัน AUM เติบโต 40% จากสิ้นปีที่ผ่านมาเป็นประมาณ 84,000 ล้านบาท โดยมีแผนงานเปิดตัวกองทุนใหม่อีกหลายกองในปีนี้เพื่อผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ หลังจากเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้เปิดตัวกองทุน ‘แอล เอช โรโบติกส์-E’ ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ผ่านกองทุนรวมชั้นนำในต่างประเทศ และได้รับการตอบรับเกินความคาดหมายจนต้องยื่นขอเพิ่มทุนจดทะเบียนถึง 2 ครั้ง โดยล่าสุด เตรียมเปิดตัวกองทุนแอล เอช อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต – E      (LHEM-E) ซึ่งเป็นกองที่ 2 ของปีนี้ เตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนเป็นครั้งแรก (IPO) ในเร็วๆนี้

 

 

นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อโอกาสการลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนทั้งในฝั่งประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้นในไทยและต่างประเทศยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ โดยประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในปีนี้มีโอกาสที่ดัชนีจะขยับขึ้นแตะระดับ 2,000 จุด แต่อาจมีความผันผวนเกิดขึ้นระหว่างทาง ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศน่าจะได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ดังนั้น ในปี 2561 แอล เอช ฟันด์ จึงมีแผนงานเปิดตัวกองทุนใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เน้นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศที่มีศักยภาพ หรือผ่านการลงทุนในกองทุน ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยการคัดเลือกอุตสาหกรรมหรือประเทศที่จะเข้าลงทุนนั้น จะพิจารณาจากแนวโน้มระยะยาวหรือ ‘เมกะเทรนด์’ ที่จะเป็นทิศทางขาขึ้นต่อไปได้อีก  3-5 ปีข้างหน้าเพื่อสอดรับกับแนวทางการลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ แอล เอช ฟันด์ มุ่งเน้นการบริหารกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน  โดยจะใช้กลยุทธ์ ‘Asset Allocation’ ซึ่งเป็นการแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่รับได้ พร้อมให้คำแนะนำการปรับพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยมีผู้จัดการกองทุนและทีมงานทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบ เพื่อให้คำแนะนำแก่นักลงทุนที่เป็นลูกค้าของแอล เอช ฟันด์ ทุกๆ ไตรมาสเพื่อกำหนดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทและลดผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ

ปีนี้คงได้เห็นแอล เอช ฟันด์ เปิดตัวกองทุนรวมใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกการกระจายพอร์ตลงทุน โดยปัจจุบันเรามีทีมงานบริหารกองทุนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญคอยติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด ที่จะให้คำแนะนำแก่นักลงทุนปรับพอร์ตเมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสมนายมนรัฐ กล่าว


LastUpdate 13/02/2561 13:59:01 โดย : Admin

20-11-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาดวันนี้(20 พ.ย.) ที่ 32.96-32.97 บาท/ดอลลาร์

2. YLG แนะลงทุนทองระยะสั้นหากราคาไม่หลุดแนวรับที่ 1,217 ดอลล์/ออนซ์

3. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(20 พ.ย.) ที่ระดับ 1,612.03 จุด ลดลง 24.45 จุด (-1.49%)

4. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า ร่วงหนัก 14.84 จุด ดัชนี 1,621.64 จุด

5. MTS Gold แนะกลยุทธ์ลงทุนทองวันนี้

6. ไทยออยล์วิเคราะห์ "ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย จากแรงหนุนปริมาณน้ำมันดิบที่จะขาดหายไป"

7. ทองคำ เช้านี้ ราคา "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 19,550 บาท

8. ตลาดหุ้นไทย เปิด ลบ 5.70 จุด ดัชนี 1,630.78 จุด

9. ใต้ ฝนตกหนักบางแห่ง / 22-25 พ.ย. "เหนือ-อีสาน"อุณหภูมิลดลง 2-4 องศา "กลาง-ตอ.-กทม." อุณหภูมิลดลง 1-3 องศา

10. ทองนิวยอร์ก ปิดเมื่อคืน บวก 2.3 เหรียญ เหตุนักลงทุนกังวลสงครามการค้าปะทุ และดัชนีดาวโจนส์ดิ่งเฉียด 400 จุด

11. ดาวโจนส์ ปิดเมื่อคืน ดิ่ง 395.78 จุด นักลงทุนแห่ทิ้งหุ้นกลุ่มเทคโนฯ ฉุดราคาหุ้น Facebook, Amazon, Apple ทรุดกว่า 20%

12. ค่าเงินบาทเปิดตลาด 32.93 บาท/ดอลลาร์

13. ค่าเงินบาทปิดตลาดอ่อนค่าลง 32.91 บาท/ดอลลาร์ เหตุตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ที่สภาพัฒน์ประกาศ ต่ำกว่าที่ตลาดคาด

14. ตลาดหุ้นไทย ปิด บวก 1.48 จุด ดัชนี 1,636.48 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า ลบ 0.16 จุด ดัชนี 1,634.84 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555