กองทุนรวม
บลจ.ไทยพาณิชย์ โชว์ผลงานจ่ายปันผลกองต่างประเทศ หุ้นญี่ปุ่น-หุ้นผันผวนต่ำ


นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนหุ้นที่ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นและกองทุนหุ้นผันผวนต่ำ พร้อมกันทั้ง 2 กองทุน  ใน วันที่ 27 เมษายน 2561 ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น LOW VOLATILITY (SCBLEQ) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2560  - 31 มีนาคม 2561 ในอัตรา 0.3802 บาทต่อหน่วย โดยจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.2500 บาทต่อหน่วย เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 คงเหลือจ่ายงวดนี้ 0.1302 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 4 รวมจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 0.6602 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 28 เม.. 2559)

 

 

 

โดยกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น LOW VOLATILITY (SCBLEQ) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.48%  (ข้อมูล วันที่ 23 เม.. 2561)  ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน  Low Volatility Equity Portfolio ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class) I สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) บริหารโดยAllianceBernstein L.P โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุน  AB Low Volatility Equity Portfolio  ลงทุนในตราสารทุนที่โดยพื้นฐานมีความผันผวนคาดการณ์และความเสี่ยงขาลงคาดการณ์ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดโดยรวม ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ตการลงทุนโดยการใช้แบบจำลองเพื่อคำนวณค่าความเสี่ยงและผลตอบแทนของหลักทรัพย์ รวมถึงใช้หลักการวิเคราะห์ และประสบการณ์ด้านการลงทุนที่ยาวนาน เพื่อให้ได้มาซึ่งพอร์ตการลงทุนที่ประกอบไปด้วยหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำที่สุด ในขณะที่มีคุณภาพด้านปัจจัยพื้นฐานดีที่สุด โดยจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่อยู่ในตลาดที่พัฒนาแล้วเป็นหลัก

ส่วนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น (ชนิดจ่ายเงินปันผล) (SCBNK225D) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2560 - วันที่ 30 มีนาคม 2561 ในอัตรา 0.3033 บาทต่อหน่วย ซึ่งนับเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 7 รวมจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 2.6903 บาทต่อหน่วย (นับจากจัดตั้งกองทุนเมื่อ 11 ..2556) 

ทั้งนี้กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น (ชนิดจ่ายเงินปันผล) (SCBNK225D) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 19.56%  (ข้อมูล วันที่ 23 เม..2561) มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Nikkei225 Exchange Traded Fund (กองทุนหลัก) เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริหารงานโดย Nomura Asset Management Co.,Ltd. จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และลงทุนในสกุลเงินเยน (JPY) มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกับจำนวนหุ้นในดัชนีนิคเคอิ 225 (Nikkei 225 Index หรือ Nikkei Stock Average) มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่ลงทุนในต่างประเทศ

 

นายสมิทธ์ กล่าวว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ กระแสการกีดกันทางการค้า และแรงเทขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี แต่ปัจจัยพื้นฐานยังดีอยู่ โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประมาณการไว้ว่าเศรษฐกิจโลกจะโตในระดับที่ร้อยละ 3.9 ในปี 2561 ซึ่งจะเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2554 อีกทั้งในปี 2562 จะมีการเติบโตที่ร้อยละ 3.9 

นอกจากนี้ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นหลักทั่วโลกยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยผลประกอบการของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีปัจจัยหนุนจากการปฏิรูปภาษีในต้นปี สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าตลาดได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจโตแค่ร้อยละ 1.4 ในปี 2561 ซึ่งลดลงจากการเติบโตที่ร้อยละ 1.7 ในปี 2560 แต่ตัวเลขเศรษกิจยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี โดยล่าสุดอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี อีกทั้งตลาดหุ้นจะได้ผลบวกจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือดอกเบี้ยระยะยาวของสหรัฐฯ ขึ้นตาม 

ขณะที่ญี่ปุ่นภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริโภค การใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งภายในและต่างประเทศ รวมถึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มโอกาสทำกำไรของธุรกิจ โดยผลประกอบการของบริษัทยังคงเติบโตเป็นปัจจัยสนับสนุนหลักต่อมูลค่าพื้นฐานของหลักทรัพย์ ขณะที่ตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มผู้สูงวัยและกลุ่มแรงงานเพศหญิงที่เข้ามามีบทบาทในตลาดแรงงานมากขึ้น นอกจากนี้ดัชนีชี้วัดความมั่นใจทางเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มที่ดี สะท้อนให้เห็นว่าประชากรมีมุมมองเชิงบวกต่อสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 25 เม.ย. 2561 เวลา : 17:37:56

12-12-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาดวันนี้(11 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.79 บาท/ดอลลาร์

2. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(11 ธ.ค.) ที่ระดับ 1,633.62 จุด ลดลง 16.37 จุด (-0.99%)

3. ตลาดหุ้นไทยปิด ลบ 16.37 จุด ดัชนี 1,633.62 จุด

4. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า ร่วงแรง 14.93 จุด ดัชนี 1,635.06 จุด

5. ทองวันนี้ ราคาลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 19,850 บาท ทองแท่ง ขายออก 19,350 บาท

6. กรมอุตุฯ แจ้งวันที่ 11-16 ธ.ค.ประเทศไทยอากาศเริ่มเย็นลง /วันนี้ "ใต้"ฝนตกหนัก/กทม.ฝน 10%

7. ไทยออยล์ วิเคราะห์ "ความกังวลต่ออุปสงค์โลกฉุดราคาน้ำมันดิบปิดร่วงกว่าร้อยละ 3"

8. MTS Gold วิเคราะห์ราคาทองคำ ภาคเช้าวันนี้ (11 ธ.ค.61) ให้แนวรับ 1,240 เหรียญ แนวต้าน 1,250 เหรียญ

9. นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวลงในกรอบ 1,630 - 1,670 จุด เหตุบรรยากาศสงครามการค้าประทุขึ้นอีกรอบ

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดต้นสัปดาห์ ลบ 3.12 จุด ดัชนี 1,646.87 จุด

11. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์สระบุ แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น

12. เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้(11 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.86 บาท/ดอลลาร์

13. อุตุฯ เผยทั่วไทยยังมีฝนเล็กน้อย ส่วนใต้ตกหนักบางแห่ง

14. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(7 ธ.ค.) ที่ระดับ 1,649.99 จุด ลดลง 3.74 จุด (-0.23%)

15. เงินบาทปิดตลาดวันนี้(7 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.83 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555