เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย ครั้งที่ 51และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย ครั้งที่ 51และการประชุมอื่น ที่เกี่ยวข้อง และการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 ครั้งที่ 21 กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

 


 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ครั้งที่ 51และการประชุมอื่น ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN+3 Finance Ministers and Central Bank Governors’ Meeting: AFMGM+3) ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 3-6พฤษภาคม 2561 กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ ADBครั้งที่ 51จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-6พฤษภาคม 2561ภายใต้หัวข้อ “Linking People and Economies for Inclusive Development”โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ว่าการ ADB ของไทย ได้มีสุนทรพจน์โดยกล่าวถึงความท้าทายที่มีต่ออัตราการ

จ้างงานเมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงาน และสนับสนุนบทบาทของ ADB ในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะและคุณภาพแรงงานในประเทศสมาชิกเพื่อปรับตัวให้เข้ากับพัฒนาการด้านเทคโนโลยีพร้อมทั้งยกตัวอย่างประสบการณ์ของประเทศไทยในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เข้ากับพัฒนาการทางเทคโนโลยีเช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)การนำเทคโนโลยีมาใช้ในโครงการ National E-Payment เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความโปร่งใสในการโอนเงินและรับสวัสดิการภาครัฐ และการพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกภาคเอกชนและธุรกิจ เป็นต้น

2. ในการหารือโต๊ะกลมของผู้ว่าการ ADB ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4พฤษภาคม 2561ภายใต้หัวข้อ “The Role of Government in Harnessing New Technologies for Inclusive Growth” ได้มีการหารือถึงแนวทางนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของการผลิต (Productivity Growth) 

พร้อมทั้งพิจารณาผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อการจ้างงาน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องของประเทศต่าง โดยเฉพาะนโยบายที่จะนำไปสู่การลดความยากจนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะของแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป การมีระบบคุ้มครองทางสังคม และการกระจายรายได้

3. ในการประชุมระหว่างนาย TakehikoNakaoประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย กับผู้ว่าการของประเทศสมาชิก (Governors’ Plenary) เมื่อวันที่ 5พฤษภาคม 2561ในหัวข้อ “ADB Strategy 2030” ที่มีการนำเสนอยุทธศาสตร์ของ ADB โดยยังคงเป้าหมายสูงสุดที่จะขจัดความยากจนแร้นแค้น (Extreme Poverty) และขยายเป้าหมายให้ครอบคลุมเพื่อบรรลุความมั่งคั่งมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงมีความมั่นคงและยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” (Achieve a prosperous, inclusive, resilient, and sustainable Asia and the Pacific) โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอย่างมีคุณภาพ สร้างอาชีพและโอกาสให้กับประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินการหลักของ ADB ยังคงเน้นการพัฒนาภาคสังคมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะเน้นสนับสนุนการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสำหรับภาคสังคมจะส่งเสริมการพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) โดยจะเน้นเรื่องการเข้าถึงพลังงาน การขนส่ง น้ำสะอาด และบริการสาธารณสุข ของประชากรในกลุ่มยากจน ผู้หญิง และกลุ่มอ่อนแออื่นๆ 

4. ในระหว่างการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ร่วมหารือทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศ และสถาบันการเงินชั้นนำของต่างประเทศ เช่นADBบริษัทหลักทรัพย์ Nomura ธนาคาร HSBC และ ธนาคาร MUFGเพื่อหารือถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจการเงินโลก ภาวะเศรษฐกิจของไทยและนโยบายของรัฐบาลในระยะต่อไป โดยสถาบันการเงินเหล่านี้มีความเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

5. นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้เข้าร่วมการประชุม AFMGM+3 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561โดยมีประเด็นการหารือที่สำคัญ ดังนี้

5.1 ภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาคเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 จะยังเติบโตได้ดีและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมต่อไปโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯประกอบกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศสมาชิกทั้งในด้านอัตราเงินเฟ้ออุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ยังมีความท้าทายจากนโยบายปกป้องทางการค้าของสหรัฐฯและความไม่แน่นอนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกรวมถึงความผันผวนในภาคการเงินของภูมิภาคอาเซียน+3 ได้ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาค และกฎกติกาของพหุภาคีรวมทั้งไม่สนับสนุนมาตรการปกป้องทางการค้าในทุกรูปแบบนอกจากนี้สมาชิกควรให้ความสำคัญในการใช้นโยบายผสมผสานระหว่างนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน นโยบายด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย ร่วมไปกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจและการเงิน และเพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกและของภูมิภาคอาเซียน+3 

5.2 กรอบความร่วมมือทางการเงินอาเซียน+3 ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าและแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านต่าง ที่สำคัญ ได้แก่ (1) การทบทวน (Periodic Review) ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation: CMIM)โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินผ่านกลไก CMIM ร่วมกับความช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund Linked Portion: IMF Linked Portion)เพื่อให้เกิดความสอดคล้องด้านการดำเนินการระหว่างกลไก CMIM และ IMF(2) การดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3Macroeconomic Research Office: AMRO)ตามภารกิจหลัก ยุทธศาสตร์ และแผนการดำเนินงานระยะกลางถึงระยะยาว (Strategic Direction and Medium to Long Term Plan) รวมทั้งนโยบายที่สำคัญในด้านต่าง ของ AMRO และ (3) การดำเนินงานภายใต้มาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Markets Initiative: ABMI) นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ยืนยันถึงจุดยืนในการเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการเงินเพื่อเพิ่มความสามารถและความพร้อมของประเทศสมาชิกในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ โดยรับทราบความคืบหน้าของการจัดตั้งกองทุน )Risk Pool) ประกันภัยพิบัติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(the Southeast Asia Disaster Risk Insurance Facility: SEADRIF) ซึ่งปัจจุบันมีประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าร่วมเป็นสมาชิก 

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ ADB ครั้งต่อไปจะจัดขึ้น เมืองนาดี สาธารณรัฐฟิจิ ในต้นเดือนพฤษภาคม 2562 โดยสาธารณรัฐฟิจิจะเป็นเจ้าภาพ และในโอกาสเดียวกันจะมีการประชุม AFMGM+3 ครั้งที่ 22ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยจะเป็นประธานร่วมกัน


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 พ.ค. 2561 เวลา : 15:39:32

19-07-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ : 21 ก.ค. 61 น้ำประปาไหลอ่อน รามอินทรา

2. YLG รายงานภาวะตลาดทองคำแท่ง - Gold Futures ภาคค่ำ ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ

3. บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด : รายงานภาวะตลาด Gold Futures รายวัน (ภาคค่ำ) ระหว่างวันราคาทองคำทิ้งลงต่อสร้าง Low

4. ค่าเงินบาทปิดตลาดทรงตัวที่ 33.34 บาท/ดอลลาร์

5. วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,635.85 จุด เพิ่มขึ้น 9.78 จุด หรือ 0.60%

6. เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,633.73 จุด เพิ่มขึ้น 7.66 จุด หรือ 0.47%

7. บล.ทิสโก้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน ลุ้นรีบาวด์ ตามหุ้นโลก (18/07/61)

8. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันประจำวันที่ (18/07/61) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม

9. บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด : รายงานภาวะ TFEX รายวัน ราคาทองคำปรับตัวลงต่อสร้าง Low ใหม่ (18/07/61)

10. เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดที่ 1,632.17 จุด เพิ่มขึ้น 6.10 จุด หรือ 0.38%

11. กทม.-ปริมณฑล มีฝน 70% เหนือ อีสาน ยังมีฝนตกหนักบางแห่ง

12. ทองคำขายวันนี้ ลดลง 150 บาท ทองแท่งบาทละ 19,450 ทองรูปพรรณบาทละ 19,950

13. YLG รายงานภาวะตลาดทองคำแท่ง - Gold Futures ภาคเช้า การเข้าซื้ออาจต้องรอจังหวะการอ่อนตัวลง (18/07/61)

14. บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะ Gold Futures รายวัน ราคาทองคำตลาดสหรัฐเมื่อคืน ปรับตัวลดลงแรง (18/07/61)

15. บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ (18/07/61)

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555