เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ชี้แจงกรณีการให้วงเงินชำระค่าสินค้าอุปโภคบริโภคในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ


นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวสารในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการให้วงเงินชำระค่าสินค้าอุปโภคบริโภคในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ ดังนี้ 

 

 

1. วงเงินที่ได้รับในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้เฉพาะสินค้าที่มีจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรับชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถนำไปชำระค่าสินค้าอื่น ได้ เช่น ก๋วยเตี๋ยว เผือกทอด กล้วยฉาบ เป็นต้น

2. ร้านธงฟ้าประชารัฐมีจำนวนน้อย ทำให้ประชาชนไม่สะดวกต่อการเดินทาง

3. ร้านค้าที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐได้รับผลกระทบ เนื่องจากประชาชนไปซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐแทน

4. สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐส่วนใหญ่เป็นสินค้าของผู้ผลิตขนาดใหญ่ ดังนั้น การที่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถซื้อสินค้าได้เฉพาะในร้านธงฟ้าประชารัฐเท่านั้น เท่ากับเป็นการอุดหนุนซื้อสินค้าจากผู้ผลิตขนาดใหญ่

5. มีสินค้าโอทอป (OTOP) จำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐจำนวนไม่มาก จึงไม่เป็นการสนับสนุนสินค้าชุมชน

6. ผลประกอบการของร้านธงฟ้าประชารัฐไม่มีกำไร เนื่องจากจำหน่ายสินค้าได้น้อย และมีต้นทุน  ด้านบุคลากรและการดำเนินงาน

7. การชำระค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีการคิดค่าธรรมเนียมร้อยละ 1.5 - 3 

8. การจัดซื้อจัดจ้างในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีแนวโน้มว่ามีการทุจริต

กระทรวงการคลังขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1. วัตถุประสงค์ของการให้ความช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการชำระค่าสินค้าหรือบริการที่ร้านค้าหรือหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ยังช่วยให้ภาครัฐสามารถติดตามและประเมินผลการให้สวัสดิการที่ให้การช่วยเหลือได้ ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำไปใช้จ่าย   เพื่อชำระค่าสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันที่ประชาชนอุปโภคบริโภคอยู่แล้ว เช่น ข้าวสาร เครื่องปรุงรส   เป็นต้น ในวงเงินเดือนละไม่เกิน 300 บาท ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนจะมีการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ในจำนวนที่สูงกว่าวงเงินข้างต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของครัวเรือน จึงเท่ากับว่าการให้วงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาท ทำให้ประชาชนมีเงินคงเหลือเพิ่มขึ้น 300 บาท เพื่อนำไปใช้ซื้อสินค้าอื่นๆ ได้ตามที่ต้องการ รวมถึงก๋วยเตี๋ยว เผือกทอด เป็นต้น รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนในการชำระค่าสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันด้วยเงินสดเป็นหลัก ไปสู่ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) และลดปริมาณเอกสารทางการเงินเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)  

2. กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการติดตั้งเครื่อง EDC ร้านธงฟ้าประชารัฐแล้วจำนวน 18,806 ร้านค้า และพร้อมจะติดตั้งเครื่อง EDC ให้อีก 20,000 ร้านค้าทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2561 ประกอบด้วยร้านธงฟ้าประชารัฐ 10,000 เครื่อง และร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (ร้านค้าชุมชน) 10,000 เครื่อง โดยได้ติดตั้งเครื่อง EDC ในร้านธงฟ้าประชารัฐระหว่างวันที่ 8 - 12 พฤษภาคม 2561 ไปแล้วจำนวน 9,051 ร้านค้า ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมบัญชีกลางและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะพิจารณาคัดเลือกที่ตั้งร้านธงฟ้าประชารัฐเพื่อติดตั้งเครื่อง EDC ให้มีความครอบคลุมพื้นที่และสอดคล้องกับจำนวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

3. ร้านค้าชุมชนอื่น ที่มองว่าอาจได้รับผลกระทบจากการถูกแย่งลูกค้าของร้านธงฟ้าประชารัฐนั้น หากร้านค้าชุมชนนั้น มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐก็สามารถทำได้ และการเข้าร่วมโครงการยังอาจได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนด้วย แต่หากไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ร้านค้าชุมชนอาจปรับเปลี่ยนไปจำหน่ายสินค้าประเภทอื่น ที่ยังเป็นที่ต้องการของชุมชน เพื่อสามารถแข่งขันกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ 

4. - 5. ร้านธงฟ้าประชารัฐมีความหลากหลายของสินค้า ทั้งด้านยี่ห้อ คุณภาพ และราคา ซึ่งสินค้าที่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อส่วนใหญ่เป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ปกติมีการซื้อในร้านค้าทั่วไปอยู่แล้วแม้ไม่มีโครงการนี้ ขณะเดียวกันร้านธงฟ้าประชารัฐยังมีสินค้าชุมชนวางจำหน่ายด้วย รวมทั้งปัจจุบันมีร้านค้าชุมชนที่ได้รับการติดตั้งเครื่อง EDC เพื่อรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยแล้ว ทั้งนี้ ร้านธงฟ้าประชารัฐแต่ละร้านจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรจะนำสินค้าใดมาจำหน่ายในร้านค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในชุมชนนั้น

6. ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่อง EDC เพื่อรับชำระค่าสินค้า ดังนั้น จึงมิได้เป็นการเพิ่มต้นทุนให้แก่ร้านค้า ในทางตรงกันข้ามร้านค้ายังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการรับชำระค่าสินค้าผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกเหนือจากการรับชำระค่าสินค้าด้วยเงินสดตามปกติ 

7. การเข้าร่วมเป็นร้านธงฟ้าประชารัฐนั้น ร้านค้าต้องไม่จำหน่ายสินค้าในราคาที่เกินกว่าราคาขายปลีกที่กำหนดไว้ ในกรณีที่ร้านค้าได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้านค้าต้องแสดง    ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. 20) สถานประกอบการในที่เปิดเผย ซึ่งเห็นได้ง่าย และหากร้านค้ายังไม่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มในราคาสินค้า ร้านค้าสามารถเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มเติมจากราคาสินค้าที่ยังมิได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มได้ในอัตราร้อยละ 7 โดยต้องจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกันแก่ผู้ซื้อทุกราย (ซึ่งในประเด็นนี้กระทรวงการคลังได้มีการชี้แจงในรายละเอียดแล้ว ปรากฏตามเอกสารแถลงข่าวกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 75/2561 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2561) 

8. สำหรับประเด็นการจัดซื้อจัดจ้างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรมบัญชีกลางได้มีการตรวจสอบแล้วไม่พบมีการทุจริต

รองโฆษกกระทรวงการคลัง เน้นย้ำว่าการดำเนินการให้ความช่วยเหลือโดยดำเนินการผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับชาติ คือ การมุ่งสู่สังคมไร้เงินสด นอกจากนี้ยังมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้เนื่องจากเป็นการให้วงเงินใช้จ่ายในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  ถึงมือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรงและในส่วนของร้านธงฟ้าประชารัฐนั้น จุดประสงค์ของการจัดตั้งโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐก็เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้า และลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ดี หากพบเห็นร้านธงฟ้าประชารัฐฉวยโอกาสหรือเอาเปรียบประชาชน ขอให้แจ้งเบาะแสชื่อร้านค้าและที่ตั้งร้านค้า ได้ที่กรมสรรพากร สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศ สายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 11 พ.ค. 2561 เวลา : 17:28:54

12-12-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาดวันนี้(11 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.79 บาท/ดอลลาร์

2. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(11 ธ.ค.) ที่ระดับ 1,633.62 จุด ลดลง 16.37 จุด (-0.99%)

3. ตลาดหุ้นไทยปิด ลบ 16.37 จุด ดัชนี 1,633.62 จุด

4. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า ร่วงแรง 14.93 จุด ดัชนี 1,635.06 จุด

5. ทองวันนี้ ราคาลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 19,850 บาท ทองแท่ง ขายออก 19,350 บาท

6. กรมอุตุฯ แจ้งวันที่ 11-16 ธ.ค.ประเทศไทยอากาศเริ่มเย็นลง /วันนี้ "ใต้"ฝนตกหนัก/กทม.ฝน 10%

7. ไทยออยล์ วิเคราะห์ "ความกังวลต่ออุปสงค์โลกฉุดราคาน้ำมันดิบปิดร่วงกว่าร้อยละ 3"

8. MTS Gold วิเคราะห์ราคาทองคำ ภาคเช้าวันนี้ (11 ธ.ค.61) ให้แนวรับ 1,240 เหรียญ แนวต้าน 1,250 เหรียญ

9. นักวิเคราะห์มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวลงในกรอบ 1,630 - 1,670 จุด เหตุบรรยากาศสงครามการค้าประทุขึ้นอีกรอบ

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดต้นสัปดาห์ ลบ 3.12 จุด ดัชนี 1,646.87 จุด

11. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์สระบุ แนวโน้มราคาทองคำเป็นขาขึ้น

12. เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้(11 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.86 บาท/ดอลลาร์

13. อุตุฯ เผยทั่วไทยยังมีฝนเล็กน้อย ส่วนใต้ตกหนักบางแห่ง

14. ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้(7 ธ.ค.) ที่ระดับ 1,649.99 จุด ลดลง 3.74 จุด (-0.23%)

15. เงินบาทปิดตลาดวันนี้(7 ธ.ค.) ที่ระดับ 32.83 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555