กองทุนรวม
กองทุน DIF ปลื้มนักลงทุนให้การตอบรับดี เคาะราคาเสนอขายสุดท้าย 13.90 บาทต่อหน่วย


กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (“กองทุน DIF”) เคาะราคาเสนอขายสุดท้ายของหน่วยลงทุนใหม่ที่ 13.90 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น เพื่อระดมทุนเข้าลงทุนในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มเติมครั้งที่ 3 หลังนักลงทุนให้การตอบรับดี ทั้งกลุ่มของผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและประชาชนทั่วไปที่จองซื้ออย่างคึกคัก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทุนฯ เตรียมประกาศผลการจัดสรรหน่วยลงทุนวันที่ 16 ..นี้ และสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรหน่วยลงทุนได้ที่เว็บไซต์ www.settrade.com หรือสำนักงานของบริษัทจัดการกองทุน DIF หรือผู้จัดการการจัดจำหน่ายลงทุนในประเทศทั้ง 3 รายตามที่ผู้จองซื้อได้ทำการจองซื้อหน่วยลงทุนไว้ มั่นใจด้วยจุดเด่นของกองทุนฯ ที่มีขนาดทรัพย์สินที่ใหญ่ขึ้นและสามารถขยายการให้บริการในพื้นที่ต่าง ทั่วประเทศได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้นและมีทรัพย์สินที่มีแนวโน้มสร้างรายได้จากการให้เช่าแก่ผู้เช่ารายอื่นเพิ่ม ส่งผลดีต่อประมาณการเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนตั้งแต่ 1 .. 2561 – 30มิ.. 2562 จะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 1.04 บาทต่อหน่วย

 

 

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สาย Primary Distribution ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน Sole Global Coordinator และผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนในประเทศของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF ในการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 เปิดเผยว่า หลังจากที่กองทุน DIF ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นของหน่วยลงทุนใหม่ที่13.60 - 13.90 บาทต่อหน่วย ซึ่งเปิดให้นักลงทุนทั้งกลุ่มผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ เมื่อวันที่ 2 – 11 พฤษภาคม 2561 ปรากฏว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากนักลงทุนทุกกลุ่ม โดยมียอดรวมการจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่เกินกว่าจำนวนหน่วยลงทุนที่เสนอขาย ทั้งนี้หลังจากสำรวจความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบัน (Bookbuild)  ได้กำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายของหน่วยลงทุนใหม่ที่ 13.90 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น โดยเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะถูกนำไปลงทุนในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มเติมครั้งที่ 3 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 55,236 ล้านบาท ซึ่งมาจากการระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ครั้งนี้จำนวน 53,236 ล้านบาท และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินอีก 2,000 ล้านบาท

 

 

นายเอกภพ เมฆกัลจาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีม Markets Sales and Product Solutions สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชนในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนในประเทศ กล่าวว่า การเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ของกองทุน DIF ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่และประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมากและดีกว่าที่คาดหมายไว้ ส่งผลให้กองทุน DIFสามารถปิดการขายหน่วยลงทุนใหม่ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ โดยหลังจากนี้จะประกาศผลการจัดสรรหน่วยลงทุนในวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ซึ่งผู้จองซื้อสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ www.settrade.com  หรือสำนักงานของบริษัทจัดการกองทุน DIF หรือผู้จัดการการจัดจำหน่ายลงทุนในประเทศทั้ง 3 ราย ตามที่ผู้จองซื้อได้ทำการจองซื้อหน่วยลงทุนไว้ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงเทพ  (เฉพาะเวลาทำการ)

 

 

นายประเสริฐ ดีจงกิจ SVP ผู้จัดการ ฝ่ายทุนธนกิจ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนในประเทศ กล่าวว่า มีการจองซื้ออย่างคึกคักจากนักลงทุนทุกกลุ่ม ซึ่งปัจจัยมาจากนักลงทุนมีความมั่นใจในศักยภาพและผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน ที่สามารถจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุน (DPU) ให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่ปี 2557 – 2560 จึงเชื่อมั่นว่าหลังจากเข้าลงทุนในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพิ่มเติมครั้งที่ 3 เป็นที่เรียบร้อยจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

 

 

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะบริษัทจัดการกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมและนักลงทุนรายใหม่ ที่สนใจจองซื้อหน่วยลงทุนใหม่ของ DIF เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในทรัพย์สินและศักยภาพของกองทุนฯ ซึ่งหลังจากลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้จะส่งผลดีต่อผู้ถือหน่วยลงทุนทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น โดยหลังจากที่ปิดการเสนอขายหน่วยลงทุนใหม่ของกองทุน DIF ได้เป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ที่ต้องการซื้อหน่วยลงทุน DIF หลังจากนำหน่วยลงทุนใหม่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากกองทุน DIF ลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่สามารถนำไปจัดหาผลประโยชน์จากการปล่อยเช่าแก่ผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้ทันที เพื่อสร้างผลตอบแทนและจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอ โดยหลังจากการลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นี้ จะทำให้กองทุน DIF เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และสิทธิการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิในเสาโทรคมนาคม 15,271 เสา กรรมสิทธิ์ สิทธิการเช่าระยะยาวและสิทธิการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิในใยแก้วนำแสงประมาณ 2.6ล้านคอร์กิโลเมตร และกรรมสิทธิ์ในระบบบรอดแบนด์ในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด 1.2 ล้านพอร์ต โดยมีทรัพย์สินรวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 175,042 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จะส่งผลให้กองทุน DIF มีศักยภาพที่โดดเด่นหลายด้าน ได้แก่ 1.มีทรัพย์สินขนาดใหญ่และครอบคลุมทั่วประเทศ 2. ประมาณการเงินปันผลต่อหน่วยลงทุน (ตั้งแต่ 1 .. 2561 – 30 มิ.. 2562) จะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 1.04 บาทต่อหน่วย เทียบกับปี 2560 (..-..) อยู่ที่ 0.98 บาทต่อหน่วย 3. ทรัพย์สินในกองทุน DIFมีอายุสัญญาเช่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักยาวนานขึ้นเป็นประมาณ 20 ปี ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านรายได้และการจัดสรรผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาว 4.กองทุน DIF มีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มทรูซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการกิจการโทรคมนาคมรายใหญ่และเป็นผู้เช่าหลักของกองทุน DIF และ 5. กองทุน DIF อยู่ในสถานะที่ดีที่มีโอกาสได้รับผลกระทบในเชิงบวกทางอ้อมจากภาวะอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการใช้บริการข้อมูลและอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น  การใช้งานอินเทอร์เน็ตและระบบบรอดแบนด์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงการผลักดันประเทศไทยสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านความต้องการในการเช่าจากผู้ประกอบการรายอื่นที่อาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้กระแสรายได้ของกองทุน DIF ที่จะได้รับจากผู้เช่ารายอื่นเติบโตขึ้น

 “นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน DIF มีผลการดำเนินงานที่ดีมาตลอด สะท้อนจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV)  สิ้นปี 2556 – 2560 อยู่ที่ 10.0471, 12.4161, 12.3241, 14.6191และ 15.5630 บาทต่อหน่วย และสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอและเพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้ยังเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย จึงมั่นใจว่า DIF มีศักยภาพที่ดีนายสมิทธ์ กล่าว


LastUpdate 15/05/2561 12:39:52 โดย : Admin

20-10-2018
เบรกกิ้งนิวส์
1. จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ รายงานภาวะ Gold Futures ภาคค่ำวันนี้ (19/10/61)

2. ค่าเงินบาทปิดตลาดแข็งค่าขึ้น 32.63 บาท/ดอลลาร์ คาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.55-32.70

3. ตลาดหุ้นไทยปิด ลบ 15.00 จุด ดัชนี 1,667.91 จุด

4. PTTOR-บางจากฯ ลดราคาน้ำมัน15-30 สต.พรุ่งนี้

5. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้า ลบ 14.30 จุด ดัชนี 1,668.61 จุด

6. บล.ทิสโก้มองทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ : ไหลลงต่อ หุ้นโลกดิ่งแรง-ราคาน้ำมันลงต่อเนื่อง-ดอลล์แข็ง

7. ค่าเงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าที่ 32.67 บาท/ดอลลาร์ เหตุมีแรงซื้อดอลลาร์กลับ

8. MTS Gold แนะกลยุทธ์ลงทุนทองวันนี้ "ลงซื้อขึ้นขาย เน้นเล่นเก็งกำไรในกรอบ 1,220 - 1,235 เหรียญ"

9. จีทีเวลธ์ แนะนำนักลงทุนหาจังหวะเปิดสถานะ Long เมื่อราคาทองคำย่อตัวลงใกล้บริเวณแนวรับ1,215 - 1,220 USD

10. ตลาดหุ้นไทยเปิด ลบ 2.79 จุด ดัชนี 1,680.12 จุด

11. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำวันศุกร์ที่ 19 ต.ค.61

12. ทองคำ เปิดตลาด ปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 19,450 บาท

13. ทั่วไทยยังคงมีฝน/กทม.ปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 40%ของพื้นที่

14. ทองนิวยอร์ก ปิดเมื่อคืน บวก 2.7 เหรียญ เหตุนักลงทุนทิ้งหุ้นซื้อทอง

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน ร่วง 327.23 จุด เหตุนักลงทุนเทขายหุ้นลดความเสี่ยงจากความกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555