หุ้นทอง
ผลตอบแทนหุ้นไทย"ดี-ไม่ได้" ขึ้นอยู่กับ.."ซื้อราคาถูก-ตอนขายราคาจะเป็นอย่างไร"


บทวิจัยและบทความอ้างอิงว่าตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 8-12%ต่อปีและถ้าใช้กฎของ 72 ก็พอจะกะได้ว่า การลงทุนในหุ้น 6-9 ปี จะทำให้เงินลงทุนเริ่มต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1 เท่าตัว ที่ผ่านมานักวางแผนการเงินส่วนมากจะใช้ค่าสถิติประมาณนี้เป็นผลตอบแทนคาดการณ์ เพื่อวางแผนลงทุนแต่ในความเป็นจริงคุณสามารถสร้างผลตอบแทนระดับนี้จากตลาดหุ้นไทยได้จริงหรือไม่


มิสเตอร์ตลาดหลักทรัพย์ฯ คุณณัฐพงษ์ อภินันท์กูล และคุณเสกสรร โตวิวัฒน์ ขอแนะนำวิธีง่ายที่สุด ซึ่งอาจเทียบดูผลตอบแทนจากการลงทุนใน LTF ซึ่งมีการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลัก พบว่าบาง Lot ที่ถือมาครบหรือเกินกว่า 5 ปี ได้ผลตอบแทนเกินเท่าตัวก็มี บาง Lot ก็ได้กำไรบ้างแต่ไม่มากนักและบาง Lot ก็ยังขาดทุนอยู่

มาถึงตอนนี้คุณคงมีคำถามว่า Lot ที่ครบ 5 ปีแล้วแต่ยังกำไรน้อยหรือยังขาดทุน ถ้าถือรอไปให้ถึง 6-9 ปี ตามค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนแล้ว เงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหรือไม่ คำถามนี้ตอบยากเพราะคำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตอนซื้อ ซื้อถูกหรือซื้อแพงเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าตอนจะขายตลาดเป็นอย่างไร

ค่าเฉลี่ยผลตอบแทน 8-12% ต่อปีนั้น เป็นค่าเฉลี่ยในระยะยาว ส่วนผลตอบแทนเฉลี่ยที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงจะแตกต่างกันไป ในตารางที่ 1 ได้แสดงผลตอบแทนเฉลี่ยแบบทบต้นของการลงทุน 10 ปี เป็นช่วงๆโดยคำนวณจากดัชนีหุ้น บวกเงินปันผลตั้งแต่ปี 2559-2561

ค่าสถิติในอดีตแสดงถึงความผันผวนของตลาดหุ้นไทยที่ซื้อแล้ว ถือลงทุนมาเป็นเวลา 10 ปี จะได้รับผลตอบแทน -3.24% ถึง +18.63% ต่อปี หากไปดูที่ดัชนีตอนต้นงวดและตอนปลายงวด พบว่าการได้รับผลตอบแทนที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการซื้อในราคาถูกเพียงอย่างเดียวแต่ต้องลุ้นด้วยว่าตอนขายราคาจะเป็นอย่างไร หากจะพิจารณาว่าช่วงของการซื้อขาย (ต้นปีที่ 1และสิ้นปีที่ 10) นั้นเป็นอย่างไร โดยดูจากความถูกความแพงของราคาหุ้นในตลาดที่พิจารณาจากค่า P/E Ratio
 

 
 
สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2540-2549 ที่ตอนเข้าซื้อดัชนีไม่ได้มีความแพงนัก P/E Ratio 12 เท่า แต่เมื่อครบ 10 ปี ตลาดกลับมีราคาถูกลงโดยเปรียบเทียบ P/E Ratio เหลือ 8 เท่า ในช่วง 10 ปีนั้น ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 0.61%ต่อปี หรือในช่วงปี 2542-2551 ก็มีลักษณะการปรับตัวของตลาดใกล้เคียงกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมาค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทยทรงตัวอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยของการลงทุนรอบ 10 ปี มีระดับใกล้เคียงและสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งหมด DCA ช่วยลดความผันผวนของผลตอบแทน จากความไม่แน่นอนของการคาดการณ์ผลตอบแทนที่ได้รับ ย่อมกระทบต่อสมมติฐานผลตอบแทนที่ใช้ในการวางแผนการลงทุน โดยเฉพาะสำหรับเป้าหมายสำคัญที่ไม่ต้องการให้การคาดการณ์ด้านตัวเลขเป้าหมายผิดพลาดมากนัก

วิธีหนึ่งที่ช่วยลดความผันผวนของผลตอบแทน คือการซื้อแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Averaging - DCA) ตารางที่ 2 ได้แสดงผลตอบแทนเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนครั้งเดียวตอนต้นงวดแล้วถือลงทุน 10 ปี กับการ DCA ทุกต้นปีด้วยจำนวนเงินเท่าๆกันตอนต้นปี


กลยุทธ์ DCA เป็นเครื่องมือสร้างวินัยการลงทุนได้ยอดเยี่ยมและยังช่วยให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่แตกต่างกันมากนักในแต่ละช่วง เมื่อเทียบกับการลงทุนเพียงครั้งเดียว พบว่าค่าความเสี่ยง (ความผันผวน)ของผลตอบแทน (Standard Deviation)ของการลงทุนครั้งเดียวอยู่ที่ 6.43%ต่อปีและมีค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนอยู่ที่ 10.53% ต่อปีและการลงทุนแบบ DCA มีค่าความเสี่ยงต่ำกว่ากันครึ่งหนึ่งหรือเพียง 3.48%ต่อปี และมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนสูงกว่าที่ 12.68% ต่อปี (คำนวณจากผลตอบแทนช่วง 10 ปี ของการลงทุนปี 2539-2561)

แม้การเปรียบเทียบกันตรงๆแบบนี้จะไม่ค่อยถูกต้องนัก เพราะมีเรื่องระยะเวลาของเงินก้อนหลังๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งการลงทุนแบบ DCA ในหุ้นสามารถกำหนดผลตอบแทนคาดหวังให้อยู่ในกรอบของค่าเฉลี่ยมากกว่าการลงทุนครั้งเดียวและรับความผันผวนน้อยกว่าการลงทุนเพียงครั้งเดียว

ความเสี่ยงจากลำดับผลตอบแทน
การนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ DCA มาใช้ในแผนการลงทุน ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติม คือหากตลาดหุ้นปรับตัวลดลงในช่วงปีท้ายๆ เมื่อใกล้ถึงเป้าหมายผลตอบแทนรวมที่ได้รับ อาจจะมีระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมและอาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของการลงทุนเพียงครั้งเดียว เช่นที่เกิดในช่วงปี 2542-2551และปี 2552-2561 ความเสี่ยงในลักษณะนี้เรียกว่า ความเสี่ยงจากลำดับผลตอบแทน (Sequence of return risk)

ทั้งนี้ความเสี่ยงของลำดับผลตอบแทนจะส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุน เมื่อมีการเข้าลงทุนเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ (เช่น กรณี DCA) หรือมีการทยอยถอนเงินออก เช่น การถอนเงินออกจากพอร์ตการลงทุนในช่วงเกษียณอายุ ผลกระทบจากการใส่เงินเพิ่มหรือถอนเงินออก อาจส่งผลให้ได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่คาดไว้ หากว่าตลาดหุ้นปรับตัวลดลงในปีสุดท้ายที่ต้องการใช้เงิน

ดังตัวอย่างตารางที่ 3 แสดงผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วง 7 ปีที่ผ่านมา (2555-2561) มีผลตอบแทนเฉลี่ย 6.2% ต่อปี สำหรับการลงทุนครั้งเดียว ไม่ว่าลำดับผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในแต่ละปีจะเป็นอย่างไร ก็ยังคงได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.22% ต่อปี และเมื่อครบกำหนดมูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้นที่ 100 บาทจะเพิ่มขึ้นเป็น 152.52 บาท ไม่ว่าจะสลับปีของผลตอบแทนเป็นอย่างไร

ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนแบบ DCA ทุกต้นปี พบว่าผลตอบแทนเฉลี่ยที่ได้นั้นจะลดลงเหลือ 3.39% ต่อปี แต่หากมีการสลับตำแหน่งการเกิดผลตอบแทนช่วง 2 ปีสุดท้าย ตามตารางที่ 4 ผลตอบแทนที่ได้รับจะเปลี่ยนไปเป็น 4.41% ต่อปีต่างไปจากการลงทุนครั้งเดียวที่จะสลับลำดับผลตอบแทน ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อจำนวนเงินเมื่อครบกำหนด

 
 

 
หากเป็นการถอนเงินขาเดียวไม่มีการใส่เงินเพิ่มแบบเป้าหมายการเกษียณแล้ว ความเสี่ยงของลำดับผลตอบแทนที่เกิดขึ้น อาจส่งผลร้ายแรงให้มีเงินไม่พอใช้ในช่วงหลังๆเลยทีเดียว

ลองเปรียบเทียบการเริ่มถอนเงินในช่วงปีที่ติดลบกับการเริ่มถอนในปีที่เป็นบวกจะพอประเมินได้ว่า การถอนในปีที่ติดลบจะยิ่งซ้ำเติมให้มูลค่าของพอร์ตการลงทุนปรับตัวลดลงไปอีก จนเหลือเงินลงทุนสิ้นปีรอการฟื้นตัวของตลาดน้อยกว่าที่คาดไว้

ท้ายที่สุดอาจส่งผลให้มีเงินไม่พอสำหรับการเกษียณ หากว่าตลาดปรับตัวย่ำแย่ติดกันหลายปีในช่วงเริ่มต้นของการเกษียณอายุ แม้ตอนเริ่มต้นเกษียณจะได้เตรียมเงินตามที่คำนวณมาแล้ว ในทางกลับกันหากตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเริ่มต้นถอนเงินก็จะส่งผลดีต่อแผนการใช้เงินในช่วงเกษียณอายุ

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 พ.ย. 2562 เวลา : 13:31:55
31-05-2020
เบรกกิ้งนิวส์
1. ประกาศ การประปานครหลวง เรื่อง น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหลชั่วคราว

2. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืนนี้ (29 พ.ค.) ลบ 17.53 จุด

3. พยากรณ์อากาศวันนี้ (30 พ.ค.) กทม.-ปริมณฑล มีฝน 60% ช่วงบ่าย-ค่ำ อุณหภูมิ 35-37 องศา

4. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,342.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด

5. ค่าเงินบาทปิดตลาดแข็งค่าที่ 31.81 บาท/ดอลล์ลาร์

6. พรุ่งนี้ (30 พ.ค.) น้ำมันทุกชนิดทั้งกลุ่มดีเซลและกลุ่มเบนซินปรับลดราคา*

7. ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้า ลบ 2.00 จุด

8. ทิสโก้ สรุปภาวะตลาดวันก่อน SET -7.60 จุด ขายล็อกกำไร

9. ไทยออยล์ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 29 พ.ค. ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม

10. หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ (29 พ.ค.) -4.94 จุด ดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,333 จุด

11. ทองเปิดตลาดวันนี้ (29 พ.ค.) ลดลง 50 บาท รูปพรรณขายออก 26,450 บาท

12. MTS วิเคราะห์ราคาทองคำ (ภาคเช้า) 29 พ.ค. ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นหลังไปทดสอบบริเวณ 1,700 เหรียญ

13. ค่าเงินบาท เปิดตลาดเช้านี้ (29 พ.ค.) อ่อนค่าที่ 31.86 บาท/ดอลลาร์

14. ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.) ลดลง 147.63 จุด

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 พ.ค.) กทม.-ปริมณฑล มีฝน 60% ช่วงบ่าย-ค่ำ อุณหภูมิ 35-39 องศา

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 31, 2020, 2:59 pm