เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"ปลดหนี้บ้านเร็ว-จ่ายดอกเบี้ยน้อยสุด"ต้องทำอย่างไร


 

 

 

บ้านคือวิมานของเรา...ต้องขอเกริ่นขึ้นต้นด้วยเนื้อเพลงนี้ เพราะจะเข้ากับธีม สำหรับความฝันที่ทุก GEN ตั้งเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง เพราะ “บ้าน” ถือเป็นสินทรัพย์สิ่งแรกๆที่หลายคนอยากได้มาครอบครองและเมื่อได้มาครอบครองแล้ว พบว่าความรู้สึกก่อนซื้อกับหลังซื้อช่างแตกต่างกัน เพราะก่อนที่คุณจะซื้อ คุณก็มักจะคิดและพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเล สะดวกไหมเวลาเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานหรือจะขายได้ราคาไหมหลังอยากเปลี่ยนมือ แถมลักษณะบ้าน ฮ้วงจุ้ยดีไหม รวมถึงสภาวะแวดล้อมและถ้าผ่อนไม่ไหวต้องการขายจะได้กำไรหรือไม่

 
มิสเตอร์ตลาดหลักทรัพย์และคุณศุภมาศ วงศ์บุญเนตร์ ขอแตะเบรคนิดนึงว่า ก่อนจะคิดไปไกลถึงขั้นนั้น ขอนำเสนอวิธีการสร้างหนี้ การปลดหนี้บ้านและการเสียดอกเบี้ยน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหนี้ก้อนแรกจากการซื้อบ้าน เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารอนุมัติเงินกู้ เพื่อนำมาชำระหนี้กับเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ และผู้ซื้อจะได้ครอบครองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็ต่อเมื่อผ่อนชำระหนี้กับธนาคารหมดแล้ว 
 
ดังนั้นเคล็ดลับเบื้องต้นของการปลดหนี้บ้านอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกคุณควรเลือกธนาคารที่ให้กู้ยืมที่คิดดอกเบี้ยคุณในระดับต่ำจากนั้นก็เข้าสู่วิธีการโปะหนี้บ้าน (ขอยกตัวอย่างออกเป็น 2 กรณี)
 
กรณีที่ 1 เลือกวิธีการชำระดอกเบี้ยแบบคงที่ 3%   
หากคุณยื่นกู้ด้วยวงเงินกู้ 4 ล้านบาท ธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก โดยยอดขั้นต่ำที่ให้แบ่งชำระเดือนละ 16,864.16 บาท เป็นระยะเวลา 30 ปี (ชำระให้ธนาคาร 202,369.92 บาทต่อปี) ซึ่งเป็นยอดเงินต้นและดอกเบี้ย ดังนี้

 

จากตารางพบว่าในเดือนแรกๆ แม้เงินต้นที่จ่ายจะไม่แตกต่างกันแต่เงินที่ถูกแบ่งมาหักเงินชำระเงินกู้ยืมจะน้อยกว่าเงินที่ตัดจ่ายชำระดอกเบี้ย ดังนั้นหากมีเงินจ่ายมากกว่ายอดผ่อนขั้นต่ำรายเดือน เงินที่จ่ายเกินก้อนนั้นก็จะตัดเงินต้นลงในทันที เรียกวิธีนี้ว่า การโปะหนี้บ้านซึ่งหากโปะมากกว่ายอดเงินขั้นต่ำมากเท่าไหร่ ยอดหนี้บ้านก็จะลดลงได้เร็วเท่านั้น
 
กรณีที่ 2 เลือกวิธีการชำระดอกเบี้ยแบบไม่คงที่ มีอัตราการจ่ายดอกเบี้ย ดังนี้
ปีที่ 1 : เดือนที่ 1 - 6 = 0.66% เดือนที่ 7 - 12 = 2.66%
ปีที่ 2 : เดือนที่ 13 - 20 = 2.66% เดือนที่ 21 - 24 = 3.66% 
ปีที่ 3 : เดือนที่ 25 – 36 = 3.66%

หลังจากนั้นจะทำการรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ย โดยระยะเวลาผ่อนชำระ 30 ปี
กรณีที่ 1 และ 2 มียอดเงินกู้ 4 ล้านบาทและอัตราการผ่อนจ่ายธนาคารเดือนละ 16,864.16 บาทเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่าง คือ จำนวนเงินในการตัดเงินต้นของแต่ละกรณี โดยกรณีที่ 2 ยอดเงินต้นปรับลดลงเร็วกว่าจากดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า
 


ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในกรณีใด หากสามารถจ่ายชำระหนี้ได้มากกว่ายอดชำระเงินกู้ขั้นต่ำ เงินที่จ่ายเกินจะไปตัดเงินต้นลง ส่งผลให้ยอดภาระจ่ายดอกเบี้ยที่คิดจากยอดหนี้คงเหลือจะลดลงเร็วขึ้น หมายความว่าคุณจะสามารถปลดหนี้และเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 27 ก.พ. 2563 เวลา : 11:51:02
10-04-2020
เบรกกิ้งนิวส์
1. เงินบาทปิดตลาด(10เม.ย.)ที่ระดับ 32.67 บาท/ดอลล์

2. หุ้นไทยปิดตลาด (10เม.ย.) เพิ่มขึ้น 17.55 จุด

3. กปน.แจ้งน้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหลชั่วคราวคืนวันที่ 14 เม.ย.

4. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(10เม.ย.) เพิ่มขึ้น 4.84 จุด

5. ทองเปิดตลาดปรับขึ้นบาทละ200รูปพรรณขายออก 26,150

6. หุ้นไทยเปิดตลาด(10เม.ย.) ลดลง 3.01 จุด

7. บล.เออีซี คาด SET Indexแกว่ง sideway ในกรอบ 1,190 -1,230 จุด

8. เงินบาทเปิดตลาด(10 เม.ย.)ที่ 32.71 บาท/ดอลล์

9. ไทยตอนบนอากาศร้อนถึงร้อนจัดกับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง"กทม."อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศา

10. ดาวโจนส์ปิด(9 เม.ย.) บวก 285.80 จุด

11. เงินบาทปิดตลาด(9เม.ย.)ที่ 32.80 บาท/ดอลล์

12. หุ้นไทยปิดตลาด (9เม.ย.) เพิ่มขึ้น 4.71 จุด

13. ปตท.-บางจากฯ ลดราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล-เบนซิน 30-60 สต./ลิตร ส่วน E20และE85 คงเดิม มีผลพรุ่งนี้(10เม.ย.)

14. หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า(9เม.ย.) เพิ่มขึ้น 28.63 จุด

15. ธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.40%ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 10, 2020, 7:24 pm