ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดดัชนีหุ้นไทยวันนี้แกว่งในกรอบแคบ 1,388-1,400 จุด ช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาว นักลงทุนชะลอลงทุน


 กลยุทธ์วันนี้  Selective Buy

 

 ประเด็นสำคัญวันนี้ ตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ ปิดบวก 0.79 จุด มาอยู่ที่ 1,392.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 31,231 ล้านบาท
         
นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง  461 ล้านบาท Short สุทธิใน Index Futures เป็นวันแรกในรอบ 11 วันทำการเพียง 8 สัญญา แต่คงซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 9 อีก 414  ล้านบาท กระแสเงินทุนต่างชาติชะลอตัว เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย
         
MBKET ประเมิน SET INDEX วันนี้แกว่งในกรอบแคบระหว่าง 1,388 – 1,400 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนทั่วไปชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตาม Downside Risk ของ SET INDEX ในช่วงสั้นเป็นไปอย่างจำกัด หลังการนัดชุมนุมของกลุ่มนปช. วันที่ 5-6 เม.ย. ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีความตึงเครียดอีกครั้งในวันที่ 17 เม.ย.เป็นวันที่ศาลรธน.นัดให้นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ มาชี้แจง ก่อนวินิจฉัยกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี ก็ตาม
         
 แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่กระแสเงินทุนต่างชาติ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ เดือนมี.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด โอกาสที่เฟดจะชะลอการลดวงเงิน QE ในการประชุมนัดถัดไปมีน้ำหนักมากขึ้น เป็นบวกต่อตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ และตลาดหุ้นไทย
ภาพกลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “เข้าเก็งกำไรบางส่วนบริเวณ 1,390 จุด+/-“ เน้นหุ้นที่ยังมีความเป็น Laggard หรือ Valuation ยังต่ำกว่า
          
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: MBKET แนะนำ “สะสม” SPCG/ SCC

Portfolio            
          Top Pick in 2Q14: SAMART / SPCG / GOLD
          HOLD: KTB/ SCC/ SPCG/ SPALI/ TTA
          Accumulative Buy: SPCG/ SCC

Technical View          
          แนวรับ 1380-1385 จุด แนวต้าน 1400 +/- จุด คงให้น้ำหนักยังไม่ปิดผ่านแนวปะทะ 1400 +/-

Action and Stock of the Day

SET INDEX แกว่งกรอบแคบ 1,390 จุด+/-
         
ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ตามทิศทาง DJIA คืนวันศุกร์ เมื่อตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
         
ด้านตลาดหุ้นไทยวันศุกร์ที่ผ่านมา SET INDEX แกว่งกรอบแคบ 1,390 จุด +/- เช่นเดียวกับวันก่อนหน้า เนื่องจากเป็นการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ ซึ่งเป็นสัปดาห์วันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงทยอยลดน้ำหนักการลงทุน เพียงแต่หุ้นขนาดใหญ่ กลุ่มธนาคาร อย่าง BBL / KBANK / SCB ช่วยจำกัด Downside risk ของ SET INDEX ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX อยู่ที่ 1,392.01 จุด บวก 0.79 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31,231 ล้านบาท
         
กลุ่มที่ปิดบวกมากสุดวานนี้ ได้แก่ กลุ่มเหมืองแร่ +6.18%, กลุ่มกระดาษ +1.96% และกลุ่ม IMM +1.90%  ส่วนกลุ่มหลักอย่างกลุ่มธนาคาร +1.09%, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง +1.06% และกลุ่ม ICT +0.24%

SET INDEX วันนี้ แกว่ง 1,388-1,400 จุด
กลยุทธ์การลงทุน ซื้อเก็งกำไรตามแนวรับ
คาดกลุ่มบ้าน / SCC จะเป็นหุ้นหลักในการผลักดัน SET INDEX รอบนี้
         
ภาพตลาดหุ้นไทยวันนี้
          ตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ (7.31 น) ตลาดหุ้น Nikkei – Kospi เปิดลบ โดยเฉพาะ Nikkei ที่ -1.14% เมื่อค่าเงินเยนแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
          MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นวันที่ 13 ด้วยภาพแกว่งในกรอบแคบระหว่าง 1,388-1,400 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง เหลือเพียง 2.0 หมื่นล้านบาท/วัน เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนภายในประเทศชะลอการลงทุนในสัปาดห์นี้ ขณะที่ Downside Risk ของตลาดหุ้นไทยยังมีจำกัด ในความเห็นของ MBKET แนวรับหลัก 1,380-1,385 จุด จะยังทำงานได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจาก
          สัญญาณทางเทคนิค แนวรองรับบริเวณดังกล่าวที่แข็งแกร่ง หากไม่หลุดแนว 1,380-1,385 จุด MBKET เชื่อว่า SET INDEX รอบนี้จะทดสอบและทะลุแนว 1,400 จุด สู่ด่านสำคัญถัดไป 1,420 จุด +/-
          หุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร อย่าง KBANK / SCB / TCPA ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 เม.ย. ทำให้หุ้นเหล่านี้ทรงตัวได้อย่างแข็งแกร่ง จำกัด Downside risk ของ SET INDEX ในภาพรวม
          การชุมนุมของกลุ่มนปช. วันที่ 5-6 เม.ย.ที่ผ่านมา ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้ว่าจะมีแรงกดดันในวันที่ 17 เม.ย. ทั้งนปช. และ กปปส. นัดชุมนุมวันดังกล่าว เพราะเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดให้นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชี้แจง กรณีการโยกย้าย นาย ถวิล เปลี่ยนสี
          ปัจจัยต่างประเทศ เริ่มเป็นไปตามสิ่งที่ MBKET ประเมินไว้ก่อนหน้านี้
          จีนเริ่มทยอยประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดสัปดาห์ก่อน แผนลงทุนรางรถไฟ 4-5 แสนล้านหยวน
          ECB ส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาโครงการ QE เพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อต่ำ และการว่างงานสูง
          FOMC มีโอกาสที่จะคงวงเงิน QE ในการประชุมถัดไป เมื่อตัวเลขการว่างงาน และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ที่ออกมาต่ำกว่าคาด
          จับตา BoJ สัปดาห์นี้ อาจพิจารณาเพิ่มวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวอย่างที่วางเป้าหมายไว้ บวกกับอัตราเงินเฟ้อยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.0% เช่นกัน

ประเด็นหลักๆ ทางการเมืองจากนี้ไป ที่ควรติดตาม
การเคลื่อนไหวของกลุ่มนอกสภา
          กปปส. รวม 4 เวทีเข้าเป็นหนึ่งเดียวที่เวทีสวนลุมพินี ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. พร้อมเริ่มเปิดประชุมระหว่างนักวิชาการ / ประชาชน ต่อแนวทางการปฎิรูปในด้านต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ล่าสุด กปปส.นัดรวมพลครั้งใหญ่วันที่ 29 มี.ค.นี้ และผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย ทั้งนี้ สุเทพ นัดหารือกับ แกนนำ กปปส. ต่อแนวทางการปฎิรูปการเมืองวันที่ 5 เม.ย. และล่าสุด นัดชุมนุมวันที่ 17 เม.ย. เพื่อให้กำลังใจศาล รธน. ต่อการพิจารณาคำร้อง กลุ่ม ส.ว.สรรหา ต่อกรณี นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ โยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนสี
          นปช. ให้นาย จตุพร เป็นประธาน และ ณัฐวุฒิ เป็นเลขาธิการ กลุ่ม พร้อมประกาศเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง เพราะไม่เห็นด้วยกับท่าที และแนวทางการพิจารณาคดี ของกลุ่มองค์กรอิสระ ทั้งในส่วนของ สส.-สว. 308 ท่าน และ คดีจำนำข้าว ด้าน นปช.นัดรวมพลครั้งใหญ่วันที่ 5 เม.ย. บริเวณ ถนน อักษะ และสิ้นสุดการชุมนุมวันที่ 6 เม.ย. ทั้งนี้นัดการชุมนุมอีกครั้งวันที่ 17 เม.ย. เพื่อให้กำลังใจ นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์

          กกต.
          วันที่ 12 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ รับพิจารณาคำร้องการกำหนดวันเลือกตั้ง 28 เขตที่มีปัญหานั้น ต้องออกพ.ร.ฎ. เลือกตั้งใหม่หรือไม่ หากออกพ.ร.ฎ ใหม่ นั้น จะต้องครอบคลุมทุกเขต หรือเฉพาะ 28 เขตที่ยังไม่มีผู้สมัคร และเปิดการเลือกตั้งได้ ซึ่ง กกต. ยื่นคำร้องไปในวันที่ 26 ก.พ. หากรับพิจารณา ลำดับถัดไปคือ รอศาลฯ กำหนดวันอ่านคำวินิจฉัย ทั้งนี้ กกต. คาดว่า ศาลฯ จะอ่านวินิจฉัยในวันที่ 21 มี.ค.
          การเลือกตั้ง ส.ว.: รับสมัคร ส.ว. วันที่ 4-8 มี.ค. // เลือกตั้ง ส.ว. วันที่ 30 มี.ค.
          กกต. กำหนดวันที่ 8 เม.ย. เชิญทุกพรรคการเมือง, ผู้นำ 4 เหล่าทัพ และหน่วยงานความมั่นคง หารือในการกำหนดวันเลือกตั้ง

          โครงการจำนำข้าว
          กกต. อนุมัติให้ รัฐบาลรักษาการ จัดสรรงบประมารกลาง 2.0 หมื่นล้านบาท มาจ่ายให้แก่ชาวนา ภายใต้โครงการจำนำข้าวได้ แต่ รัฐบาลฯ ต้องเร่งขายข้าว เพื่อนำเงิน 2.0 หมื่นล้านบาท มาชำระแก่งบประมาณกลาง ภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้
          วันที่ 5 มี.ค. อัยการได้ยื่นศาลปกครอง เพื่อฟ้องนายกฯ รักษาการ ยิ่งล้กษณ์ กรณีผิดสัญญาจำนำข้าว เรียกมูลค่า 2.7 ล้านบาท บวกอัตราดอกเบี้ย 7.5% จ่ายให้แก่ชาวนา
          ปปช.: กำหนดให้นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ เข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหา กรณีบกพร่องในหน้าที่ต่อการเป็นประธาน โครงการจำนำข้าว และทำให้เกิดการคอร์รัปชั่น ภายในวันที่ 31 มี.ค. ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีมติไม่ยืดเวลาให้แก่นายกฯ รักษาการ กรณีเข้าชี้แจง
          วันที่ 31 มี.ค. นายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าชี้แจงด้วยตนเอง พร้อมทนายส่วนตัวอีก 2 คน โดยเสนอให้มีการสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก ทั้งนี้ ปปช.จะมีการหารือในวันที่ 1 เม.ย. ว่าจะมีการสอบพยานเพิ่มเติมตามที่ร้องขอหรือไม่
          วันที่ 1 เม.ย. ปปช. มีมติสอบพยานเพิ่มอีก 3 ปาก จากคำร้อง 10 ปาก ได้แก่ นายนิวัฒน์, นายยรรยงค์ และ นายกิตติรัตน์
          ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท: ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติวินิจฉัย ขัดรัฐธรรมนูญทั้งในส่วนของเนื้อหา และ กระบวนการ โดยในส่วนเนื้อหา มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.169 วรรค 1 และ ม.170 ส่วนกระบวนการตราร่างกฎหมายนั้น มีมติเสียงข้างมาก
          ปปช. ตัดสินให้
          นายนิคม ประธานวุฒิสภา พ้นจากประธานวุฒิสภา จากกรณีแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ที่มาของ ส.ว. จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่วนนาย สมศักดิ์ ประธานรัฐสภา ไม่ถูกชี้มูล ในครั้งนี้ ทั้งนี้
          นายนิคม ต้องยุติบทบาทหน้าที่ ประธานวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. เป็นต้นไป
          ปปช.จะสรุปเรื่องถอดถอน นายนิคม สู่รองประธาน วุฒิสภา เพื่อเปิดประชุมพิจารณา โดยหากได้รับเสียง 3 ใน 5 หรือ 82 จาก 142 เสียงรับรองการถอดถอน นายนิคมจะต้องถูกถอดถอนทันที
          นายสมศักดิ์ ประธานรัฐสภา วันที่ 1 เม.ย. ปปช.มีมติ ถอดถอน เช่นเดียวกับ นาย นิคม
          กรณีสถานะ นายกฯ รักษาการ คุณยิ่งลักษณ์: วันที่ 2 เม.ย.คณะตุลาการศาล รธม. มีมติรับพิจารณาคำร้องของกลุ่ม ส.ว.สรรหา ต่อสถานะของนายกฯ รักษาการ กรณี โยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนสี ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยให้คืนคำแหน่งให้แก่นายถวิล ซึ่งศาลฯ จะเปิดให้ นายกฯ รักษาการ เข้ามาชี้แจงภายใน 15 วัน หลังรับสำเนาคำร้อง
         
ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยยังคงเปราะบาง ล่าสุดเช้าวันนี้ Bloomberg consenus คาด EPS ปี 2557 เหลือเพียง 104.94 บาท ลดลงจากช่วงต้นปีที่ 111.52 บาท หรือ -5.17% สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยใน 1H57 สอดคล้องกับมุมมองของ ธปท.

หากพิจารณาจากตารางคำนวณ SET INDEX ในปี 2557 ด้วยอัตราการเติบโตของ EPS ปี 2557 ที่ 9.05% ณ ระดับปัจจุบัน SET INDEX ซื้อขายในโซน “แพง” มากขึ้น ย่อมมาพร้อมกับความผันผวนและเปราะบางของการไต่ระดับขึ้นในช่วงสั้นนี้
          หากประเมินจากภาพรวมทางการเมือง และ ปัจจัยต่างประเทศ MBKET คาด SET INDEX มีโอกาสขยับขึ้นทดสอบและทะลุ 1,400 จุดสู่ 1,420 จุดในช่วงสั้นนี้ MBKET ให้น้ำหนักกับกลุ่มที่อยู่อาศัย และ SCC จะเป็นตัวผลักดัน SET INDEX ในรอบนี้

          ปัจจัยสำคัญวันนี้
          1. ตัวเลขการจ้างงาน สหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดทั้งสิ้น
          การจ้างงานนอกภาคการเกษตร รายงาน 1.92 แสนตำแหน่ง เทียบกับ Bloomberg  Consensus คาด 2.0 แสนตำแหน่ง
          การจ้างานภาคเอกชน รายงาน 1.92 แสนตำแหน่ง เทียบกับ Bloomberg consensus  คาดเพิ่มขึ้น 2.0 แสนตำแหน่ง
          อัตราการว่างงาน รายงาน 6.7% เท่ากับเดือนก่อนหน้า แต่สูงกว่า Bloomberg consensus คาด 6.6%
          MBKET ให้น้ำหนักกับตัวเลขดังกล่าว หลัง ประธาน เฟด Yellen ส่งสัญญาณกังวลต่อตลาดการจ้างงาน และอาจนำไปสู่การปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมในบางช่วงบางจังหวะ หมายถึง โอกาสที่ การประชุมเฟดครั้งถัดไป อาจพิจารณา คงวงเงิน QE ที่ US$5.5 หมื่นล้าน/เดือนได้ เทียบกับที่ Bloomberg consensus คาดว่า เฟดจะพิจารณาลดวงเงิน นี้ไปทุกครั้ง ของการประชุม ไปจนถึงสิ้นสุดโครงการในเดือนก.ย. ปีนี้
          2. การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ผ่านไปได้ด้วยดี: จากที่ นักลงทุนภายในประเทศ กังวลต่อการนัดชุมนุมดังกล่าว วันที่ 5-6 เม.ย. บวกกับ เป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนภายในประเทศ ลดการลงทุนตลอด 8 วันทำการ ขายสุทธิทั้งสิ้น 21,900 ล้านบาท MBKET เชื่อว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะกลับมาซื้อสุทธิอย่างหนาแน่น หลังสิ้นสุดเทศกาลวันหยุดยาว สงกรานต์ ต่อประเด็นการเมืองที่ไม่เกิดเหตุความรุนแรง
          3. วันนี้ติดตามการประชุม กกต.: ต่อแนวทาง และกรอบเวลาของการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งวันนี้ กกต. เชิญ พรรคการเมืองทุกพรรค, ผู้นำ 4 เหล่าทัพ และ หน่วยงานความมั่นคง เข้าร่วมหารือ แนวทางดังกล่าว
MBKET ให้ความเห็นเป็นกลาง: เพราะ
          คาดว่าการหารือนัดแรก เป็นเพียงการรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา
          คาดการหารือจะต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 1 เดือน เพื่อหาแนวทางและข้อสรุปร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการปฎิรูปการเมือง
          จับตา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อท่าทีการเลือกตั้งใหม่ เพราะถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการจัดการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ ขณะที่พรรคเพื่อไทย ยืนยัน เดินหน้า เลือกตั้งเช่นเดิม
          4. วันนี้ติดตามการประชุม BoJ: ตลาดคาด BoJ อาจพิจารณา เพิ่มวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์มากขึ้น หลัง รัฐบาลเริ่มใช้ ภาษี VAT ใหม่ที่ 8% ตั้งแต่ 1 เม.ย. ขณะที่เศรษฐกิจ การจ้างงาน และ อัตราเงินเฟ้อ ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย

 กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะนำ “ทยอยสะสม”  ได้แก่
          
1. SPCG : ราคาปิด 20.00 บาท ราคาเหมาะสม 22.80 บาท  
a) MBKET คาดว่ากำไรสุทธิ 1Q57 จะเติบโตสูง และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น ในเบื้องต้น ประเมินกำไรสุทธิ 1Q57 ที่ 240 ล้านบาท +152% yoy และ +21% qoq จากการรับรู้รายได้โคงการโซลาร์ฟาร์มเพิ่มอีก 3 แห่ง เป็น 27 แห่งใน 1Q57  
b) และโซลาร์ฟาร์มที่เหลืออีก 6 แห่ง จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน เม.ย. 2557 เป็นต้นไป และส่งผลให้ปี 2557 เป็นปีแรกที่รับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์มครบทั้ง 36 แห่ง
c) มีโอกาสที่จะจ่ายเงินปันผลได้เร็วกว่าคาด จากแผนการออกหุ้นกู้จำนวนไม่เกิน 4,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ระยะยาวจำนวน 2,900 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเดิมที่ทำให้บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้จนกว่าจะชำระหนี้ดังกล่าว โดย SPCG จะมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการออกหุ้นกู้ในวันที่ 25 เม.ย.
d) นอกจากนั้น การออกหุ้นกู้ดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลให้ SPCG ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ถึงปีละ 120 – 180 ล้านบาท หรือคิดเป็น Upside ราว 14% ของประมาณการกำไรปี 2557
e) เราคาดว่ากำไรปี 2557 จะเติบโต +188.4% yoy เป็น 1,848 ล้านบาท และราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายระดับ PER 2557 เพียง 9.1 เท่า ต่ำกว่า EA ที่ 28.5 เท่า จึงให้ SPCG เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มหุ้นพลังงานทางเลือก
          
2. SCC : ราคาปิด 428.00 บาท ราคาเหมาะสม 500.00 บาท  
a) MBKET ประเมินว่าราคาหุ้น SCC จะ Outperform หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีได้ในเดือน เม.ย. จากผลประกอบการ 1Q57 ที่คาดว่าจะขยายตัวโดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี และเชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากการจัดประชุม Preview ผลประกอบการ 1Q57 ในวันที่ 21 เม.ย.
b) เราคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q57 จะเติบโตสูง qoq เมื่อเทียบกับ 4Q56 ที่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรเคมี จากแรงหนุนของธุรกิจปิโตรเคมีที่ขยายตัวทั้ง yoy และ qoq ได้แก่
          
1. PP Spread YTD +5.9% yoy และ +4.3% qoq เป็น US$615.00/ตัน
2. HDPE Spread YTD +17.4% yoy และ +2.5% qoq เป็น US$612/ตัน
             
c) SCC ได้ประโยชน์จากการอ่อนตัวลงของราคาน้ำมันดิบ และแกว่งตัวบริเวณ US$100.00/barrel เนื่องจากเป็นสายการผลิตแบบ Naphtha Base จึงส่งผลบวกต่อ Spread เมื่อราคาน้ำมันขยับลง
d) คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2557 เติบโต +4.9% yoy เป็น 38,514 ล้านบาท และ +15.5% yoy เป็น 44,500 ล้านบาท ในปี 2558 และคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาวเนื่องจากธุรกิจมีความแข็งแกร่ง และเป็นผู้นำธุรกิจปูนใหญ่และปิโตรเคมีในตลาดอาเซียน
e) และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดการณ์เงินปันผลปี 2557 หุ้นละ 15.00 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.5%

What will DJIA move tonight          
คืนนี้มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อการบริโภค

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 เม.ย. 2557 เวลา : 11:02:34

18-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555