ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
ทิสโก้ชี้ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้: แกว่งลง หลุด 1480 มีโอกาสทดสอบแนวรับ 1460+/-


 สรุปภาวะตลาดวันก่อน: SET -14.42 จุด แรงขาย LTF ครบ 5 ปี กดดัน

SET ไหลลง 3 วันติด โดยผันผวนแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในกรอบ 1482-1502 จากแรงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี หลังราคาน้ำมันที่ร่วงทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบมากกว่า 5 ปี และเริ่มเห็นแรงขาย LTF ครบ 5 ปี (สถาบันในปท.ขายสุทธิ 2.51 พันลบ.) ด้านเงินเฟ้อไทย ธ.ค. +0.6% YoY ต่ำสุดรอบ 62 เดือน  ต่างชาติขายสุทธิ 1.84 พันลบ. 
 
ทิศทางตลาดวันนี้: แกว่งลง หลุด 1480 มีโอกาสทดสอบแนวรับ 1460+/-
หุ้นโลกเมื่อคืน (5 ม.ค.) ร่วง นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหลัก หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกดิ่งหนักต่อเนื่อง (WTI หลุด 50$ ครั้งแรกนับตั้งแต่ เม.ย. 2009, Brent ต่ำกว่า 54$) ขณะที่ปธ.ECB แสดงความกังวลมากขึ้นต่อความเสี่ยงการเกิดภาวะเงินฝืดในสหภาพยุโรป หลังเงินเฟ้อเยอรมันขยายตัวเพียง 0.2% YoY ใน ธ.ค. ต่ำสุดนับตั้งแต่ พ.ย. 2009 vs คาด +0.3% และ +0.6% ใน พ.ย.  นลท.อยู่ในโหมด “Risk-off” ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ฯ (US Dollar Index บวก 4 วันติด มาที่ 91.38 สูงสุดนับตั้งแต่ ธ.ค. 2005) และราคาทองคำขยับขึ้น 15$ มาที่ 1,204$/Ounce มอง SET กระโดดลง หลุด 1480 จากแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงานและแรงขายต่อเนื่องจากเม็ดเงิน LTF ครบกำหนด 5 ปี แนวรับ 1460+/- แนวต้าน 1500-02 อนึ่ง หุ้น AJD, AJD-W1, CEN, CEN-W3, MILL, MILL-W2 ติด Cash Balance 5 ม.ค. – 13 ก.พ. 
 
กลยุทธ์การลงทุน: ทยอยจังหวะสะสมช่วงอ่อนตัว 1-2 สัปดาห์นี้ (1H ม.ค.)
เรายังคงเป้า SET ปี 58 ที่ 1710 จุด (อิงจาก Fwd. PER 13.5 เท่าปี 59F หรือ +0.5SD) แต่มองมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น จาก (1) โอกาสที่ FED อาจขึ้นอัตราดบ.นโยบายในปี 58 ซึ่งโดยปกติในอดีต มักจะมีผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวน (2) การประเมินมูลค่าหุ้นไทยไม่ถูกเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็น Fwd. PER ปี 58F ที่ 13.7 เท่า vs ค่าเฉลี่ยระยะยาว 10 ปีย้อนหลังที่ 12.3 เท่า และ +1SD ที่ 14.5 เท่า สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปล่วงหน้าแล้วพอสมควร (3) ปท.ไทยในขณะนี้ อยู่ในช่วงปฏิรูป ดังนั้นต้องติดตามการทำงานว่าจะมีความคืบหน้าตามกรอบเวลา (Roadmap) ที่วางไว้หรือไม่  เรามองมีโอกาสราว 83% ที่จะไม่มีผลกระทบ “January Effect” เกิดขึ้นในเดือน ม.ค. ปีนี้  เรามองการลงทุนปี 58 จังหวะการลงทุนและการเลือกหุ้นเป็นรายตัว (Selective Buy) จะมีความสำคัญมากขึ้น โดยใน ม.ค. ปีนี้ คาดว่าหุ้นไทยจะผันผวนจากแรงขายเม็ดเงิน LTF ครบกำหนด 5 ปี (ของปี 54)  อิงจาก LTF ที่ครบกำหนด 5 ปีในอดีตที่มักจะขายออกมาราว 25-30% จะคิดเป็นเม็ดเงินไหลราว 6-7 พันลบ. ดังนั้นในแง่ของกลยุทธ์เดือน ม.ค. เราแนะนำทยอยสะสมหุ้นช่วงอ่อนตัวในครึ่งเดือนแรก หลังจากนั้น SET คาดว่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งเดือนหลัง หุ้นที่น่าสะสม เพื่อลงทุนในช่วงไตรมาส 1/58 นี้ คือ AMATA, BBL, BGH, CPN, DTAC, HMPRO, INTUCH, KBANK, KTB, SPALI ด้านหุ้นเด่น (Top picks) สำหรับเดือน ม.ค. คือ BEAUTY, BTS, GFPT, MALEE, SCB, TMB จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีในปีนี้ นอกจากนี้ มองเป็นจังหวะทยอยเก็บหุ้นปันผลด้วยช่วงอ่อนตัว แนะนำ MODERN, ASP, INTUCH, BJCHI, BTS, AIT, KKP 
 
หุ้นเด่นรายวัน: ไม่มี
 
ปัจจัยติดตาม
6 ม.ค.
JP, CHตัวเลข PMI  ภาคบริการและรวม (Markit) ของญี่ปุ่นใน ธ.ค., PMI ภาคบริการและรวมของจีนใน ธ.ค.
EUตัวเลข PMI ภาคบริการและรวมทุกภาคของสหภาพยุโรปในเดือน ธ.ค.
 USตัวเลข ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ ในเดือน ธ.ค., ตัวเลขคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐฯ ในเดือน พ.ย.
 
7 ม.ค.
EUตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของสหภาพยุโรปใน ธ.ค., ตัวเลขอัตราว่างงานของสหภาพยุโรปใน พ.ย.
GEตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและอัตราการว่างงานของเยอรมันในเดือน ธ.ค.
USการจ้างงานภาคเอกชนทั่วปทของสหรัฐฯ (ADP Employment Chg.) ใน ธ.ค., ดุลการค้าใน พ.ย.
USรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ครั้งก่อน (16-17 ธ.ค.)
 
ที่มา : Bloomberg, DB, TISCO Research

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 ม.ค. 2558 เวลา : 11:05:00

26-06-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555