ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรรอบสั้น ควรหาจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว และอาจพิจารณาซื้อหุ้นเป้าหมายมากขึ้น บริเวณ 1,350 จุด +/-


ตลาดหุ้นวานนี้:
  ตลาดหุ้นไทยวานนี้เปิดย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนที่จะฟื้นตัว นำโดยกลุ่มอสังหาฯ และ กลุ่มค้าปลีก คาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบของทีมเศรษฐกิจ แม้ว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุดแนว 36.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายก็ตาม ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX ฟื้นตัวเล็กน้อย 0.46 จุด ปิดที่ 1,371.40 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 26,668 ล้านบาท
  นักลงทุนต่างชาติคงการขายสุทธิทั้ง 3 ตลาดเป็นวันที่ 4 ด้วยการขายสุทธิตลาดหุ้นเป็นวันที่ 4 อีก 1,936 ล้านบาท Short สุทธิใน SET50 Index Futures เป็นวันที่ 4 อีก 3,475 สัญญา และขายสุทธิตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 13 เพียง 1,439 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้

ติดตามการประชุม ครม. กับแผนช่วยเหลือ SMEs ที่ทีมเศรษฐกิจเสนอวันนี้
  การขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้น BAY / BBL / KBANK / KKP วันนี้ มีผลต่อ SET INDEX เพียง 0.93 จุด

มุมมองต่อตลาด
  เรายังคงมุมมองต่อการลงทุนเป็น “กลางถึงบวก” วันที่ 6 พร้อมประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,360-1,380 จุด แม้ว่าหุ้นหลักในกลุ่มธนาคารจะขึ้นเครื่องหมาย XD แต่มีผลกระทบเพียง 0.93 จุดเท่านั้น
  อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายที่กลับมาเบาบางต่ำกว่า 3.0 หมื่นล้านบาท/วันอีกครั้ง กลายเป็นจุดสะท้อนความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอีกครั้ง เราเชื่อว่านักลงทุนต่างรอดูผลการประชุมเฟดในปลายสัปดาห์หน้า (16-17 ก.ย) ว่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตามที่ตลาดประเมินไว้หรือไม่ ด้าน IMF เตือนเฟดเป็นครั้งที่ 2 ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นควรพิจารณาถึงแนวโน้มเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ เพื่อให้แน่ใจว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายที่เฟดประเมินไว้ สำหรับ IMF ประเมินว่าเฟดควรยืดเวลาการพิจารณาออกไปเป็นต้นปีหน้า
  แต่เรายังไม่ปิดโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดนี้ เพราะแรงกดดันด้านการเมืองน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญ นอกเหนือจากความพร้อมของระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ หากเฟดเลือกที่จะลดแรงกดดันทางการเมืองด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ น่าจะทำให้บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมามีความชัดเจน ทรงถึงฟื้นตัว หลังตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาของเฟด เราเชื่อว่าเฟดจะสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาแข็งค่าในอัตราเร่ง กดดันภาคการส่งออก การจ้างงาน ผลผลิตภาคอุตฯ จนกลายเป็นข้ออ้างให้เฟด ต้องกลับมาผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้งในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
ปัจจัยสำคัญวันนี้ เราให้น้ำหนักกับผลการประชุมครม. เพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือ SMEs ที่รมว.คลัง และทีมเศรษฐกิจ เสนอต่อครม.พิจารณาและอนุมัติ เราเชื่อว่ากลุ่มธนาคารจะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากนโยบายดังกล่าว ช่วยปิด downside risk ให้แก่ตลาดหุ้นไทยโดยรวม
  อีกทั้งความตึงเครียดในซีเรีย จนทำให้ประชาชนต้องอพยพลี้ภัยสงครามเข้ามายังยุโรป มากขึ้นเป็นลำดับ เป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะมีความเกี่ยวโยงกับซาอุดิอาราเบีย อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงนี้ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบางอยู่มากก็ตาม  

กลยุทธ์การลงทุน

  ดังนั้น เราแนะนำ “นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรรอบสั้น ควรหาจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว และอาจพิจารณาซื้อหุ้นเป้าหมายมากขึ้น บริเวณ 1,350 จุด +/-”

Top Pick in 3Q15: BCP / BMCL/ IFEC / WHA
HOLD: ITD / TPIPL/ BJCHI/ ADVANC/ WHA/ BCP/ IFEC/ INTUCH/ KTB
Accumulative Buy: KTB


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ก.ย. 2558 เวลา : 11:25:51

26-05-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555