ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 


หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วานนี้ กลับมาแข็งแกร่ง หลังประธาน ECB ปฎิเสธข่าวเรื่องการลดวงเงิน QE รวมถึงราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่ยืนเหนือ US$49/barrel ได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้หุ้นหลักกลับมามีสีสรร ปิด ณ สิ้นวัน SET INDEX บวก 3.94 จุด มาอยู่ที่ 1,513.86 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,999 ล้านบาท 
ทั้งนี้เงินทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิตลาดหุ้นไทย 471 ล้านบาท Long สุทธิใน SET50 Index Futures วันแรกในรอบ 3 วันทำการ 5,450 สัญญา และตลาดตราสารหนี้ขายสุทธิเป็นวันที่ 2 เพียง 704 ล้านบาท

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ตลาดหุ้นจีนปิดทำการทั้งสัปดาห์ เนื่องในเทศกาล Golden Week
          ติดตามภาวะการจ้างงานของสหรัฐฯ คืนนี้
          ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้ง hard / soft ยังคงแข็งแกร่ง
ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า
          รายงานการประชุมเฟดเดือนก.ย.ที่ผ่านมา วันที่ 12 ต.ค.
          ติดตามการ Debate รอบ 2 ระหว่าง Clinton และ Trump เช้าวันที่ 10 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 10)
          ทิศทาง SET INDEX วันนี้คาดแกว่งแคบ ด่าน 1,520 จุด ยังไม่น่าผ่านกับการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ แรงขายทำกำไรเข้ามาเป็นลำดับ อีกทั้งกระแสเงินทุนต่างชาติชะลอตัวทั้งตลาดหุ้น และ TFEX ทำให้พอร์ตโบรกเกอร์ และกองทุนในประเทศระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น
          สำหรับปัจจัยเด่นในสัปดาห์หน้า นอกเหนือจากติดตามคาดการณ์ผลการดำเนินงาน 3Q59 ที่จะทยอยออกมาต่อเนื่องแล้ว การ Debate ของตัวแทนทั้ง Clinton และ Trump ในรอบที่ 2 ย่อมเป็นปัจจัยเด่นที่ต้องติดตาม เพราะมุมมองเชิงนโยบายด้านต่างประเทศ และเศรษฐกิจถือว่ามีความสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีหน้า รวมถึงความผันผวนต่อการลงทุนทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ซึ่งตลาดให้น้ำหนักกับ Clinton มากกว่า Trump 
          ขณะที่ราคา Commodity ทั้ง น้ำมัน / ถ่านหิน / น้ำตาล ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุด BJI ราคาถ่านหินในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 อีก US$5.24/ตัน ปิดล่าสุดที่ US$81.21/ตัน เป็นระดับปิดสูงสุดในรอบ 32 เดือน
          กลยุทธ์การลงทุน “ยังคงใช้หลัก Swing Trade ขึ้นแรงขาย – ลงแรงซื้อ” เน้นขายทำกำไรเล่นรอบตามแนวต้านด่านสำคัญ โดยเก็งกำไรบนแนวโน้มงบ 3Q59 เป็นสำคัญ รวมถึงหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม Commodity 

Strategy of the Day          
          1. เก็งกำไร TTA : ราคาปิด 9.55 บาท ราคาเหมาะสม 12.60 บาท
          a) MBKET คาดว่าหุ้นกลุ่มเรือเทกองจะตอบรับเชิงบวก หลังดัชนี BDI วานนี้ปรับตัวขึ้น +5% dod เป็น 915 จุด ไต่ระดับขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน 
          b) คาดดัชนีค่าระวางเรือ BDI จะมีทิศทางปรับตัวขึ้นในสัปดาห์หน้าหลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาวในจีนส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ระดับปกติ นอกจากนั้น ยังได้แรงหนุนเนื่องจากการเข้าสู่ High Seasonในฤดูหนาวส่งผลให้ความต้องการใช้เรือเทกองเพื่อขนส่งถ่านหินเพิ่มขึ้น 
          c) Downside Risk จำกัด ซื้อขายที่ PBV เพียง 0.76 เท่า และฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น สิ้นสุด 2Q59 สูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท หรือเทียบเท่า 6.59 บาทต่อหุ้น          
          2. เก็งกำไร SCB : ราคาปิด 151.50 บาท ราคาเหมาะสม 169.00 บาท
          a) MBKET คาดการณ์กำไรสุทธิ 3Q59 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท เติบโตสูง +25% yoy จากการตั้งสำรองที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ 3Q58 ที่มีการตั้งสำรองหนี้สูญของ SSI และคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะปรับตัวขึ้นจากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและปล่อยสินเชื่อเพื่อทำคำเสนอซื้อหุ้น JAS
          b) คาดว่าสินเชื่อจะเร่งตัวในขึ้น 4Q59 เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีความต้องการสูงสำหรับสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนภาคธุรกิจ ขณะที่การตั้งสำรองคาดว่าจะลดลง qoq ตามคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นตามลำดับในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว 
          c) คงประมาณการกำไรปี 2559 เติบโต +5.9% yoy เป็น 4.9 หมื่นล้านบาท และ +14.5% yoy เป็น 5.7 หมื่นล้านบาทในปี 2560 ขณะที่ Valuation น่าสนใจ ซื้อขาย PBV2560 ที่ 1.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีตที่ 1.8-2.0 เท่า

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 4 เหลือเพียง US$44 ล้าน จากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ  

Foreign Investors Action วานนี้
ต่างชาติเลือกทำ Arbitrage ระหว่างตลาด Spot และตลาด SET50 Index Futures ต่อเนื่อง
          นักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายสุทธิตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง แต่ก็เพียง 471 ล้านบาท ส่งผลให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิลดลงเล็กน้อยเป็น 134,313 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Long สุทธิเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 5,450 สัญญา เทียบกับ 2 วันทำการก่อนหน้า Short สุทธิ 11,353 สัญญา เราคาดว่านักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาเร่งปิดสถานะ Short เมื่อ S50Z16 ปิดต่ำกว่า SET50 Index เป็นวันที่ 2 เพียง 0.35 จุด จากวันก่อนหน้าปิด Discount กว้างถึง 2.27 จุด ทำให้ยอด QTD ใน 4Q59 นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Long สุทธิเท่ากับ 272 สัญญา
          และนักลงทุนกลุ่มนี้ ยังคงขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้เป็นวันที่ 2 อีกเล็กน้อย 704 ล้านบาท รวม 2 วันทำการก่อนหน้าขายสุทธิ 3,206 ล้านบาท ขณะที่ราคาพันธบัตรไทยปรับฐานลงเป็นวันที่ 4 ผ่านผลตอบแทนพันธบัตรไทย อายุ 10 ปี ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 อีก 1.98bps จากวันก่อนหน้าเพิ่มขึ้นมากถึง 5.73bps ปิดที่ 2.201%

Short-Selling วานนี้ 
ขยับขึ้นเป็น 784 ล้านบาท จากวันก่อนหน้า 687 ล้านบาท และ SBL กระจายตัว 54 ตัว จากวันก่อนหน้า 52 ตัว           

NVDR Movement
NVDR ซื้อสุทธิเป็นวันที่ 5 กลับมาเน้นพลังงานเด่น
          การซื้อขายผ่าน NVDR คงการซื้อสุทธิเป็นวันที่ 5 อีก 669 ล้านบาท ลดลงจากวันก่อนหน้าซื้อสุทธิ 1,872 ล้านบาท รวม 5 วันทำการซื้อสุทธิ 7,018 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิใน 3 กลุ่มหลักคือ กลุ่มพลังงาน ซื้อสุทธิ 348 ล้านบาท กลุ่มธนาคาร 119 ล้านบาท และกลุ่มค้าปลีก 109 ล้านบาท แต่ขายสุทธิกลุ่มอาหารสูงสุด 138 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          เฟดเข้าซื้อ MBS ในสัปดาห์ล่าสุด: ระหว่างวันที่ 29 ก.ย. ถึง 5 ต.ค. ที่ผ่านมา เฟดได้เข้าซื้อสินทรัพย์ US$1.1225 หมื่นล้าน ด้วยการเข้าซื้อ Mortgage-Backed Securities เพื่อช่วยเหลือตลาดบ้านนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2554 โดยเฟดได้ใช้เงินที่ได้รับการชำระเงินต้นจากตราสารหนี้ที่ซื้อเข้ามาก่อนหน้านี้ มาซื้อต่อ เพื่อเป็นการ Reinvest ใน MBS แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาเฟดไม่มีการขาย MBS ที่รับประกันโดย Fannie Mae FNMA และ Freddie Mac FMCC หรือ Gennie Mae แต่อย่างใด
          ยอดขอสวัสดิการว่างงานออกมาดีกว่าคาด: เท่ากับ 2.49 แสนตำแหน่ง ดีกว่า Bloomberg consensus คาด 2.56 แสนตำแหน่ง และสัปดาห์ก่อนหน้า 2.54 แสนตำแหน่ง

ยุโรป
          Deutsche Bank อาจตกลงจ่ายค่าเสียหายแก่ DoJ ราว US$2-3 พันล้าน: แหล่งข่าวให้ความเห็นต่อการตรวจสอบรายการ MBS ของ Deutsche Bank โดยฝ่ายยุติธรรมของสหรัฐฯ อาจต้องชำระค่าเสียหายราว US$2-3 พันล้าน อีกทั้งหากเทียบเคียงกับกรณีที่ใกล้เคียงกัน Morgan Stanley ตกลงจ่ายที่ US$2.6 พันล้านเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา Goldman Sachs Group ตกลงจ่ายที่ US$5.1 พันล้านในเดือนเม.ย. 
          IMF ส่งสัญญาณเตือนระดับหนี้สาธารณะที่สูงทั่วโลก: ประเมินระดับหนี้สาธารณะแตะระดับ 225% ของ GDP ณ สิ้นปี 2558 จาก 200% ในปี 2545 คิดเป็น US$152 ล้านล้าน เป็นระดับสูงสุดใหม่ และยิ่งคงอัตราดอกเบี้ยต่ำยาวนานมากเท่าไร ยิ่งทำให้ภาคเอกชนใช้โอกาสดังกล่าวในการออกขายตราสารหนี้มากขึ้น ภายใต้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่และอาจนำไปสู่ภาวะเงินฝืด
          เยอรมันยืนยันแนวคิดตลาดเดียวในอียู:  นายกฯ เยอรมัน Merkel ยืนยันว่า อียูจะต้องยืนยันในจุดยืนที่การเข้าถึงกลุ่มสมาชิกอียูจะต้องเชื่อมโยงถึงความเป็นอิสระในการเคลื่อนย้าย (Freedom of Movement) ซึ่งจะเป็นจุดยืนของการเจรจากับอังกฤษในกรณี Brexit หากไม่สามารถรับในจุดยืนนี้ได้ อียูก็จะเริ่มในสิ่งที่อียูต้องการ
          รายงานการประชุม ECB เดือนที่แล้วคงเป้าอัตราเงินเฟ้อ: รายงานการประชุม ECB วันที่ 7-8 ก.ย.ที่ผ่านมา ยืนยันจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในระยะกลาง ไม่มีการเลื่อนออกไป โดยการทำงานที่สนับสนุนเงื่อนไขทางการเงินให้เป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับ QE ที่จะใกล้ครบกำหนดเดือนมี.ค. ประธาน ECB ให้มีการประเมินผลของโครงการดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่า ECB จะมีพันธบัตรที่เข้าซื้อได้ ทั้งนี้ ECB ประเมินอัตราเงินเฟ้อ 1.6% ในปี 2561 ต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2.0% 
          ECB ยืนยันสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ: ECB มีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายที่ Aggressive มากขึ้นเพื่อ ทั้งในแง่ของอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบ และการเข้าซื้อสินทรัพย์ จนกว่าแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ หัวหน้าด้านเศรษฐกิจของ ECB ประเมินว่าการยกเลิกมาตรการกระตุ้นออกไปเร็ว จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ECB ยืนยันที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
          Deutsche Bank อาจพิจารณาเพิ่มทุน: DB เริ่มหารือกับบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อหาแนวทางการเพิ่มทุน หากทางการต้องการให้ DB ขยายฐานทุน โดยแนวทางอาจเป็นการขายหุ้นใหม่และขายสินทรัพย์ ซึ่งการขายหุ้นใหม่วงเงิน 5.0 พันล้านยูโรเป็นระดับที่ DB ต้องการ และเป็นระดับสูงสุดที่ DB ทำได้โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม วงเงินการเพิ่มทุนนั้นขึ้นอยู่กับค่าปรับที่ตกลงกับ DOJ 

จีน
          จีนเห็นความคืบหน้าของเขตการค้าเสรี APEC: จีนหวังว่า การประชุมเดือนพ.ย. เกี่ยวกับ APEC จะสามารถมีความคืบหน้า นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Xi Jinping กระตุ้นให้สามารถเร่งตัวในการเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรี FTAAP เช่นกัน ซึ่งคาดว่า FTAAP จะได้รับการอนุมัติจากการประชุม APEC เดือนหน้านี้ หลังกรอบการศึกษาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว 

เอเชียแปซิฟิก
          ผู้ว่าการ BoJ ยืนยันจะมีพันธบัตรญี่ปุ่นมากพอสำหรับ QE: ผู้ว่าการ BoJ นาย Kuroda เชื่อว่าพันธบัตรญี่ปุ่นจะมีมากพอสำหรับการเข้าซื้อผ่านโครงการ QE ของ BoJ อย่างไรก็ตาม BoJ มีข้อห้ามในการออกขายพันธบัตรญี่ปุ่นเอง แต่มีหน้าที่ดูแลผ่านการซื้อพันธบัตรในตลาดรอง ซึ่งมาตรการ QE ของ BoJ จะไม่ทำให้เกิด Hyperinflation 

ไทย
          ไม่มี
 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 7 ต.ค. 2559

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ต.ค. 2559 เวลา : 10:23:15

18-10-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555