ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง


 

หยิบเงินหยิบทอง - บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง



ตลาดหุ้นไทยวานนี้
          SET INDEX วานนี้แกว่งตัวในกรอบแคบเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เพื่อรอปัจจัยใหม่ในการลงทุน ส่งผลให้ปิดทรงตัวที่ 1,477.54 จุด เพิ่มขึ้น 0.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.7 หมื่นล้านบาท 
หุ้นกลุ่มธนาคารยังปรับตัวลง -1.2% แต่กลุ่มพลังงาน +0.7% , ปิโตรเคมี +0.3% และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง +0.7%
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิวันที่ 6 ติดต่อกัน, Short สุทธิ SET 50 Index Future วันที่ 3 ติดต่อกัน แต่กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ครั้งแรกในรอบ 7 วัน 

ปัจจัยสำคัญวันนี้
          ตัวเลข GDP 3Q59 ของจีน ตลาดคาด +6.7% yoy 
          รฟท.จะพิจารณาโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ 2 เส้นทางวงเงิน 4.7 หมืนล้านบาท 
          ราคาถ่านหินล่วงหน้าตลาด Newcastle ปรับตัวขึ้นวันที่ 6 ติดต่อกัน +4.8% เป็น US$98.00/ตัน 
          ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ยืนเหนือ US$50.00/barrel เพื่อรอดูตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของ EIA ในคืนนี้
          SCB และ TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q59 ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด 

มุมมองต่อตลาดวันนี้: กลาง (วันที่ 18)
          MBKET คาดว่า SET INDEX วันนี้จะเคลื่อนไหว Sideway to Sideway Up 1470-1485 จุด โดยคาดว่าหุ้นกลุ่มธนาคารยังคง Underperform ตลาด หลัง SCB, TMB รายงานกำไรสุทธิ 3Q59 ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ราว 7-8% 
          อย่างไรก็ตาม หากตัวเลข GDP 3Q59 ของจีนออกมาใกล้เคียงหรือดีกว่าคาดการณ์เชื่อว่าจะเป็นแรงหนุนให้ Sentiment การลงทุนในวันนี้ดีขึ้นจาก 2 วันก่อนหน้า รวมทั้ง แรงเก็งกำไรการประชุม ECB ในวันพรุ่งนี้ แม้คาดว่าจะยังไม่มีการปรับนโยบายทางการเงินในการประชุมรอบนี้ แต่สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญคือการส่งสัญญาณเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม / ขยายอายุโครงการ QE ในการประชุมรอบสุดท้ายของปีในเดือน ธ.ค.
          หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังมีทิศทาง Outperform ตลาด จากการไต่ระดับขึ้นของราคาถ่านหินล่วงหน้าตลาด Newcatle อีก +4.8% และราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่แกว่งตัวเหนือUS$50.00/barrel จะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นเช่นกัน 
          แม้วานนี้ต่างชาติจะยังคงขายสุทธิวันที่ 6 ติดต่อกัน แต่เชื่อว่าเป็นการลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหลัก จึงทำให้หุ้นหลักในกลุ่มอื่นๆได้รับผลกระทบที่จำกัด และการกลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้วานนี้ในรอบ 7 วัน และ NVDR ซื้อสุทธิในรอบ 5 วัน สะท้อนให้เห็นว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสที่จะชะลอตัวลง 

Strategy of the Day          
          1. สะสม PTTGC : ราคาปิด 60.75 บาท ราคาเหมาะสม 72.00 บาท
          a) ราคาหุ้นมี Sentiment บวกหลังเกิดเหตุไฟไหม้โรงงานปิโตรเคมีของ BASF ในประเทศเยอรมันซึ่งมีกำลังการผลิต Ethylene ราว 6.2 แสนตันต่อปี จึงเชื่อว่าหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีในเอเซียจะอานิสงค์บวกจากราคา Ethylene ที่มีโอกาสปรับตัวขึ้น 
          b) คาดกำไรจากการดำเนินงาน 3Q59 จะเติบโต qoq เนื่องจากโรงกลั่นที่ปิดซ่อมบำรุงกลับมาเดินเครื่องการผลิตเต็มที่ และโรงงานโอเลฟินส์ที่หยุดนอกแผนใน 2Q59 ก็จะกลับมาเดินเครื่องเต็มที่เช่นกันใน 3Q59 และผลักดันให้กำไรสุทธิ 2H59 ปรับตัวขึ้นโดดเด่นเมื่อเทียบกับ 1H59 
          c) คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ที่ 2.37 หมื่นล้านบาท +15.6% yoy และเติบโต +10.5% yoy เป็น 2.61 หมื่นล้านบาท ในปี 2560 ขณะที่ Valuation ค่อนข้างถูกซื้อขาย PBV2560 เพียง 1.07 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในเกณฑ์ดีราว 4.5% ต่อปี            
          2. สะสม BJC : ราคาปิด 47.50 บาท ราคาเหมาะสม 52.00 บาท 
          a) MBKET คาดว่ากำไรสุทธิ 3Q59 จะเติบโตสูงทั้ง  yoy และ qoq เนื่องจากจะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 1 พันล้านบาท จากการชำระคืนหนี้สกุลยูโร ขณะที่ Norm Profit คาดว่าจะเติบโต yoy และ qoq เช่นกัน เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างธุรกิจของ BIGC ส่งผลให้อัตรากำไรดีขึ้น และดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการคืนหนี้ระหว่างไตรมาส 
          b) มี Catalyst รออยู่ เนื่องจากคาดว่ามีโอกาสถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี MSCI Thailand ซึ่งจะประกาศในช่วงวันที่ 15 พ.ย.ตามเวลาประเทศไทย
          c) คาดกำไรสุทธิปี 2560 เติบโตสูงถึง +85.6% yoy เป็น 6,589 ล้านบาท ขยายตัวสูงสุดในกลุ่มค้าปลีก และ Valuation ยังถูก ซื้อขายที่ PBV2560 เพียง 1.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 3.8 เท่า และหุ้นหลักในกลุ่ม เช่น CPALL 9.9 เท่า, HMPRO 6.7 เท่า และ GLOBAL 3.1 เท่า

Fund Flow Analysis

Fund Flow in Emerging Markets
ซื้อสุทธิ US$155.0 จากขายสุทธิเล็กน้อย US$10.4 ล้าน ในวันก่อนหน้า 

Foreign Investors Action วานนี้
          ต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน, Short สุทธิ SET 50 INDEX Furture วันที่ 3 ติดต่อกัน  แต่กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราหนี้ครั้งแรกในรอบ 7 วัน
          นักลงทุนต่างชาติ คงการขายสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันอีก 2,336 ล้านบาท จากวันก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 5,571 ล้านบาท  ส่งผลให้ YTD ต่างชาติซื้อสุทธิลดลงเหลือ 122,741 ล้านบาท
          ด้าน SET50 Index Futures นักลงทุนกลุ่มนี้ Short สุทธิวันที่ 3 ติดต่อกัน 1,865 สัญญา จากวันก่อนหน้าที่ Short สุทธิ 7,241 สัญญา  ทำให้ยอด QTD ใน 4Q59 นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา Short สุทธิเท่ากับ 46,483 สัญญา 
          แต่กลับมาซื้อสุทธิตลาดตราสารหนี้ครั้งแรกในรอบ 7 วันทำการ 2,019 ล้านบาท จากขายสุทธิ 6 วันติดต่อกันก่อนหน้ารวม 34,551 ล้านบาท  ส่งผลให้ ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีลดลงวันที่ 4 ติดต่อกันเหลือ 2.139% จากวันก่อนหน้าที่ 2.184%  

Short-Selling วานนี้ 
มูลค่า SBL ทรงตัวที่ 1,398 ล้านบาท ใกล้เคียงกับวันก่อนหน้า           

NVDR Movement
NVDR กลับมาซื้อสุทธิในรอบ 5 วันทำการ 236 ล้านบาท 
          การซื้อขายผ่าน NVDR วานนี้กลับมาซื้อสุทธิในรอบ 5 วันทำการ 236 ล้านบาท จากขายสุทธิ 1,180 ล้านบาทในวันก่อนหน้า หุ้นกลุ่มที่ซื้อสุทธิสูงสุดได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ 456 ล้านบาท, ค้าปลีก 301 ล้านบาท และวัสดุก่อสร้าง 89 ล้านบาท แต่ยังขายสุทธิกลุ่มธนาคาร 752 ล้านบาท ตามด้วยกลุ่มโรงพยาบาล 93 ล้านบาท และสื่อสาร 62 ล้านบาท 

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจ – การเงินรายภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา
          ดัชนีราคาผู้บริโภคออกมาเป็นกลาง : ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ก.ย. ปรับตัวสูงขึ้น 0.3%mom เท่ากับ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%mom แต่สูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ปรับตัวสูงขึ้น 0.2%mom

ยุโรป
          โรงงานปิโตรเคมีระเบิด : โรงงานปิโตรเคมี BASF ของเยอรมันเกิดระเบิด โดยโรงงานดังกล่าวเป็นผู้ผลิต Ethylene รายใหญ่ของยุโรป
          ตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศอังกฤษดีกว่าคาด
          - ดัชนีราคาบ้าน เดือน ก.ย. ปรับตัวสูงขึ้น 8.4% yoy สูงกว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่7.8% yoy และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 8.3% yoy
          - ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนก.ย.ปรับตัวสูงขึ้น 0.2% mom สูงกว่า Bloomberg consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.1% mom แต่ต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 0.3% mom

จีน
          ไม่มี

เอเชียแปซิฟิก
          OPEC จะพิจารณาการตรึงกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนถัดไป : ภายหลังการประชุม OPEC ล่าสุดที่ได้มีข้อตกลงลดกำลังการผลิตนั้นทางด้านผู้นำ OPEC กล่าวว่าจะกำหนดปริมาณงการผลิตดังกล่าวในการประชุมเดือน พฤษจิการยน

ไทย
          มาตรา 44 ปลดผู้ว่า กทม. พ้นตำแหน่ง : หัวหน้า คสช. ใช้ ม 44 ปลด สุขุมพันธุ์พ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการ กรุงเทพฯ และแต่งตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพฯ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ กรุงเทพฯ แทน

 
 
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 19 ต.ค. 2559

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 19 ต.ค. 2559 เวลา : 10:33:27

15-08-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555