ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.โกลเบล็ก : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน หุ้นไทยวานนี้อ่อนตัวต่อเนื่อง (05/03/61)


 Market Summary 02/03/2018

 

Close

1,811.98

Volume

Bt70,323M

Change

-18.15

P/E

18.68

%Change

-0.99%

P/BV

2.12

หุ้นแนะนำพิเศษ

AMATA Analyst Meeting (ราคาปิด 24.60 Bloomberg Consensus 29)

  • ปี 60 มีกำไรสุทธิ 1,409 ลบ.+28%YoY โดยมีรายได้ 4,652 ลบ. -2% แบ่งเป็นรายได้จากการขายที่ดิน 2,084 ลบ. -2% (ยอดขายที่ดิน 455 ไร่ BL 1,910 ลบ.) รายได้ค่าสาธารณูปโภค 1,789 ลบ. +5% รายได้จากการให้เช่า 618 ลบ. +16% ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน 676 ลบ. +108% เพิ่มขึ้นมากจากเงินลงทุนในธุรกิจผลิตและขายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำที่มีสัดส่วนถึง 80% สัดส่วนของรายได้จากการขาย 46% รายได้ประจำ 54% บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.33 บาท XD 9 พ.ค. วันจ่าย 23 พ.ค.
  • ได้ประโยชน์จากพรบ.อีอีซีที่รอประกาศบังคับใช้หลังที่ประชุมสนช.มีมติผ่านร่างฯ เนื่องจากนิคมฯอยู่ในชลบุรีและระยองมีที่ดินพร้อมขายรวมที่ดินรอพัฒนา 10,537 ไร่ ส่วนนิคมฯเบียนหัวที่เวียดนามที่คาดจะโอนหมดราวปี 62 ซึ่งจะมีที่ดินที่นิคมฯลองถั่นพื้นที่ประมาณ 8 พันไร่มาทดแทนซึ่งคาดจะเห็น presale ตั้งแต่ปลายปี 62    โดยมีนิคมฯฮาลองเฟสแรกพื้นที่ประมาณ 4,500 ไร่เป็นอัพไซต์ในอนาคต
  • ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกหลังพรบ.อีอีซีมีความชัดเจนมากขึ้นและแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ “Amata Smart City” รองรับนักลงทุนในอนาคต ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 1.8 พันลบ. +26% ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 18.6 เท่าใกล้เคียง PER กลุ่มที่ 17 เท่า โดยปรับลง 5%YTD เป็นโอกาสทยอยซื้อสะสม

ส่องหุ้น
BJC  แนวรับ 58.50-59.00 บาท แนวต้าน 63.50, 66.00 บาท
  ระดับราคามีการปรับตัวขึ้นมาได้ติดต่อกันเป็นวันที่สอง และสัญญาณ MACD เริ่มกลับตัวขึ้นมาใกล้จะตัดเส้นศูนย์ ประกอบกับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันตัดเส้น 25 วัน ทำให้เกิดสัญญาณ Golden Cross โดยมีวอลุ่มซื้อขายมากพอสมควร  หากวันนี้ระดับราคาสามารถทะลุแนวต้านที่ 60.25 บาทหรือย่อตัวลงมาไม่ต่ำกว่า 59.00 บาท มองว่าราคามีสิทธิขึ้นไปต่อแถวๆ 63.50 บาทและ 66.00 บาทตามลำดับ
SGP  แนวรับ 30.25 บาท แนวต้าน 33.00 บาท
  ระดับราคาวานนี้มีการแกว่งตัวขึ้นระหว่างวันก่อนจะกลับมาปิดเสมอตัว โดยยังสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทุกเส้นได้อย่างแข็งแกร่ง สัญญาณ MACD ชี้ขึ้น กราฟแท่งเทียนมีลักษณะเป็นรูปแบบ V-Shape และมีวอลุ่มเข้ามาอย่างหนาแน่น จึงมองว่าวันนี้หากราคาไม่ลงมาปิดต่ำกว่า 30.25 บาท จะสามารถมีสิทธิปรับตัวขึ้นไปถึงแนวต้านได้ที่ 33.00 บาท
TVO   แนวรับ 31.75-32.00 บาท  แนวต้าน 34.00-34.50 บาท
  หลังจากที่ราคามีการปรับตัวลงต่อเนื่องติดกันหลายวัน ระดับราคาวานนี้เริ่มดีดกลับขึ้นมาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 10 และ 25 วันได้อย่างแข็งแกร่ง สัญญาณ MACD เริ่มที่จะส่งสัญญาณบวกและตัวกราฟทำลักษณะ W-Shape  ประกอบกับวอลุมที่เข้ามาอย่างหนาแน่น หากราคาวันนี้ไม่ปิดลงมาต่ำกว่า 31.75 บาท มองว่าราคาจะมีสิทธิปรับตัวขึ้นไปจบรูปแบบ W-shape ได้ที่ 34.00-34.50 บาทได้

Market View  :  เล่นในกรอบ
หุ้นแนะนำพิเศษ  : AMATA
หุ้นมีข่าว  : LH  TRUE 
Technical  Insight : SAWAD  S
  ภาวะตลาดหุ้นไทยวานนี้อ่อนตัวต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันยังอ่อนตัวต่อเนื่อง  ในขณะทีดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งภายใต้ แนวโน้ม ศก.สหรัฐฯที่เริ่มฟื้นตัวแกร่ง โดยรวม ENERG BANK กดดันหลัก ชดเชยเพียงเล็กน้อยโดย HELTH ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,811.98 จุด (-18.15 จุด) Volume 7.32 หมื่นลบ.โดย Foreign Net -3,282.58 ลบ.  TFEX Net -20,235 สัญญา ตราสารหนี้ -3,291.06 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
  +น้ำมันดิบปิดบวก แม้ว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐมีจำนวน 800 แท่นซึ่งสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี
  +พาณิชย์ เผย CPI  เดือน ก.พ. ขยายตัว 0.42%, CORE CPI โต 0.63%
  +สรท.คาดส่งออกเดือน ก.พ.61 โตราว 7-8% ขณะที่คาดทั้งปีโต 5.5%
  -สนง.สถิติเยอรมนีเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค.หดตัวลง 0.7% สวนทางคาดการณ์
  -ดาวโจนส์ปรับตัวลดจากการที่นักลงทุนยังคงมีความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมในสัปดาห์หน้า
  - ปธน.ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากยุโรป หาก EU ตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมด้วยการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ
  +/- Fund Flow ต่างชาติขายติดต่อกันเป็นวันที่ 2 รวม 7.1 พันล้านบาท (YTD ขาย 5.66 หมื่นล้านบาท) ขณะที่เงินบาทแข็งค่าสู่ 31.39 บาท/USD 
  **8 มี.ค. จับตาการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
  **9 มี.ค. จับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
  ภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้จะถูกกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศและตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับลงจากความกังวลว่าอาจเกิดสงครามการค้าหากสหรัฐเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม และ Fund Flow ยังผันผวน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นหนุน sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานโดยเฉพาะ PTT ที่มีกำหนด XD ในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.)  ดังนั้นคาด SET จะผันผวนในกรอบ 1,800-1,819 จุด
กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน
  - UVAN น้ำมันปาล์มปรับตัวขึ้น 4%YTD สู่ 2,562 ริงกิต/ตัน
  - TVO ราคากากถั่วเหลือง +25%QTD ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง  
  - หุ้นปันผลเด่น ASEFA BAFS CPT CRD FTE GLOW KKP NYT PSH PTTGC SCB SF SIS SMPC SPRC TK TOP WHAUP TISCO QH
  - หุ้น Turnaround ใน 4Q60 PSL AFC PJW U GRAND INOX PTTEP ASN SAMCO IRCP DTC BLA TRITN CGD TVD TM VARO TRT CI THAI UREKA MATI OHTL

หุ้นมีข่าว  

  • LH Analyst Meeting (ราคาปิด 10.80 Bloomberg Consensus 12.83)
  • ปี 60 มีกำไรสุทธิ 10,463 ลบ.+21% หากไม่นับรวมรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายสินทรัพย์ 998 ลบ. กำไรทางบัญชีจากการลดสัดส่วนถือหุ้น LHFG เหลือ 22% จากเดิม 34% จำนวน 1,135 ลบ. และการตั้งสำรองค่าเสียหายทางกฏหมาย 589 ลบ. จะมีกำไรปกติ 8,919 ลบ. +10% โดยมีรายได้จากการโอน 3.1 หมื่นลบ. +16% อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นสู่ 35.5% จาก 34.9% ในปี 59 ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน +6%  ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 0.35 บาท XD 8 พ.ค. วันจ่าย 22 พ.ค.
  • ปี 61 มีแผนเปิด 18 โครงการใหม่มูลค่ารวม 3.63 หมื่นลบ. เป้า presale 3.1 หมื่นลบ. +18%  ส่วนเป้ารายได้ 3.3 หมื่นลบ. +4% Backlog 1.16 หมื่นลบ.ซึ่งจะโอนภายในปีนี้เกือบ 9.5 พันลบ. Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 ราว 9.3 พันล้านบาท +4% จากกำไรปกติปี 60 คาดว่าจะมีอัพไซต์จากแผนขายอพาร์ทเม้นท์ในสหรัฐ
  • ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกในการลงทุนระยะยาวเนื่องจากมี yield เฉลี่ยราวปีละ 6% ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 12 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 17 เท่า แนะนำลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล
  • TRUE (ราคาปิด 6.40 บาท Bloomberg Consensus 6.95 บาท)ผู้บริหารเผย การพลิกเป็นกำไรสุทธิในปี 60 กว่า 2.3 พันล้านบาท จากปี 59 ที่มีขาดทุนสุทธิกว่า 2.8 พันล้านบาท หลักๆมาจาก การมีผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ 27.2 ล้านราย ความต่อเนื่องในการลดต้นทุนผลักดัน EBITDA Margin เพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 59 มาอยู่ที่ 35.2% ตลอดจนกำไรพิเศษจากการจำหน้ายสินทรัพย์ให้แก่ DIF กว่า 6.5 พันล้านบาท ส่วนปี 61 ตั้งเป้าเติบโต Double Digits ช่วงต้น และคาดมีกำไรปกติได้เป็นปีแรก (ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น)
  • ความเห็น หากไม่รวมรายการพิเศษ TRUE ยังคงมีขาดทุนปกติกว่า 4.2 พันล้านบาท เทียบกับปี 59 ที่กว่า 2.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามในการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่องตลอดจนสภาวะในการแข่งขันที่เริ่มผ่อนคลายลง รวมถึง TRUE ยังจะได้รับกำไรพิเศษเพิ่มเติมจากการจำหน่ายทรัพย์สินเข้า DIF งวดที่ 2 ที่มีมูลค่ามากกว่างวดแรกกว่า 3 เท่าตัว โดยรวมคาด TRUE น่าจะมีขาดทุนปกติลดลงในปี 61 และกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง
  • (+) GULF เผยโรงไฟฟ้า"กัลฟ์ เอ็นซี"เริ่ม COD เข้าสู่ระบบของ กฟผ.แล้ว 90 MW ตั้งแต่ 1 มี.ค.61
  • (+) SSP เผยโซลาร์ฟาร์มที่ฮอกไกโด เริ่ม COD ตามสัญญาขายไฟ 17 MW ตั้งแต่ 1 มี.ค. ส่งผลให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 57 MW
  • (-) GL ปี 60 ขาดทุนกว่า 1.8 พันล้านบาท ด้านผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไขทั้งเรื่องที่ถูกกล่าวโทษจากสำนักงานก.ล.ต.และยังไม่ได้แก้ไขงบการเงินให้ถูกต้อง รวมถึงมีโอกาสตั้งด้อยค่าเพิ่มสำหรับเงินลงทุนใน CCF ที่ศรีลังกา (ที่มา ข่าวหุ้น)

บันทึกโดย : วันที่ : 05 มี.ค. 2561 เวลา : 10:06:12

18-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555