ข่าว เบรกกิ้งนิวส์
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน Let Profit Run หลังสะสมเพิ่มไปแล้ว (06/03/61)


 กลยุทธ์วันนี้ >> Let Profit Run หลังสะสมเพิ่มไปแล้ว

  ตลาดหุ้นวานนี้ : SET แกว่งตัวลบแรงในช่วงครึ่งเช้าสอดคล้องกับที่เราคาดก่อนที่ช่วงบ่ายจะเริ่มมีแรงซื้อกลับและทำให้ดีชนีสามารถฟื้นตัวขึ้นมาและปิดลบเพียง 3.09 จุด ณ สิ้นวัน แรงขายส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนที่ขายสุทธิเร่งขึ้นเป็น 5.1 พันลบ. ขณะที่รายย่อยเป็นฝ่ายซื้อหนักสุด 2.9 พันลบ. 
  แนวโน้มตลาดวันนี้ : SET มีแนวโน้มรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,820-1,830 จุดบวกลบหลังจากที่ปรับฐานแรงในช่วง 4 วันที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายขึ้นหลังทรัมป์ระบุว่าอาจยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมหากได้ข้อตกลง NAFTA ใหม่ที่เป็นธรรม รวมถึงกลุ่มพลังงานคาดว่าจะกลับมานำตลาดได้จากราคาน้ำมันที่ดีดขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ได้แก่การตัดสินของศาลฎีกาคดีความหงสา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น BANPU และ BPP อย่างมีนัยยะหลังปลดเครื่องหมาย H
  กลยุทธ์ : ถือ Let Profit Run//ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานเพิ่มในช่วงอ่อนตัว
  หุ้นเด่นเดือน มี.ค. : ADVANC, MINT, MTLS, PTTEP, SC
  Fund Flow วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาค US$738ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลออกจากไต้หวัน US$388ล้าน และไทย US$161ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนในวันนี้มีทิศทางไหลกลับเข้าภูมิภาคหลังคลายวิตกกังวลต่อมาตรการการกีดกันทางการค้าซึ่งเมื่อคืนนี้ประธานาธิบดีสหรัฐส่งสัญญาณว่าอาจยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม  

ชวนเม้าท์หุ้นเด่น >> MTLS <<

  • ปีนี้ MTLS มีเป้าหมาย New High ใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. สถิติกำไรสูงสุดใหม่ 2. ยอดการปล่อยสินเชื่อใหม่ 3. สาขามากที่สุด และ 4. ลูกหนี้คงค้างสูงสุด ทั้ง 4 เป้าหมายเราเชื่อว่าเป็นไปได้ และผู้บริหารยังตั้งเป้า “2 โลว์” ได้แก่ NPL Ratio ที่ไม่เกิน 1.5% และผลกระทบจาก IFRS 9 ให้น้อยที่สุดในอุตสาหกรรม (MTLS มี Coverage ratio ที่ 265% สูงรองจาก KTC)
  • คาดการณ์กำไรปี 2018 ที่ 3.6 พันลบ. +45% Y-Y จากการเติบโตของสินเชื่อ, Loan spread ที่ทรงตัวในระดับสูง 20% และคาดค่าใช้จ่ายสำรองฯจะทรงตัวจากคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น
  • แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 51 บาท โดยคาดกำไรปี 2019-2020 โตเฉลี่ย 30% ต่อปี ซึ่งล่าสุด ROE ปี 2017 พุ่งขึ้นแตะ 32% สูงสุดในกลุ่มการเงิน แต่ NPL ยังต่ำสุดในธุรกิจเดียวกัน


ประเด็นสำคัญวันนี้
  (0) BANPU ศาลฎีกาตัดสินคดีหงสาวันนี้ เรามองค่อนไปทางบวกที่แรงกดดันราคาหุ้นมานานจะหายไป และกลับมามองพื้นฐานของ BANPU ที่ได้ประโยชน์จากราคาถ่านหินที่อยู่ในระดับสูงเฉลี่ย US$107/ตันตั้งแต่ต้นปี สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 28% และสูงกว่าราคาเฉลี่ยใน 4Q17 8% และมีแนวโน้มสูงต่อไปใน 1H18 เพราะ Supply จำกัดจากการผลิตมีปัญหา แต่ราคาอาจอ่อนตัวลงใน 2H18 เราคาดกำไรปกตปีนี้ +15% Y-Y เป็น 1.28 หมื่นลบ. ราคาปัจจุบันคิดเป็น PE เพียง 9 เท่า เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 26 บาทยังไม่รวมคำตัดสินในวันนี้ซึ่งเชื่อว่ากระทบระยะสั้น
  (+) TVO จากประชุมนักวิเคราะห์วานนี้โทนบวกมาก จากแนวโน้มราคาถั่วเหลืองที่อาจเห็นราคาขยับแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ US$12 ต่อบุชเชล ภายใน 1H18 หลังจากที่อาร์เจนติน่าประสบภัยแล้งอย่างหนัก ซึ่งจะทำให้ปริมาณผลผลิตต่ำกว่าความต้องการบริโภค ในขณะที่บริษัทได้ทยอยล็อกราคาและปริมาณวัตถุดิบล่วงหน้าไปมากกว่า 6 เดือนแล้ว รวมถึงการแข่งขันจากกากถั่วเหลืองนำเข้าลดลงไปมาก ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 1Q18 จะโตทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณและราคาขายกากถั่วเหลืองสูงขึ้น เราปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2018 ขึ้น 30% เป็น +67% Y-Y และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 38 บาท แต่ราคาหุ้นปรับขึ้นมาสะท้อนปัจจัยบวกไปพอสมควร จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อเก็งกำไร 
  (+) CENTEL ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้าโตเท่าตัวจากปัจจุบัน ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างท้าทาย และหากจะบรรลุเป้าหมายเราคาดว่าจำเป็นที่จะต้องเห็นดีล M&A เข้ามาหนุนโดยเฉพาะฝั่งธุรกิจร้านอาหาร ส่วนปี 2018 เรายังคาดหวังการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้น 19% Y-Y อยู่ที่ 2.3 พันลบ. นำโดยธุรกิจโรงแรมที่ยังแข็งแกร่งตามทิศทางอุตสาหกรรมรวมถึงแรงหนุนจากการลงทุนใหม่ๆ ส่วนธุรกิจหารคาดว่าน่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามการบริโภคในประเทศ ราคาหุ้นปรับตัวลง 16% YTD จน Upside เปิดกว้างเมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 54 บาท จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็นซื้อ 
  (+) GULF บริษัทยังตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าสู่ระดับ 11,000MW คิดเป็น Equity MW ที่ 6,300MW ในปี 2024 จากปัจจุบันที่มี 4,770 MW และเป็น Equity MW ที่ 1,960MW แนวโน้มกำไรปี 2018 คาดโตสูงต่อเนื่อง จากการรับรู้ 4 โรงไฟฟ้า SPP ที่เริ่มในปี 2017 เต็มปี และอีก 4 โรงไฟฟ้า SPP ที่จะทยอย COD ในปี 2018 รวม Equity MW ที่ 270MW อย่างไรก็ตาม เรายังไม่ได้จัดทำบทวิเคราห์ของ GULF แต่ราคาปัจจุบันที่คิดเป็น PE2018 สูงถึง 51 เท่า น่าจะตอบรับแนวโน้มการเติบโของกำไรที่สูงไปแล้วพอควร   
  (+) MFEC เป็นหุ้นรับงานวางระบบไอทีให้แบงก์มากพอๆกับ PT (กำลัง outperform จากงบที่ออกมาดี) แม้กำไรไม่โดดเด่นเท่า แต่กำไรปกติ 4Q17 (+179% Y-Y) และปี 2017 (+41% Y-Y) ที่สดใส  สะท้อนว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้น PT กับ MFEC ควรกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ล่าสุดจ่ายปันผล 0.25 บาท/หุ้น yield 5% ขึ้น XD 3 พ.ค. ราคาตอนนี้ใกล้เคียง book value แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.30 บาท ความเสี่ยงมีเรื่องเดียวคือสภาพคล่องในการซื้อขายที่ต่ำ
  (0) PCSGH กำไรสุทธิ 4Q17 อยู่ที่ 159 ลบ. -7% Q-Q ตามฤดูกาล แต่ +15% Y-Y จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นตามอุตสาหกรรมและได้ลูกค้ารายใหม่ ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2017 อยู่ที่ 645 ลบ. +69% Y-Y เพราะปี 2016 ฐานต่ำจากปิดซ่อมสายการผลิต แนวโน้มกำไรสุทธิปีนี้คาด +23% Y-Y อยู่ที่ 790 ลบ. จากลูกค้าในกลุ่ม Auto และ Non-Auto ที่เพิ่มขึ้น แนะนำซื้อลงทุน ราคาเป้าหมาย 13 บาท (รวมการผลิตชิ้นส่วน EV ในปี 2020) 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

มี.ค.

ศาลฎีกาตัดสินคดีความหงสา - BANPU-BPP

มี.ค.

สหรัฐฯ: ดุลการค้า (ม.ค.), ตัวเลขจ้างงานของ ADP (ก.พ.), Fed Beige Book

ยูโรโซน: 4Q17 GDP

มี.ค.

ญี่ปุ่น: 4Q17 GDP

จีน: ดุลการค้า (ก.พ.)

ยูโรโซน: ประชุม ECB

มี.ค.

สหรัฐฯ: ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (ก.พ.)

  • (+) ตลาดหุ้นสหรัฐทั้งหมดปรับตัวขึ้นหลังจาก ปธ.ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าอาจจะไม่มีการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมตามที่ออกมาพูดก่อนหน้า
  • (+) ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นหลังมีข่าวว่าเยอรมันอาจได้พรรครัฐบาลผสม ซึ่งทำให้ตลาดคลายความกังวลลง รวมไปถึงตัวเลข PMI ภาคบริการของอังกฤษเองก็ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนเช่นกัน
  • (+) ตลาดเอเชียเช้านี้ทั้ง ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและเกาหลีใต้ ต่างปรับตัวขึ้น โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 2%
  • ภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยขนาดใหญ่ที่ออกมาดี ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ 31.30 – 31.40 บาท/ดอลลาร์
  • (+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 1.32 ดอลลาร์/บาร์เรล มาอยู่ที่ 62.57 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจาก IEA เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ ปริมาณความต้องการน้ำมันดิบของโลกยังคงขยายตัวไปจนถึงปี 2566
  • ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. ลดลง 3.50 ดอลลาร์/ออนซ์ มาอยู่ที่ 1,319.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 มี.ค. 2561 เวลา : 10:07:28

16-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555