หุ้นทอง
"Responsible Voices" เมื่อพลังของการให้ข้อมูลมาพร้อมความรับผิดชอบ


สื่อสังคมออนไลน์ (Social media) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่เชื่อมให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ส่งผลให้ผู้ให้ข้อมูลหรือครีเอเตอร์มีแนวโน้มเติบโตและเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งรวมถึงผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน ด้วยจุดเด่นที่สามารถเล่าเรื่องยากที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย มีการจัดทำเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบที่น่าสนใจ ผสมผสานความบันเทิงและตัวตนที่เป็นมิตรเข้ากับข้อมูลความรู้ และสื่อสารผ่านช่องทางที่เข้าถึงผู้ลงทุนได้อย่างหลากหลาย

 บทบาทของผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเผยแพร่ข้อมูลเท่านั้น หากแต่ยังส่งอิทธิพลต่อมุมมอง ความเข้าใจ และการตัดสินใจของผู้ติดตามในวงกว้างอีกด้วย ผู้ให้ข้อมูลหลายคนกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ผู้ลงทุนนึกถึงเป็นอย่างแรกและนำมาใช้ประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน สะท้อนให้เห็นว่า “เสียง” ของผู้ให้ข้อมูลสามารถส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

 นอกจากมุมมองเชิงบวกของผู้ให้ข้อมูลแล้ว ในอีกด้านหนึ่งยังมีความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจากการสื่อสารด้านการเงินการลงทุนอาจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ติดตามโดยตรง ผู้ให้ข้อมูลบางรายอาจยังไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเนื้อหาที่เผยแพร่ หรือประเด็นที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจนำไปสู่การให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ไม่เหมาะสม หรืออาจเข้าข่ายผิดกฎหมายทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ และอาจคาดไม่ถึงว่า คำแนะนำหรือสิ่งที่พวกเขาสื่อสารออกไปนั้น อาจสร้างความเสี่ยงต่อผู้ลงทุนโดยทั่วไป โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้รับสารเป็นผู้ลงทุนรายย่อยซึ่งยังไม่มีประสบการณ์หรือยังไม่เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในการประเมินระดับความเสี่ยงด้วยตนเอง

 ด้วยเหตุนี้ ความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลจึงไม่ใช่เพียงการติดตามการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการสื่อสารทางการเงินที่เติบโตอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และแนวปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมในการสื่อสารด้านการเงินที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และเป็นส่วนช่วยให้เกิดการตัดสินใจที่ถูกต้องของประชาชน

สำหรับแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนในต่างประเทศมีความหลากหลายตามบริบทของแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่หน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้มีการออกกฎเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเฉพาะ แต่เป็นการนำกรอบกฎหมายที่มีอยู่มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น โดยสามารถแบ่งกลุ่มรูปแบบการดำเนินการของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวกับผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มแรก การเผยแพร่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน โดยมีการจัดทำเอกสารแนวปฏิบัติ คู่มือ หรือ Checklist รวมถึงมีแนวทางให้ผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนปฏิบัติตามกฎหมายการเงินและกำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจที่ว่าจ้างผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน หรืออาจมีการจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนเผยแพร่ต่อสาธารณะ เป็นวิธีที่นิยมมากสุดในหน่วยงานต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา อิตาลี สิงคโปร์ อินเดีย

กลุ่มที่สอง การดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การออกหนังสือเตือน การให้ลบโพสต์ที่สุ่มเสี่ยง การปิดกั้นโฆษณาผิดกฎหมาย โดยอาจมีการดำเนินคดีอาญา การสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ ห้ามทำกิจกรรมในตลาดทุน การเพิกถอนใบอนุญาตบริษัท เป็นต้น โดยมีตัวอย่างประเทศที่ใช้รูปแบบการดำเนินการลักษณะนี้ เช่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคนาดา อิตาลี สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น

กลุ่มที่สาม การมีเครื่องมือหรือกลไกเพื่อช่วยดำเนินการคัดกรองผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน โดยประชาชนหรือผู้ลงทุนสามารถใช้ระบบในการตรวจเช็กใบอนุญาตหรือบริษัทภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งมักจะดำเนินการควบคู่ไปกับระบบการรับแจ้งเบาะแสและการแจ้งเตือนหรือรายงานกรณีมีผู้กระทำผิดหรือให้ข้อมูลเท็จ นอกจากนี้ อาจใช้ AI มาช่วยประมวลผลและติดตามการโปรโมทผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนที่อาจผิดกฎหมายด้วย สำหรับตัวอย่างของประเทศที่ใช้รูปแบบการดำเนินการลักษณะนี้ เช่น ออสเตรเลีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ แคนาดา สิงคโปร์ ฮ่องกง เป็นต้น

กลุ่มที่สี่ การให้ความรู้ทางการเงินกับประชาชน โดยเผยแพร่ความรู้ในหลากหลายรูปแบบผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บเพจ แอปพลิเคชัน Podcast การทำแบบทดสอบออนไลน์ และการออกแคมเปญให้ความรู้โดยร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อเตือนหรือให้คำแนะนำที่ถูกต้อง โดยมีตัวอย่างของประเทศที่ใช้รูปแบบการดำเนินการลักษณะนี้ เช่น ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา อินเดีย ฮ่องกง เป็นต้น

และกลุ่มสุดท้าย การใช้กฎหมายในการกำหนดหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งการกำหนดหน้าที่ของบริษัทที่มีการว่าจ้างผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุนในการโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือบริการ การกำหนดขอบเขตกิจกรรมและมีการควบคุมการทำการตลาดหรือโฆษณาของผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน รวมทั้งอาจกำหนดให้การทำการตลาดออนไลน์ของผลิตภัณฑ์ทางการเงินการลงทุนทำได้เฉพาะสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น โดยมีตัวอย่างของประเทศที่ใช้รูปแบบการดำเนินการลักษณะนี้ เช่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์ จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แคนาดา เป็นต้น

 เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมจะเห็นได้ว่า แม้รูปแบบการดำเนินการของหน่วยงานกำกับดูแลในต่างประเทศจะมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในหลายประเทศอาจใช้รูปแบบการดำเนินการที่นำมาประกอบกันหลายรูปแบบวิธีการ และอาจไม่ได้พึ่งพาวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่ทุกรูปแบบการดำเนินการล้วนให้ความสำคัญกับหลักการพื้นฐาน ได้แก่ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน การเปิดเผยเกี่ยวกับผลประโยชน์อย่างโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน ซึ่งหลายประเทศเริ่มจากการออกแนวปฏิบัติและสร้างความเข้าใจร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะนำไปสู่การกำกับดูแลผ่านการบังคับใช้กฎหมายที่มีความเข้มข้นมากขึ้น

ในส่วนของประเทศไทย ก.ล.ต. ได้มีการให้ข้อมูลและสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้ให้ข้อมูลด้านการเงินการลงทุน มีการเผยแพร่ข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีระบบตรวจสอบใบอนุญาตหรือเช็กบริษัทผ่านช่องทาง SEC Check First รวมถึงระบบรับแจ้งเบาะแสผ่าน 1207 กด 22 อีกทั้งยังมีการขึ้นเตือนผ่าน Investor Alert สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือมีการแอบอ้าง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการดำเนินการในลักษณะการให้ข้อมูลหรือคำแนะนำเกี่ยวกับหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ที่อาจเข้าข่ายหรือมีลักษณะฝ่าฝืนกฎหมายภายใต้การกำกับดูแล ก.ล.ต. ก็จะมีการดำเนินการตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อต้นปี 2569 ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน และเตรียมออกหลักเกณฑ์เรื่องผู้แนะนำรายชื่อลูกค้า (Introducing Broker Agent: IBA) ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลทางการเงินในสื่อออนไลน์ ของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อให้การกำกับดูแลมีความครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน และป้องกันปัญหาความเหลื่อมล้ำในกฎเกณฑ์และการกำกับดูแล พร้อมทั้งคุ้มครองผู้ลงทุนให้สามารถตัดสินใจโดยอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่โปร่งใสและเพียงพอ

 ทั้งนี้ ก.ล.ต. มีเป้าหมายต้องการสนับสนุนให้ผู้ให้ข้อมูลเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน และเป็นแบบอย่างการสื่อสารข้อมูลอย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ ก.ล.ต. จึงร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดทำโครงการ “Responsible Voices สำหรับ Finfluencer” เพื่อเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือน และเหมาะสมกับผู้ติดตาม โดยโครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งกำหนดรูปแบบหรือจำกัดวิธีการนำเสนอเนื้อหาของผู้ให้ข้อมูล แต่ต้องการส่งเสริมให้ผู้ให้ข้อมูลตระหนักถึงบทบาทและอิทธิพลของตนเองในฐานะผู้ที่มีผู้คนรับฟัง และนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เมื่อเสียงหนึ่งเสียงสามารถส่งผลต่อมุมมองหรือพฤติกรรมของผู้คนจำนวนมาก การสื่อสารอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของผู้ให้ข้อมูลที่มีคุณภาพ

โครงการ Responsible Voices ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2568 และปัจจุบันจัดมาแล้วทั้งสิ้น 3 รุ่น มีผู้ได้รับประกาศนียบัตรจำนวน 93 ช่องทาง ซึ่งมีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 34.5 ล้านคน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้ให้ข้อมูลในยุคดิจิทัล และตอกย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งที่ผ่านมา โครงการได้มีส่วนช่วยสร้างการตระหนักรู้และจุดประกายให้ผู้ให้ข้อมูลจำนวนมากนำแนวปฏิบัติไปปรับใช้ในการนำเสนอเนื้อหา มีการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านมากขึ้น เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม และคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ติดตาม อันเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและยกระดับคุณภาพของการสื่อสารด้านการเงินในภาพรวม

 ก.ล.ต. มองว่า Finfluencer เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการในตลาดทุนยุคดิจิทัล แนวทางปัจจุบันจึงมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดแนวทางที่เหมาะสมในการคุ้มครองผู้ลงทุน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการพัฒนาแนวทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนอย่างสมดุลต่อไป 

 เมื่อผู้ให้ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงผู้ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตัดสินใจของผู้คนในสังคม ยิ่งมีผู้ติดตามมากเท่าใด ความสำคัญของความรับผิดชอบในการสื่อสารจึงยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหากผู้ให้ข้อมูลตระหนักถึงอิทธิพลของเสียงตนเอง และใช้พลังดังกล่าวอย่างรอบคอบและสร้างสรรค์ ก็จะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับความรู้ทางการเงินของประชาชน และสร้างระบบนิเวศทางการเงินการลงทุนที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 09 มิ.ย. 2569 เวลา : 13:47:25
09-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (9 มิ.ย.69) บวก 20.16 จุด ดัชนี 1,581.84 จุด

2. พยากรณ์อากาศวันนี้ (9 มิ.ย.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตต. ฝนฟ้าคะนอง 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก 60% ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40%

3. ทองคำนิวยอร์กปิดลบ $1.90 กังวลจ้างงานแกร่งหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 80 จุด Nasdaq พุ่ง รับแรงซื้อหุ้นชิป-AI

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.70-32.95 บาท/ดอลลาร์

6. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down แต่เริ่มเห็นสัญญาณ Technical Rebound หลังราคาดีดตัวขึ้นจากบริเวณ 4,270 เหรียญ

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (9 มิ.ย.2569) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,050 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (9 มิ.ย.69) บวก 15.08 จุด ดัชนี 1,576.76 จุด

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (9 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.89 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (8 มิ.ย.69) ลบ 20.92 จุด ดัชนี 1,561.68 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (8 มิ.ย.69) ลบ 11.21 จุด ดัชนี 1,571.39 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงในช่วงวันศุกร์ โดยปิดปรับตัวลดลง -147.0 เหรียญ หรือ -3.29% มาอยู่ที่ระดับ 4,327 เหรียญ

13. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 มิ.ย.69) ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. ฝนฟ้าคะนอง 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 40% ภาคอีสาน 30%

14. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 มิ.ย.69) ลดลง 150 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,150 บาท

15. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงหนัก ที่ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 9, 2026, 3:05 pm