สุขภาพ
รู้ทันสุขภาพกับหมอณัฐ










 ดูแลผู้สูงอายุ ที่น่าจะเป็นประโยชน์กับท่าน

ท่านเคยประสบกับปัญหามีพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่ต้องเลี้ยงดู แต่ตัวเองไม่มีเวลาดูแลบ้างไหม ซึ่งบางท่านอาจจำเป็นต้องนำไปฝากไว้กับสถานพยาบาลที่ให้บริการดูแลบริบาลผู้สูงอายุ หรืออาจจะจ้างคนจากศูนย์บริบาลผู้สูงอายุมาให้ดูแลบุพการีที่บ้าน ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อเดือนในการจ้างผู้มาดูแลนับหมื่นกว่าบาท หรือนำไปฝากไว้สถานพยาบาล ค่าใช้จ่ายต่อหัวก็ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ซึ่งขณะนี้ธุรกิจดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะประเทศไทยกำลังจะก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุ
กระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงออกประกาศกระทรวงฯ ประกาศให้กิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือบริบาลผู้สูงอายุเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยกิจการให้บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านหรือบริบาลผู้สูงอายุ และคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้สูงอายุ
โดยประกาศกระทรวงดังกล่าว ได้ออกแนวทางเพื่อใช้เป็นข้อกำหนดมาตรฐานของท้องถิ่นในการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบกิจการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ดำเนินการต้องเป็นแพทย์ พยาบาล ส่วนพนักงานดูแลต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุจากสถาบันรัฐหรือเอกชนอย่างน้อย 420 ชั่วโมง
สาระสำคัญข้อกำหนดมาตรฐานมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือผู้ดำเนินการกิจการ ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรการพยาบาลและการผดุงครรภ์ หรือมีประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุไม่น้อยกว่า 3 ปี ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง ซึ่งจัดโดยกรมอนามัยหรือหน่วยงานเกี่ยวข้องหรือโรงเรียนเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ และจะต้องควบคุมกำกับตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างน้อยทุก 3 เดือน จัดอบรมฟื้นฟูความรู้พนักงานในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านอย่างน้อยทุก 2 ปี ประการสำคัญจะต้องจัดระบบการส่งต่อผู้สูงอายุ กรณีที่ผู้สูงอายุ เจ็บป่วยฉุกเฉินด้วย 
ส่วนที่ 2 มาตรฐานของพนักงานดูแลผู้สูงอายุ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือเทียบเท่า มีความรู้และประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุ โดยต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรด้านการพยาบาล ผดุงครรภ์ หรือประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาลตามหลักสูตรที่สภาการพยาบาลรับรอง และผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อย 420 ชั่วโมง โดยในการดูแลผู้สูงอายุ จะต้องดูแลตามกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุ เช่น การรับประทานอาหาร การนอนหลับพักผ่อน การขับถ่ายให้ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย สังเกตพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของผู้สูงอายุ รวมทั้งต้องส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุทุกด้าน เช่น ออกกำลังกาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาโรคแทรกซ้อนให้ผู้สูงอายุ เช่น โรคปอดบวม เป็นต้น
ฉะนั้นหากท่านใดกำลังมองหาสถานพยาบาลที่ให้บริการดูแลบริบาลผู้สูงอายุ หรือจะจ้างคนจากศูนย์บริบาลผู้สูงอายุมาดูแลที่บ้าน ก็ควรตรวจสอบมาตรฐาน 2 ส่วนที่กล่าวมาข้างต้นก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นมืออาชีพทางด้านนี้จริง จะได้ปลอดภัยกับบุพการีว่าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และเราจะได้ไปทำงานอย่างสบายใจคลายกังวล

LastUpdate 09/12/2554 14:34:30 โดย : Admin
01-10-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 1, 2020, 11:55 pm