สุขภาพ
เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน 'จริงหรือ'










 โดย  “อ.อุ๋มอิ๋ม”  นิธิมา กุญชร ณ อยุธยา

     ตลอดระยะเวลา  20 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนมีความสนใจเกี่ยวกับ “พฤติกรรมมนุษย์” ไม่ว่าจะเป็นในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปริญญาตรีและปริญญาโท  เข้าทำงานในบริษัทเอกชนทางด้านการพัฒนาคนและเปิดบริษัทฝึกอบรมของตัวเอง ตลอดจนเป็นอาจารย์สอนในโรงเรียนเสนาธิการทหารบกด้านการพัฒนาทักษะการคิดและการพูดชั้นสูงจนมาถึงทุกวันนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวของผู้เขียนเองมีความเชื่อว่า “มนุษย์สามารถที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ทั้งทางด้านร่างกาย  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา” จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง  สิ่งสำคัญผู้เขียนเองมีความตั้งใจจะสื่อสารแนวคิดดีๆที่โดนใจของคนหลายคน แต่ก็ดูเหมือนว่า  พูดง่าย แต่ทำยาก ให้เป็นเรื่องที่สามารถ พูดง่าย และทำง่าย  ด้วยการนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง  จับประเด็นแนวคิดที่จดจำได้ง่าย  เพิ่มพูนความรู้ด้วยเรื่องเล่าที่สนุกสนาน เหนือสิ่งอื่นใดยังได้แชร์การนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย…  เริ่มกันเลยนะคะ

 

คุณเคยได้ยินคำนี้ไหมล่ะ…

ไปไหนมาไหน ให้ระวัง ความคิด

เพราะความคิด เป็นตัวกำหนด คำพูด

ไปไหนมาไหน ให้ระวัง คำพูด

เพราะคำพูด         เป็นตัวกำหนด การกระทำ

ไปไหนมาไหน ให้ระวัง การกระทำ

เพราะการกระทำ         เป็นตัวสะท้อน อุปนิสัยใจคอเรา

และอุปนิสัยใจคอเรา เป็นตัวกำหนด   ชะตากรรมชีวิตเรา

อาจจะพูดได้ว่าชะตากรรมชีวิตของคนเราจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางความคิดของเรานั่นเอง

ประเด็นสำคัญก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้คนส่วนใหญ่ (รวมทั้งพวกเรา) ใช้กระบวนการทางความคิดกันแบบไหน? 

มีนักธุรกิจคนหนึ่งจะต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัดกับคณะที่เรียนหลักสูตรเดียวกัน นัดกันว่ารถบัสออกเวลา 07.00 น.

วันนั้นรถติดมาก เขาไปช้าประมาณ 10 นาที ปรากฏว่ารถบัสออกไปก่อน ทันที่รู้ว่ารถบัสไม่รอตัวเอง….

คำแรกที่พูดออกมาคือ….

”ไอ้…..ทำแบบนี้มันเกินไป  จะรอ….สักหน่อยก็ไม่ได้ มันจะตายรึงัยฟะ”  

จะมีสักกี่คนที่พูดว่า….   

“ …ฉันน่าจะมาให้เร็วกว่านี้สักหน่อย…อย่างน้อยสัก 15 นาทีก็ยังดี” 

คำพูดประโยคที่สองเนี้ยเรามักจะได้ยินในประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว 

ส่วนคำพูดประโยคแรกคุณรู้มั้ยว่าเรามักจะได้ยินพวกเราพูดกันเองในประเทศของพวกเรานี้แหละ….

ประเทศด้อยพัฒนา….หรือถ้าจะพูดให้ตรงเพ๋งเลยก็คือ….ความคิดของคนนั้นแหละที่ด้อยพัฒนา….ฟังแล้วดูแย่นะแต่เป็นความจริงที่นักคิด ควรเพ่งเล็ง และหาวิธีขจัดให้สิ้นซาก  ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็คงจะเต็มไปด้วยคนเก่งที่ล้มเหลว   ขาดคนดีที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

 
ปัญหาอยู่ที่วิธีคิด…
ช่วงที่ผ่านมา…กว่าที่พวกเราจะประสบความสำเร็จในงานสักงานหนึ่ง…พวกเราต้องตามล่าค้นหาวิธีคิดที่ถูกต้องอย่างแท้จริงเราจึงจะผ่านมันไปได้และไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ก็อยากจะบอกกับทุกท่านด้วยความเคารพยิ่งว่า คำว่ามืออาชีพ ไม่มีคำว่า “ฟลุ๊ค”    แต่ก็แปลก   เวลามีคนมาขอคำแนะนำจากเราก็มักจะได้ยินประโยคแรกที่เขาถามเลยคือ  “พี่คะ ช่วยบอกหน่อยว่าพี่มีวิธีการทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จให้เร็วคะ”  ไม่เห็นมีใครถามสักคำว่า” “ช่วยแนะนำวิธีคิดหน่อยว่าต้องคิดอย่างไรจึงทำให้ประสบความสำเร็จ? ความเคยชินเกี่ยวกับการมองออกนอกตัว มากกว่ามองเข้ามาในตัวเอง กำลังทำงานอย่างหนักและกำลังขยายวงกว้างไปอย่างรวดเร็วจนเต็มประเทศเราแล้วไม่มียกเว้น  มันกำลังเลือกลงมือกับคนทุกเพศทุกวัย กับทุกอาชีพ ….และแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะฟ้องให้เราเห็นถึงความอ่อนด้อยทางความคิดของคน ซึ่งเรามักจะเห็นอยู่บ่อยครั้งที่เป็นแบบนี้
 

มีพี่คนหนึ่งตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ไอเดียดี มีการศึกษา ลาออกจากงานมาทำธุรกิจแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร พี่เขาก็พยายามคิดค้นหาวิธีที่จะก้าวข้ามผ่านไปสู่ความสำเร็จในธุรกิจให้ได้  วันหนึ่งมีผู้ใหญ่ที่พี่เขานับถือได้บอกเขาว่า   เขาต้องเปลี่ยนชื่อเพราะชื่อของเขาบวกเลขแล้วตกเลขไม่ดี จึงทำให้ไม่ประสบคววามสำเร็จในธุรกิจ เขาก็ไปเปลี่ยนชื่อตามคำแนะนำ และตั้งใจทำธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จ สุดท้ายเขาก็ยังล้มเหลวอยู่ดี  พี่เขาคิดหาวิธีต่อจนกระทั่งวันหนึ่งมีคนบอกว่าเขาต้องบูชาพระพิฆเนตรจึงจะช่วยให้งานนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี  เขาก็เดินทางไปที่ประเทศอินเดียเพื่อบูชาพระพิฆเนศร์ องค์ที่งดงามที่สุด และตั้งใจทำธุรกิจอีกครั้งหนึ่งอย่างทุมเท ในที่สุดเขาก็ยังล้มเหลวเช่นเคย  พี่คนนั้นเขาก็ยังไม่หยุดค้นหาวิธีการที่จะทำให้เขาประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ  และแล้ววันหนึ่งก็มีเพื่อนรักได้บอกเขาว่าลายเซ็นต์เขาดูยุ่งเหยิงเกินไปจึงทำให้ชีวิตติดขัดมีอุปสรรค  ต้องเปลี่ยนลายเซ็นพี่เขาก็ไปเปลี่ยนลายเซ็นใหม่  และตั้งใจทำธุรกิจ แต่แล้วพี่เขาก็ยังคงล้มเหลวอีกครั้ง  
 
 
พี่คนนี้ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ  เขาพยายามหาวิธีในการทำธุรกิจให้บรรลุเป้าประสงค์ให้จงได้ มีอยู่วันหนึ่งเหมือนพระมาโปรดเจอกับครูบาอาจารย์ที่เคยสั่งสอนมาตั้งแต่วัยเยาว์ได้บอกพี่เขาว่า  สิ่งที่พี่เขาทำธุรกิจไม่ประสบ ความสำเร็จก็เป็นเพราะว่าบุคลิกภาพพี่เขาดูไม่น่าเชื่อถือ ต้องไปเปลี่ยนบุคลิภาพใหม่ พี่เขาก็ไปเข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาบุคลิกภาพ เปลียนเสื้อผ้า หน้าผมใหม่ทั้งหมด  แต่แล้วในที่สุดสิ่งที่พี่เขาได้เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือความล้มเหลวเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง  จะเห็นได้ว่าพี่คนนี้เขาพยายามเปลี่ยนทุกอย่างที่อยู่นอกตัว ยกเว้นวิธีคิด แล้วก็มาบอกกับคนทั้งโลกว่าตัวเองต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างเก่งพี่เขาก็เพียงแค่ได้สิ่งของจากที่หนึ่งไปไว้อีกที่หนึ่งก็แค่นั้น  
 
 
....คิดจะเปลี่ยนชีวิต
 …แต่ไม่เคยเปลี่ยนวิธีคิด
…..แล้วชีวิตจะเปลี่ยนได้อย่างไรกัน ท่านว่าจริงไม่จริงคะ….
เพื่อนร่วมประเทศที่รักทุกท่าน
จงยุติ…..
การพยายามเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งที่อยู่นอกตัว
จงทำ….. 
หันมาเปลี่ยนแปลงที่ความคิด
จงเริ่ม….
ฝึกพูด โดยผ่านจากกระบวนการคิดใคร่ครวญไต่ตรองหาเหตุผลและค่านิยมของสังคมเท่านั้น
ไม่ใช่พูดจากอารมณ์และความรู้สึกส่วนตัวเป็นที่ตั้งอีกต่อไป

 


LastUpdate 01/07/2555 16:14:44 โดย : Admin
30-09-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 30, 2020, 12:04 pm