เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ทางออกแก้ปัญหาหนี้ยุโรป


 ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด  ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rates) ที่ระดับ 0 - 0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด  เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม  พร้อมกับยืนยันว่า    เฟดจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2557   เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ   นอกจากนี้เฟดระบุว่าจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมหากจำเป็น    และการที่ธนาคารกลางยุโรป หรือ อีซีบี  ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75%   ได้สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนทั่วโลก   ที่หวังว่า ผู้นำด้านเศรษฐกิจของโลกจะมีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา  เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและหนี้สาธารณะในกลุ่มยูโรโซน  

ซึ่งทันทีที่ อีซีบี ไม่มีการออกมาตรการใหม่เพื่อแก้วิกฤตหนี้กลุ่มยูโรโซน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)   ก็ออกมาเรียกร้องให้อีซีบีดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อไป   เพื่อช่วยจัดการวิกฤตหนี้ที่รุนแรง  และเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือ   ซึ่งได้แก่กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) และกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM)

ส่วนสำนักงานยูโรสแตท ก็ออกมาตอกย้ำถึงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในยุโรป  โดยระบุว่า   ตัวเลขการว่างงานของ 17 ประเทศ ในกลุ่มยูโรโซนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  มีสถิติการว่างงานเพิ่มสูงสุด โดยมีประชากรว่างงานเพิ่มขึ้น 123,000 คน  หรือมีสถิติการว่างงานทั้งหมด 11.2% เป็นอัตราสูงสุด  นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติการว่างงานเมื่อปี 1995  ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าการว่างงานจะอยู่ที่ระดับ 10.1% ทั้งนี้ ประเทศที่มีอัตราการว่างงานมากที่สุดคือสเปน 24.8% และต่ำสุด คือออสเตรีย 4.5%                

อัตราว่างงานในกลุ่มยูโรโซน
 ประเทศ          %
 สเปน            24.8
 โปรตุเกส       15.4
 ไอร์แลนด์      14.8
 ออสเตรีย         4.5

ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์จากบริษัท ไอเอชเอส โกลบอล อินไซด์ เชื่อว่า วิกฤตหนี้ยุโรปทั้ง 17 ประเทศยังยืดเยื้อต่อไป  และประเทศสเปนก็กำลังจะเป็นอีกประเทศหนึ่ง  ที่ขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากสหภาพยุโรปต่อจากกรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส   ซึ่งจะมีผลให้ธุรกิจในสเปนและหลายประเทศจำเป็นต้องชะลอการลงทุน   เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก ดังนั้น ปัญหาการว่างงานจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งคาดกันว่าอัตราการว่างงานในยูโรโซนจะสูงถึง 12% ภายในปีหน้า
        
ส่วนในเยอรมนี สำนักงานสถิติด้านแรงงาน ระบุว่า   คนว่างงานได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.89 ล้านคน และมีสถิติอยู่ที่ 6.8%  ซึ่งเป็นอัตราการว่างงานสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4

สำหรับวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปนี้  เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี  2552  โดยความกลัววิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปได้เริ่มมีขึ้นในกลุ่มนักลงทุนที่ค่อนข้างอนุรักษนิยมทางการเงินเกี่ยวกับรัฐในทวีปยุโรปบางรัฐ   แต่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นปี  2553  ซึ่งรวมไปถึงสมาชิกยูโรโซน กรีซ  ไอร์แลนด์ และโปรตุเกส และประเทศสหภาพยุโรปบางประเทศ

ในเวลานี้นักลงทุนทั่วโลกต่างก็หวังว่า   ผู้นำด้านเศรษฐกิจจะมีมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือหาทางออกเกี่ยวกับวิกฤติที่ในยุโรปที่กำลังเกิดขึ้นได้โดยเร็วที่สุด  


LastUpdate 06/08/2555 17:00:45 โดย : Admin
19-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 19, 2019, 11:18 pm