เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เจาะลึกผลกระทบนโยบายรถคันแรก


 ตั้งแต่วันที่  16 กันยายน 2554  จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555  เป็นช่วงเวลาที่คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติ ลดภาษีรถคันแรกวงเงินไม่เกิน  100,000 บาท   สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์ในการซื้อรถยนต์คันแรก   ตานโยบายรถคันแรกของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์   ชินวัตร   เพื่อสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันให้กับคนที่ต้องการมีรถยนต์   

ซึ่งต้องยอมรับว่า ปัจจุบันนโยบายนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากประชาชน  เห็นได้จากยอดจองรถที่พุ่งขึ้นเกือบ50%   เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน   การปล่อยสินเชื่อของบริษัทลิสซิ่งต่างๆในช่วง 8 เดือน ที่ขยายตัวสูงมาก    และต่อเนื่องไปถึงไตรมาสสุดท้ายของปี    ยังสะท้อนได้จากราคาตลาดรถมือ 2  ที่ปรับลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา  เนื่องจากได้รับความสนใจจากผู้ซื้อน้อยลง 
 
 
การดำเนินนโยบายรถคันแรก  ย่อมได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างมาก   โดยนางสาวสุทธาภา  อมรวิวัฒน์   ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และหัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  ยอมรับว่า ผลกระทบจากนโยบายรถคันแรก    อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตและส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว  โดยในช่วงที่ผ่านมา การผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกและขายในประเทศจะมีสัดส่วนเท่ากันที่ประมาณ 50%  แต่หลังจากที่มีนโยบายรถคันแรก  ทำให้สัดส่วนการผลิตรถเพื่อขายในประเทศ เพิ่มขึ้นมากเป็น57% ส่วนการผลิตเพื่อส่งออก ลดลงเหลือประมาณ 43%   และการผลิตรถยนต์อีโคคาร์เติบโตขึ้นมาแทนรถยนต์นั่งขนาด 1500-1800 ซีซี   ทำให้ค่ายรถต่างๆหันมาผลิตรถยนต์เพื่อขายในประเทศเป็นหลัก  
          
ดังนั้นภาครัฐควรกำหนดนโยบายในเรื่องนี้ให้ชัดเจนว่า  จะวางตำแหน่งของภาคการผลิตรถยนต์ของไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตอีโคคาร์อย่างเดียวหรือจะรักษาการส่งออกรถยนต์ขนาด 1500-1800 ซีซี   ที่มีความต้องการมากในตลาดโลก
 
 
ความร้อนแรงของถยนต์คันแรก  ยังทำให้ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีแรกที่ธุรกิจประกันภัยเติบโตสดใสมากกว่าประกันชีวิตอย่างชัดเจน    โดยภาพรวมครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2555 พบว่า มียอดเบี้ยประกันภัยทั้งระบบรวม 266,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน  19.36%   โดยธุรกิจประกันชีวิตมียอดเบี้ยประกันชีวิตรวม 182,267 ล้านบาท   เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้าคิดเป็น 17.81%
 
 ส่วนธุรกิจประกันวินาศภัยปกติจะเติบโตปีละประมาณ  3-5% เท่านั้น แต่ปีที่ผ่านมา ที่อัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก  โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโตถึง 22.93%  ถือว่าเติบโตสูงสุด  ซึ่งเป็นผลมาจากน้ำท่วมปี 2554  และนโยบายรถยนต์คันแรก 
 
สำหรับหลักเกณฑ์การคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก
 1.เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2554 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2555
 2.เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน
 3.เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
 4.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
 5.คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน
 6.ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
 7.ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
 8.การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2555 เป็นต้นไป)
 
อัตราการคืนภาษี  
•รถอีโคคาร์ ราคาประมาณคันละ 3.75-5.4 แสนบาท  ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนเฉลี่ย 45,000 บาท
 •รถยนต์นั่งขนาดเล็ก (ไม่เกิน 1,500 ซีซี) ราคาประมาณคันละ 5-7 แสนบาท  ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
 •รถกระบะ 2 ประตู ราคาประมาณคันละ 3-5 แสนบาท  ผู้ซื้อจะได้รับเงินเฉลี่ย 10,000 บาท
 •รถกระบะ 4 ประตู ราคาประมาณคันละ 7-8 แสนบาท  ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนเฉลี่ย 60,000 บาท

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 13 ก.ย. 2555 เวลา : 02:07:03
17-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 17, 2019, 7:01 pm