การตลาด
สกู๊ป : ร้านสีฟ้ากับก้าวสำคัญในธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น








ร้านอาหารสีฟ้า ถือเป็นร้านอาหารไทยเก่าแก่อีกแบรนด์หนึ่งของประเทศไทย เพราะถ้าหากนับระยะเวลาของการเปิดให้บริการจนถึงวันนี้ก็ 76 ปีแล้ว  มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ประมาณ  19 แห่ง กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

จุดเริ่มต้นของร้านอาหารสีฟ้าถือกำเนิดขึ้นจากชายผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน ต่อสู้ดิ้นรนทำงานในเมืองไทย จนวันหนึ่งได้ร่วมมือกับเพื่อนอีกคน ร่วมกันก่อตั้งร้านอาหาร ณ อาคารเล็กๆ ห้องเดียวชั้นเดียวไม่มีชื่อย่านราชวงศ์ เมื่อปีพ.ศ. 2479 เน้นจำหน่ายไอศกรีม กาแฟ และผลไม้แช่แข็งเท่านั้น

แต่เนื่องจากกิจการดำเนินด้วยดีจนต้องขยายร้านมากห้องขึ้น  ขณะเดียวกันเมื่อร้านอาหารรอบข้างเริ่มทยอยปิดตัวลง  ผู้ก่อตั้งจึงได้เริ่มทำอาหารคาวด้วยตัวเอง และจ้างกุ๊กตกงานจากร้านดังกล่าวมาร่วมคิดสูตร  ซึ่งอาหารที่ทำออกมาจำหน่ายส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจีน แต่ก็ได้ผลการตอบรับที่ดีจากลูกค้า  เนื่องจากจุดที่ตั้งร้านเป็นย่านคนชั้นสูง  ต่อมาได้มีการขยับขยายร้านอีกครั้ง ด้วยการทาสีผนังใหม่เป็นสีฟ้า แสงไฟจากหลอดนีออนสะท้อนกับผนังในร้าน ทำให้ผู้คนทั่วไปที่ผ่านมาเห็น เรียกร้านอาหารแห่งนี้ว่า "สีฟ้า"

ต่อมาร้านสีฟ้าได้ขยายสาขาเพิ่มที่หลังวังบูรพา เพราะคนในครอบครัวและลูกน้องที่มีมากขึ้น เมื่อคนเยอะขึ้นธุรกิจก็ต้องขยายขึ้น  เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วงแรกของการขยายสาขาใหม่ร้านสีฟ้าต้องประสบปัญหาขยะรบกวน เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงเป็นตลาดมิ่งเมืองและอู่รถเมล์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมขยะ และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ทำให้ต้องปรับปรุงทำความสะอาดยกใหญ่เพื่อเรียกลูกค้า  หลังจากแก้ปัญหาได้  นายจิตติ รัชไชยบุญ ลูกชายคนโตของป๋าผู้ก่อตั้งร้านก็ได้มีการปรับเมนูอาหารให้เป็นอาหารไทยมากขึ้น เพราะกลุ่มลูกค้าแถวนั้นส่วนใหญ่เป็นคนไทย  โดยมีแม่อรุณศรี ภรรยาของป๋ามาช่วยกันดูแล

เมื่อช่วง 35 ปีที่ผ่านมา กิจการร้านสีฟ้าเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อสัญญาเช่าที่ราชวงศ์หมดลง ส่งผลให้ร้านสีฟ้าต้องหาทำเลที่ตั้งร้านใหม่ จนมาได้ที่สยามสแควร์  ซึ่งรูปแบบของร้านได้มีการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการคล้ายฟู้ดเซ็นเตอร์ในปัจจุบัน ลักษณะการขายระหว่างร้านกับคนที่มาเช่า ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ  และต่อมาได้มีการขยายสาขาเพิ่มที่ราชดำริ ตึกชาญอิสสระ อาคารธนิยะพลาซ่า จนครบ 19 สาขาในปัจจุบัน

ปัจจุบันถือเป็นเป็นยุคที่ 3 ของร้านสีฟ้า  ซึ่งรูปแบบของอาหารและการบริการก็จะมีความแตกต่างไปจากเดิมพอสมควร ทั้งรูปแบบร้านบลูสไปซ์  ด้วยการเพิ่มเมนูอาหารฝรั่งเข้ามา หรือรูปแบบอิ่มไทยนูเดิลบาร์ที่ขายเฉพาะก๋วยเตี๋ยว โดยอิงกับกระแสราเมนของญี่ปุ่นที่กำลังมาแรง แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายเอกลักษณ์ของสีฟ้าได้โดยเฉพาะในส่วนของอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่สีฟ้าพยายามทำมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นั่นคือรักษามาตรฐานของตัวเองทั้งในด้านคุณภาพของอาหารและการบริการ

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มของความนิยมอาหารญี่ปุ่นที่ยังคงมาแรง และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละไม่ต่ำกว่า 15-20% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ  20,000 ล้านบาท จึงทำให้ร้านสีฟ้ามีความสนใจที่จะแตกไลน์ธุรกิจด้วยการหันมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปแต่ละยุคแต่ละสมัย

ล่าสุดบริษัท สีฟ้า เรสเตอรองต์ จำกัด  ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารสีฟ้า  ได้ร่วมลงทุนกับบริษัท อีทแอนด์โก  จากญี่ปุ่น ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารญี่ปุ่นจำนวน 8 แบรนด์ เพื่อร่วมกันก่อตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ  บริษัท โอซาก้า (ไทยแลนด์) จำกัด ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท แบ่งเป็นบริษัท สีฟ้า ถือหุ้นในสัดส่วน 51% และบริษัท อีทแอนด์โก ถือหุ้น 49%  เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารแบรนด์แรกภายใต้ชื่อ “โอซาก้า โอโช”  ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทเกี๊ยวซ่าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

นางสาว นิษฐา รัชไชยบุญ ผู้บริหาร บริษัท สีฟ้า เรสเตอรองต์ จำกัด กล่าวว่า นโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ จะเน้นการขยายฐานธุรกิจอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดตัวร้านอาหารโอซาก้า โอโช เข้าทำตลาด ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะนำแบรนด์ร้านอาหารมาเปิดเพิ่มขึ้น  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะนำร้านอาหารแบรนด์ใดเข้ามาเพิ่มอีก 

สำหรับร้านอาหารภายใต้แบรนด์ โอซาก้า โอโซ นั้น  ในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการมากกว่า 300 สาขา  ขณะที่ตลาดต่างประเทศก็มีการขยายสาขาไปแล้วในหลายประเทศ  เช่น เกาหลี และฮ่องกง ซึ่งในอนาคตอันใกล้ก็มีแผนที่จะขยายร้านโอซาก้า โอโซ เข้าไปในสิงคโปร์  และเซี่ยงไฮ้

นาย ทาเคฮิโร อิชิโนเซ ผู้จัดการ บริษัท โอซาก้า โอโช (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า  แผนการขยายร้านอาหารโฮซาก้า โฮโซ  ในประเทศไทยนี้  บริษัทจะขยายสาขาให้ครบ 10 สาขา ภายใน 3 ปีนับจากนี้ โดยปีนี้คาดว่าจะมี 2 สาขาก่อน คือ ที่ตึกฟิฟตี้ฟิฟท์ ทองหล่อ 55 เปิดมาแล้วประมาณ 2 เดือน พื้นที่ 200 ตร.ม.ขณะที่อีก 1 สาขา คาดว่าจะเปิดให้บริการที่ตึกธนิยะพลาซ่า สีลม ซึ่งแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ 10 ล้านบาท

 หลังจากเปิดให้บริการคาดว่าแต่ละสาขาจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1.66 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่ยอดขายรวมเกี๊ยวซ่าของโอซาก้าทั่วโลกนั้นมีประมาณ  1.8 ล้านชิ้นต่อวัน โดยมีเมนูอาหารรวม 80 เมนู แบ่งเป็นเมนูเกี๊ยวซ่า 20%  และเมนูอื่นๆ 80%  โดยมี 5 เมนูที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะในไทย เป็นเมนูเกี่ยวกับสุขภาพและความสวยงาม ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะนำไปจำหน่ายในต่างประเทศด้วย 

 นายทวีรัชฎ์ รัชไชยบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร้านอาหารสีฟ้า กล่าวว่า  ภาพรวมตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นยังมีอัตราการเติบโตที่ดีประมาณ 15-20%  หรือมีมูลค่าตลาดประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งการขยายตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นการแตกธุรกิจใหม่ครั้งแรกในรอบ 76 ปี และเป็นการร่วมทุนครั้งแรกเต็มรูปแบบ ซึ่งแผนการขยายธุรกิจจะค่อยเป็นค่อยไป

ก่อนหน้าที่สีฟ้าจะมาจับมือร่วมกับบริษัท โอซาก้า โฮโซ  ได้เคยร่วมทุนกับต่างประเทศในธุรกิจร้านอาหารต่างงประเทศมานานแล้ว เช่นที่ ออสเตรเลีย ร่วมทุนทำร้านอาหารไทย”แม่ปิง” มี 2 สาขา ทำมา 20 ปีมาแล้ว, ที่ฮ่องกงร่วมทุนทำร้านอาหาร สีฟ้า มี 2 สาขาทำมา 15 ปีแล้ว, ที่ออสเตรเลียร่วมทุนเปิดร้านอาหาร “พาทีไทย” มี 2 สาขา และผับชื่อคุกกี้ 1 สาขา เมื่อ 10 ปีแล้ว 

การจับมือร่วมกับโอซาก้า โฮโซ ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญก้าวหนึ่งของร้านสีฟ้า.

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 20 ต.ค. 2555 เวลา : 00:49:16

19-07-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555