การตลาด
สกู๊ป : บลูเลเบิ้ลโหมตลาดเอเชียแปซิฟิกย้ำผู้นำวิสกี้ ซูเปอร์ ดีลักซ์




ถ้าจะกล่าวถึงสุรานำเข้า หรือ วิสกี้ระดับซูเปอร์ ดีลักซ์  และเป็นผู้นำในหลายประเทศทั่วโลก คงจะหนีไม่พ้น จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลูเลเบิ้ล ซึ่งตลาดสำคัญที่ทำให้บลูเลเบิ้ลผงาดอยู่ในตลาดโลก นั่นก็คือ ภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากมีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วมาก ยิ่งช่วงปีที่ผ่านมามีความโดดเด่นมาก โดยเฉพาะในประเทศจีนและอินเดีย มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจมากถึง 13% และ 24% ตามลำดับ ซึ่งจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศดังกล่าว จึงถือเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นในการช่วยทำให้ธุรกิจของวิสกี้ ซูเปอร์ ดีลักซ์ ของ จอห์นนี่ วอกเกอร์ บลูเลเบิ้ลมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีตามไปด้วย

ด้วยเหตุนี้ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลูเลเบิ้ล จึงภาคภูมิใจกับยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคเป็นอย่างมาก ซึ่งปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองแห่งความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดและการรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจสุรานำเข้า โดยมีอัตราการเติบโตทางธุรกิจเพิ่มขึ้น 8% และกำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง 18% โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นตลาดที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะถ้าหากคิดเป็นสัดส่วนยอดขายเกิน 50% มาจากภูมิภาคนี้

สำหรับพอร์ตสินค้าระดับซูเปอร์ดีลักซ์ ซึ่งนำโดย จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล นั้น ปัจจุบันมีการเติบโตสูงถึง 38% จึงทำให้ดิอาจิโอสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำทั้งในตลาด Super Deluxe Whisky ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ถึง 81% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งในส่วนของตลาดสุรานำเข้าในตลาดประเทศไทย ดิอาจิโอครองส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 59% ถือเป็นตัวเลขสูงสุดที่ดิอาจิโอเคยทำมา

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมียอดขายสุรานำเข้ามากเป็นอันดับ 3 ของโลก เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของไทยมีการปรับตัวที่ดีขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยหันมานิยมซื้อสุรานำเข้า เพื่อบริโภคมากขึ้นตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ภาพรวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าของไทยสัดส่วน 90% มาจากยอดขายวิสกี้ อีก 10% มาจากกลุ่มไวน์ และไวท์สปิริต 

จากแนวโน้มดังกล่าว ดิอาจิโอจึงจะให้ความสำคัญกับการทำตลาดในประเทศไทย  เพราะมีความแข็งแกร่งในด้านของการทำตลาดวิสกี้ โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2558 บริษัทน่าจะมีสัดส่วนยอดขายมาจากตลาดในประเทศไทยที่ประมาณ 10% ขณะที่ภาพรวมยอดขายจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 20% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 12%

นายแกรม ฮาร์โลว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายกลุ่มสินค้าสุรานำเข้าของบริษัททั่วโลกในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6% ขณะที่ผลกำไรเติบโตที่ 9%  และในปีนี้ก็มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดซูเปอร์ ดีลักซ์ วิสกี้ เนื่องจากผู้บริโภคหันมาซื้อวิสกี้ที่มีคุณภาพและราคาสูงขึ้นตามกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศที่สร้างยอดขายให้กับบริษัทสูงสุดจากการทำตลาดทั่วโลกคือ อเมริกา อันดับ 2 เป็นของบราซิล และอันดับ 3 เป็นของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

จากการประสบความสำเร็จดังกล่าว ดิอาจิโอ จึงอยากตอกย้ำการผู้นำด้านธุรกิจสกอตช์วิสกี้ของโลก  ด้วยการเปิดตัวแคมเปญระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภายใต้ชื่อ “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ โวยาจเจอร์” ดึงประวัติศาสตร์แห่งคุณภาพ ความพิถีพิถันอันเป็นที่สุดของแบรนด์มาใช้บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางครั้งสำคัญ เพื่อรุกตลาดวิสกี้ระดับซูเปอร์ดีลักซ์ต่อเนื่องใน 8 ประเทศ ดันจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล เจาะกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์อย่างเต็มรูปแบบ  เพื่อตอกย้ำแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดซูเปอร์ดีลักซ์ทั้งตลาดในไประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยตั้งเป้าหมายเติบโตไว้ที่ 100% ภายในปี 2556

นายแกรมกล่าวว่า  ฐานลูกค้าระดับบนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว ลูกค้ามีกำลังซื้อมากขึ้น ประกอบกับกับสไตล์ที่เปิดรับสินค้าลักชัวรี่ จึงทำให้สุรานำเข้าของบริษัทได้ผลการตอบรับที่ดีตามไปด้วย เช่นเดียวกับลูกค้าในประเทศไทย จะเห็นได้ว่าสัดส่วนตลาดสินค้าหรูของประเทศไทยขยายตัวขึ้นถึง 41% ภายใน 5 ปี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำตลาดสุรานำเข้าระดับบน บริษัทจึงต้องสร้างสรรค์แคมเปญที่พิเศษที่สุดและไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพื่อมอบให้กับลูกค้าในภูมิภาคนี้เป็นแห่งแรกของโลก ภายใต้ชื่อ “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ โวยาจเจอร์”  เพื่อผลักดัน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ให้เติบโต 100% ในปีนี้

การเปิดตัวแคมเปญ “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ โวยาจเจอร์” นอกจากเป็นการสานต่อความสำเร็จของแบรนด์ระดับซูเปอร์ดีลักซ์ในภูมิภาค ยังถือเป็นการแนะนำแคมเปญใหม่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ดิอาจิโอเคยทำมา เพราะกิจกรรมในแคมเปญนี้จะเกิดขึ้นแบบต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยมีเป้าหมายหลักคือ การมอบประสบการณ์ที่เป็นที่สุดและไม่มีใครเคยทำมาก่อนให้กับลูกค้าระดับไฮเอนด์ เพื่อให้เกิดเป็นงานเฉลิมฉลองสุดสมบูรณ์แบบและน่าประทับใจ คู่ควรแก่แขกระดับเอลิสต์ทุกท่านที่ได้รับเชิญ

สำหรับ 8  ประเทศที่จะมีการล่องเรือยอร์ชสุดหรูผ่านภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคในครั้งนี้ ประกอบด้วย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ และอินเดีย โดยการเดินทางครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการล่องเรือสำเภาในศตวรรษที่ 19 ของครอบครัววอล์กเกอร์ เพื่อนำสกอตช์วิสกี้ที่หมักบ่มอย่างพิถีพิถันไปมอบให้กับลูกค้าทั่วโลก โดยจะเริ่มออกเดินทางจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เป็นจุดหมายแรก ก่อนจะเดินทางผ่านประเทศต่างๆ และเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 14 ธ.ค. 2555

เมื่อเรือมาจอดเทียบท่า ดิอาจิโอ ก็จะมีการจัดงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งรูปแบบในการจัดงานจะเลือกหยิบวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในอดีตของจอห์น วอล์กเกอร์ ที่สะท้อนถึงความหรูหราของโลกในยุคเก่า มาผนวกเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัยในศตวรรษที่ 21 กลั่นออกมาเป็นประสบการณ์สุดพิเศษแบบครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับกลุ่มบุคคลพิเศษผู้กล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรงและย่อท้อต่ออุปสรรค ย้ำเตือนความเป็นแบรนด์ระดับซูเปอร์ดีลักซ์ของจอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ ในทุกตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

นอกจากนี้ ดิอาจิโอยังมีแผนที่จะเปิดตัววิสกี้ระดับซูเปอร์ ดีลักซ์ ที่เบลนด์ขึ้นใหม่ ภายใต้ชื่อ “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ โอดิสซี่” เข้ามาให้ลูกค้าใน 8 ประเทศที่เดินเรือผ่านได้ทดลอง ซึ่งการเปิดตัวแคมเปญ “จอห์น วอล์กเกอร์ แอนด์ ซันส์ โวยาจเจอร์” และการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยให้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดซูเปอร์ดีลักซ์ทั้งในไทยและทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ภายในปี 2556 อย่างแน่นอน.

 


LastUpdate 20/10/2555 02:16:02 โดย : Admin
05-12-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 5, 2020, 7:09 pm