การตลาด
สกู๊ป : ศึกชาเขียว ลุ้นโชคกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย






ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรงสำหรับตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม  เพราะปกติช่วงหน้าการแข่งขันหนักๆของตลาดสินค้าดังกล่าว จะอยู่ในช่วงหน้าร้อน หรือซัมเมอร์  แต่ปีนี้มีการขยายเวลาการแข่งขันมาเป็นช่วงปลายปี  ที่เห็นจะแข่งขันกันรุนแรงหน่อย ก็หนีไม่พ้นคู่รักคู่แค้นอย่างโออิชิกับอิชิตัน

ส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่กลับมารุนแรงในช่วงปลายปีน่าจะมาจากการที่ปีนี้กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มออกมาทำการตลาดและแข่งขันกันอย่างรุนแรงโดยเฉพาะน้ำอัดลม ประกอบกับกำลังการผลิตชาเขียวของแต่ละค่ายเพิ่มเริ่มกลับมาผลิตได้เต็มกำลังในช่วงปลายปีนี้  การออกมาอัดงบเพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดจึงถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธในการกระตุ้นยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หลังจากเสียโอกาสไปช่วงหนึ่ง

กลยุทธที่แต่ละค่ายชาเขียวงัดออกมาใช้ยังคงหนีไม่พ้น แคมเปญชิงโชค เพื่อให้กลุ่มลูกค้าร่วมลุ้นรางวัล  เพราะแคมเปญในรูปแบบนี้ ถือเป็นแคมเปญที่ทำแล้วประสบความสำเร็จทุกครั้งที่ทำ ด้วยเหตุนี้เองแต่ละค่ายชาเขียวจึงยอมที่จะควักกระเป๋าใช้งบผ่านสื่อจัดแคมเปญชิงรางวัลให้ลูกค้าได้ร่วมสนุก แต่งบการตลาดจะใช้เท่าไหร่ รางวัลจะเป็นอะไร คงขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมของสินค้าในช่วงนั้นๆ

โออิชิ ถือเป็นอีกค่ายหนึ่งชาเขียวพร้อมดื่มที่ออกมาแคมเปญการตลาดในรูปแบบดังกล่าว  แม้ว่าปัจจุบันยังจะสามารถรั้งตำแหน่งผู้นำตลาดชาเขียวพร้อมดื่มไว้ได้ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 50% แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จะยังนิ่งนอนใจในความเป็นผู้นำของตลาดชาเขียวพร้อมดื่มได้  เพราะตอนนี้อันดับ 2 ในตลาดอย่างอิชิตันก็ไล่ตามมาได้ครึ่งทางแล้ว  แม้ว่าจะเริ่มทำตลาดมาได้เพียง 2-3 ปี

ด้วยเหตุนี้เอง เพื่อย้ำความเป็นผู้นำในตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม โออิชิจึงต้องออกมาทำกิจกรรมทางการตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี  เพราะทางฝั่งอิชิตันเองได้ออกมาระเบิดงบโค้งสุดท้ายทำการตลาดนำหน้าไปก่อน  ซึ่งก็ทั้งสร้างกระแสและสร้างยอดขายให้เติบโตได้เป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว

นอกจาก ปัจจัยที่คู่แข่งรายหลักอย่างอิชิตันออกมาอัดงบกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายจนได้กระแสความแรงแล้ว  การที่บรรจุภัณฑ์แบบกล่องยูเอชทีของชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิที่เพิ่งกลับมาผลิตสินค้าได้อย่างเต็มกำลังเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งล่าช้าจากแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะกลับมาผลิตได้ในช่วงปลายหน้าร้อน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โออิชิต้องออกมากระตุ้นยอดขายในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้  เนื่องจากช่วงสูญญากาศที่ผิดแผนไป ทำให้ยอดขายส่วนหนึ่งที่สมควรจะได้หายไปด้วย  เพราะปัจจุบันโออิชิมีสัดส่วนยอดขายมาจากกล่องยู่เอชทีประมาณ  20% ของยอดขายโดยรวม

สำหรับงบประมาณที่โออิชิควักกระเป๋าออกมาทำแคมเปญโค้งสุดท้ายในปีนี้มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 250  ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจมา 9 ปีในตลาดชาเขียว  เพราะนอกจากจะตอกย้ำการกลับมาทำตลาดอีกครั้งของการกลับทำตลาดกล่องยูเอชทีแล้ว  ยังรวมไปถึงการฉลองการก้าวเข้าสู่ปีทศวรรษของการเข้ามาทำตลาดชาเขียว

นายอนิรุทธิ์  มหธร  รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ  กรุ๊ป  จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจชาเขียวโออิชิ  กล่าวว่า  เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 9 ปี พร้อมก้าวสู่ปีที่ 10 และการคืนกำไรให้ผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุนเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในเครือโออิชิ  บริษัทจึงได้แคมเปญมอบโชคใหญ่ด้วย 2 สุดยอดของรางวัลที่คนไทยต้องการมากที่สุดในอันดับต้นๆ แบบง่ายๆ ลุ้นรับรางวัลกันได้ทุกฝา ทุกวัน ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ผ่านแคมเปญ "รวยซ้ำรวยซ้อน ได้ทั้งล้านได้ทั้งรถ กับโออิชิ"

 การจัดแคมเปญดังกล่าวบริษัทได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มทั้ง 5 แบรนด์ ได้แก่ "โออิชิ กรีนที" "โออิชิ แบล็กที" "โออิชิ ฟรุตโตะ" "โออิชิ ชาคูลล์ซ่า" และ "อะมิโน โอเค พลัส" ในทุกบรรจุภัณฑ์ ขนาด และรสชาติ ทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ โออิชิ กรีนที แบบขวดแก้ว สามารถเข้าร่วมลุ้นโชคได้ทุกรูปแบบ  ซึ่งในส่วนของรางวัลก็จะมีมากถึง 55 รางวัล รวมมูลค่าถึงกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่รูปแบบของการแจกรางวัลก็จะแจกแบบแจกซ้ำแจกซ้อนกันทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.55–15 ก.พ.56 

สำหรับรางวัลที่แจกก็จะมีทั้งในส่วนของทองคำและรถยนต์มาสด้า 2 เอลิแกนซ์ รุ่นสปิริต รวมมูลค่ารางวัลละ 1,646,000 บาท โดยทุกฝาที่ส่งมีสิทธิ์ลุ้นได้ทุกวัน  ซึ่งตลาดของการจัดแคมเปญดังกล่าวจะไม่มีการตัดสิทธิ์  เพื่อให้ลูกค้าได้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่ส่งท้ายรายการ

หลังจากจบแคมเปญดังกล่าว โออิชิคาดว่าจะสามารถกระตุ้นในช่วงไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนให้เติบโตได้ประมาณ 60% ซึ่งถือว่าสูงกว่าภาพรวมตลาดชาเขียวที่คาดว่าจะมีการเติบโตอยู่ที่  40-50% และสูงกว่ายอดขายในช่วงซัมเมอร์ที่มียอดขายเติบโตจากปกติอยู่ที่ประมาณ 20%

นอกจากนี้ โออิชิยังตั้งเป้าหมายไว้ว่า สิ้นปีนี้น่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 55%  จากปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 50%  จากมูลค่าตลาดรวมชาเขียวในสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ  13,000-13,500  ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนประมาณ 30%  ซึ่งในส่วนของอันดับ 2 ในตลาดยังคงเป็นของอิชิตันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 23%

ในส่วนของฝั่ง อิชิตัน หลังผ่านไป 1 เดือนกับการใช้งบ 160  ล้านบาททำแคมเปญ “ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง อิชิตัน 60 วัน 60 ล้าน”  ซึ่งได้เริ่มแคมเปญมาตั้งแต่วันที่  1 ต.ค. ที่ผ่านมาและยิงยาวไปถึงวันที่  26 ธ.ค.นี้ ก็ได้ผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ  เพราะตอนนี้อิชิตันได้เริ่มออกแจกรางวัลให้กับลูกค้าที่โชคดีบ้างแล้ว

สำหรับแคมเปญลุ้นรางวัลผ่านรหัสใต้ฝาของค่ายอิชิตัน  ซึ่งลูกค้าสามารถลุ้นโชคได้ในกล่องของอิชิตัน และดับเบิ้ล ดริ๊งค์นั้น  ลูกค้าสามารถส่งชิงโชคลุ้นทองคำมูลค่า 1 ล้านบาทในทุกวัน และลุ้นชิงไอโฟน 5 อีก 100 เครื่องในวันสุดท้ายที่มีจับรางวัล  ซึ่งช่วงระหว่าง 3 เดือนของการทำแคมเปญดังกล่าวคาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท  หรือเติบโตจากช่วงปกติ 20-30%

จากการออกมาทำแคมเปญดังกล่าว อิชิตันคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 30% ในช่วงสิ้นปีนี้จากปัจจุบันอิชิตันมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 23%  ขณะที่ภาพรวมยอดขายของชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตันในสิ้นปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท

แม้ว่าผู้เล่นในตลาดชาเขียวพร้อมดื่มจะออกมาบอกว่าการออกมาทำแคมเปญการตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายนี้จะไม่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องทำกันทุกปี  แต่จากแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ในตลาด  หากมีรายใดรายหนึ่งออกมาทำแคมเปญส่งเสริมการตลาด ก็ต้องมีอีก 1 รายออกมาทำตาม เพราะจะไม่ทำก็ไม่ได้  เนื่องจากอาจทำให้เสียโอกาสในด้านของการขายไปได้

จากเป้าหมายที่ทั้งโออิชิและอิชิตันตั้งเป้าหมายไว้ว่าช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้หลังจากทำแคมเปญส่งเสริมการขายน่าจะโกยยอดขายกันได้เป๋าตุง  ดูจากแนวโน้มก็น่าจะเป็นอย่างนั้น  เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยชอบการลุ้นการเสี่ยงโชคเป็นชีวิตจิตใจ  ดังนั้นไม่ว่าจะออกมาทำกิจกรรมช่วงไหนอย่างไรก็สามารถกระตุ้นยอดขายให้เติบโตมากกว่าปกติได้เป็นที่น่าพอใจอยู่แล้ว.

 

 


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 พ.ย. 2555 เวลา : 07:57:10

19-11-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555