การตลาด
สกู๊ป : สยามพิวรรธน์ไล่บี้มาเลเซีย พาไทยนั่งฮับช้อปปิ้ง




บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด  ถือเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของไทย  เพราะปัจจุบันธุรกิจมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ขณะนี้มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่นั่งบริหารอยู่ด้วยกัน 4  แห่ง คือ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์  ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่  ศูนย์การค้าสยามพารากอน และศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งในอนาคตอันใกล้ก็จะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่นั่งบริหารอีก 1 แห่งบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เหตุผลหนึ่งที่เป็นแรงกระตุ้นทำให้บริษัทสยามพิวรรธน์ ต้องออกมาเร่งขยายธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปี 2558 จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี  หากสามารถขยายธุรกิจเพื่อรองรับกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ถือว่าเป็นต่อ

ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท สยามพิวรรธน์  จึงต้องเร่งหาทุน หาทำเล และหาพันธมิตรเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งล่าสุดก็มีแย้มๆ ออกมาว่า จะใช้งบมากถึง 60,000 ล้านบาท ในการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งในรูปแบบค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ ภายใน 3 ปีนับจากนี้

นางชฏาทิพย์ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 60,000 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจใหม่ประมาณ 3-4 โครงการภายใน 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งในส่วนของโครงการดังกล่าวจะมีความหลากหลาย ไม่ใช่แค่ศูนย์การค้าเพียงอย่างเดียว เพราะอาจรวมไปถึงอาคารสำนักงาน และโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในมูลค่าดังกล่าวจะแบ่งเป็นการลงทุนในส่วนของการปรับปรุงศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่  200  ล้านบาท สยามทาวน์เวอร์อีกประมาณ 200 ล้านบาท และการลงทุนโครงการศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเฟสแรกประมาณ 3,000 ล้านบาท จากงบลงทุนรวมทั้งโครงการที่คาดว่าน่าจะใช้ประมาณ 35,000 ล้านบาท

การหันมาใช้งบลงทุนจำนวนมากดังกล่าวของบริษัทสยามพิวรรธน์ เพราะต้องการขึ้นผู้นำของการช้อปปิ้งติด 1 ใน 3 ของเอเชีย ซึ่งปัจจุบันจากการจัดอันดับของนิตยสารรีเทลอันดับ 1 เป็นของฮ่องกง  อันดับ 2 เป็นของมาเลเซีย และอันดับ 3 เป็นของสิงคโปร์ ขณะที่ไทยอยู่อันดับที่ 5  ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ในอันดับ 4   

นางชฎาทิพย์กล่าวต่อว่า ไม่น่าเชื่อว่าประเทศมาเลเซียจะขึ้นมาเป็นอันดับ 2  ของการโหวตจากนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา มาเลเซียยังถูกจัดอยู่เพียงอันดับ 5-6 ของเอเชีย  แต่ภายหลังจากที่รัฐบาลของมาเลเซียมีการเข้ามาช่วยสนับสนุนในด้านของการลงทุนและท่องเที่ยว ด้วยการเข้าไปเชิญนักลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศ เช่น ยูนิเวอร์แซล ดิสนีย์แลนด์ และเลโก้ เข้ามาเปิดให้บริการ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศก็ทำให้มาเลเซียประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แม้ว่าศักยภาพและความพร้อมจะไม่เท่ากับประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ ถ้ารัฐบาลไทยเข้ามาสนับสนุนในด้านของการลงทุนเหมือนกับรัฐบาลมาเลเซีย ประเทศไทยน่าจะประสบความสำเร็จในด้านของการท่องเที่ยว และการช้อปปิ้งมากกว่าประเทศมาเลเซีย เพราะถ้ามองศักยภาพแล้วประเทศไทยมีศักยภาพมากกว่า

แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว แต่ในส่วนของภาคเอกชนก็ช่วยเหลือตัวเองด้วยการพัฒนาโครงการค้าปลีกและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และถ้าโครงการไหนเก่าก็จะมีการปรับปรุง  เพื่อให้มีความสดใสและทันสมัยกว่าเดิม  ซึ่งในส่วนของบริษัทสยามพิวรรธน์ก็เช่นกัน เพราะปีนี้ก็ได้มีการปรับปรุงศูนย์การค้าครั้งใหญ่ในส่วนของศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

ความคืบหน้าของการปรับปรุงศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ในขณะนี้นั้น นางชฎาทิพย์กล่าวว่า อาจมีความล่าช้าในการเปิดไปเล็กน้อย จากเดิมคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ 15 ธ.ค.2555  เนื่องจากผู้เช่าร้านค้าต้องการตกแต่งร้านให้มีความสวยงามมากขึ้นเหมือนกับตัวศูนย์ จึงทำให้การตกแต่งมีความล่าช้าออกไป

อย่างไรก็ตาม บริษัท สยามพิวรรธน์ มั่นใจว่าการปรับปรุงภายในศูนย์การค้าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการอย่างแน่นอนในวันที่  11 ม.ค.2556 นี้ ภายใต้งบ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนของบริษัท สยามพิวรรธน์เอง 1,000 ล้านบาท และงบร้านค้าเช่าภายในศูนย์  800 ล้านบาท ซึ่งการปรับศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ในรอบ 7 ปี

นอกจากจะปรับปรุงภายในของศูนย์การค้าให้มีความทันสมัยแล้ว บริษัท สยามพิวรรธน์  ยังได้มีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ของศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ด้วยรูปแบบตัวอักษรใหม่ เพื่อให้ความทันสมัยมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Ideaopolis  หรือเมืองแห่งไอเดียล้ำเทรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์โปรโตไทป์  ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการศูนย์การค้าและวงการค้าปลีกของโลก หรือ รีเทล เรฟโวลูชั่น

หลังจากปรับปรุงศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ เป็น The Ideaopolis  เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  ศูนย์กลางแห่งจินตนาการและงานสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดในศาสตร์แห่งสุนทรีย์ของ ศิลปะ แฟชั่น เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ เป็นศูนย์รวมแห่งแนวคิดและการออกแบบใหม่ๆ จากทั่วโลก  บริษัท สยามพิวรรธน์ คาดว่าจะมีจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20-25% จากเดิมมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1.5 แสนคน เนื่องจากจะมีการใช้งบ 150 ล้านบาท ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์  เพื่อเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

ในจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนหนึ่ง บริษัท สยามพิวรรธน์ คาดว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและเข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าในเครือเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ หากมองในด้านของค่าใช้จ่ายต่อหัว ยังพบว่าปรับเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน หรือมีการใช้จ่ายต่อครั้งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ  6,500 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 บาท  โดยนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยมากที่สุดตอนนี้ คือ ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อินเดีย จี และอินโดนีเซีย.

 

 

 


 


LastUpdate 11/12/2555 22:24:44 โดย : Admin
14-04-2021
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ April 14, 2021, 12:51 pm