การตลาด
สกู๊ป อ.ส.ค.ปั้น










ภาพรวมตลาดนมในปีนี้ยังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง  เพราะปัจจุบันไม่ได้แข่งขันเฉพาะแบรนด์นมในประเทศเท่านั้น แต่มีแบรนด์นมชื่อดังจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกด้วย ที่เห็นกันชัดๆ ก็แบรนด์ฮอกไกโดจากประเทศญี่ปุ่น เพราะตอนนี้เริ่มมีการจำหน่ายในไทยอย่างแพร่หลาย ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่นก็สามารถซื้อนมฮอกไกโด มาบริโภคได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตและศูนย์อาหารชื่อดัง

สำหรับนมฮอกไกโด เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัท ฮอกไกโด โมริโมโตะ จำกัด  ด้วยขั้นตอนการผลิตนมที่มีความแตกต่างจากการผลิตน้ำนมโคของไทย ซึ่งเกิดจากเครื่องจักรที่ทันสมัย จึงทำให้นมสดมีความเข้มข้นเป็นที่ถูกปากของผู้บริโภคโดยทั่วไป แม้ว่านมฮอกไกโดจะไม่ได้นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น 100% แต่ด้วยเทคนิคการผลิตที่ทันสมัยและการใช้น้ำนมดิบจากคอนแทกต์ฟาร์มในประเทศควบคู่กับนำเข้าวัตถุดิบบางรายการจากญี่ปุ่นมาผลิตนม จึงทำให้คุณภาพนมฮอกไกโดที่วางขายในประเทศไทยใกล้เคียงกับนมฮอกไกโดที่วางขายในประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบันนมฮอกไกโด มีจำหน่ายอยู่ในตลาดด้วยกัน  7 รสชาติ ประกอบด้วย รสธรรมชาติ,กล้วยหอม,ชาเขียวมัจฉะ,ชาซีลอน, ช็อกโกแลต,แคนตาลูปญี่ปุ่น และลาเวนเดอร์ ซึ่งรสธรรมชาติและรสกล้วยหอม ถือเป็นรสชาติที่ขายดีที่สุด นอกจากผลิตภัณฑ์นมฮอกไกโดจะขายดีแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไม่แพ้กันอีกด้วย นั่นก็คือ โยเกิร์ตดริงก์,โยเกิร์ตสด,พุดดิ้งและซอฟต์ครีมมิลค์คุกกี้ นอกจากนี้ ยังมีไอศกรีมอีก 8 รสชาติ วางจำหน่ายควบคู่กันไป

หลังจากประสบความสำเร็จจากการทำตลาดในกรุงเทพฯเป็นที่น่าพอใจ  บริษัท ฮอกไกโด โมริโมโตะ ก็มีแผนที่จะขยายร้านแฟรนไชส์ขายนมไปในตลาดต่างจังหวัดในอนาคต โดยขณะนี้อยู่ในขั้นเตรียมการด้านการขนส่ง เนื่องจากนมฮอกไกโดเก็บได้นานเพียง 12 วันในอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียสเท่านั้น

จากผลการตอบรับที่ดีและมีชื่อเสียงดังกล่าวของนมฮอกไกโด ซึ่งถือเป็นนมแห่งชาติของญี่ปุ่น ส่งผลให้องค์การส่งเสริมการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ค.ส.) ผู้ดำเนินธุรกิจนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ นมไทย-เดนมาร์ค  หรือที่คนไทยเรารู้จักในนามของ "นมวัวแดง" มีแผนที่จะปั้นนมวัวแดงก้าวไปสู่การเป็นนมแห่งชาติของประเทศไทย หรือ ไทยมิ้ลค์ แบบว่า "ใครมาประเทศไทยต้องบริโภคนมวัวแดง เหมือนกับใครไปญี่ปุ่นก็ต้องโภคนมฮอกไกโด"

นายนพดล  ตันวิเชียร  รองผู้อำนวยการแทนผู้อำนวยการ  องค์การส่งเสริมการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ค.ส.) ผู้ดำเนินธุรกิจนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ นมไทย-เดนมาร์ค  กล่าวว่า  อ.ค.ส.มีแผนที่จะสร้างแบรนด์นมวัวแดง หรือนมไทย-เดนมาร์ค ให้เป็นนมระดับชาติที่มีชื่อเสียงเหมือนกับนมฮอกไกโด ของประเทศญี่ปุ่น และนมนิวซีแลนด์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาขอความร่วมมือกับสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ เพื่อผลิตนมให้กับ อ.ค.ส. เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ หากสามารถเจรจาหาสหกรณ์โคนมเข้ามาร่วมโครงการดังกล่าวได้ ก็จะทำให้นมวัวแดงก้าวขึ้นเป็นนมแห่งชาติของประเทศไทยได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบัน อ.ค.ส.มีสหกรณ์โคนมที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรแล้ว 3 รายคือ สหรกรณ์โคนมสีคิ้ว สหกรณ์โคนมพัทลุง และสหกรณ์โคนมขอนแก่น พร้อมกันนียังมีสหกรณ์ที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกประมาณ 2-3 รายคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้ และถ้าหากเป็นไปได้ อ.ค.ส.ก็อยากได้สหกรณ์โคนมเป็นพันมิตรอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย

เบื้องต้น  อ.ค.ส.วางเป้าหมายไว้ว่า ในอีก 5 ปีนับจากนี้ จะต้องก้าวขึ้นไปสู่การเป็นนมแห่งชาติของประเทศไทย โดยมีสัญลักษณ์เป็น "วัวแดง"  ที่คนต่างชาติจะต้องรู้จักและเลือกซื้อสินค้านมไทยเป็นอันดับแรก คล้ายกับประเทศเวียดนาม ที่มี เวียดนาม มิ้ลค์ หรือ ญี่ปุ่น ที่มี ฮอกไกโด มิ้ลค์

ส่วนแผนการทำตลาดและสร้างแบรนด์ก็จะใช้นโยบายการสร้างแบรนด์ เหมือนกับสินค้าเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ที่มีสัญลักษณ์เป็นกระทิงแดง และสร้างแบรนด์จนคนทั่วโลกรู้จัก ซึ่งจะใช้งบการตลาดในประเทศและต่างประเทศปีละกว่า 130 ล้านบาท ทั้งการเข้าไปสนับสนุนกีฬาเจ็ทสกี ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก การทำการตลาดในประเทศ ขยายตลาดส่งออก และสร้างแบรนด์ในประเทศ

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในรอบปีบัญชี ต.ค.55- ก.ย.56 นี้  ในต้นปีหน้า อ.ค.ส.มีแผนที่จะเปิดตัวเครื่องดื่มนมรสชาติใหม่เข้ามาทำตลาด ทั้งนมเปรี้ยวที่มีส่วนผสมของคอลลลาเจน และนมยูเอชที ในระดับพรีเมี่ยม เจาะกลุ่มเด็ก รวมทั้งจะใช้งบลงทุน 50 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าใหม่อีก 20-30 แห่งให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีจำนวน 8 แห่ง รวมทั้งจะจับมือกับ สหกรณ์โคนมต่างๆ ให้เป็นผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ ส่งให้แก่ อ.ค.ส. เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตนมให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตนมอยู่ที่ 500 ตันต่อวัน และเป็นผู้ผลิตนมโคสดแท้ 100% รายใหญ่สุดในประเทศไทย

นายนพดลกล่าวต่อว่า  หลังจากที่ อ.ค.ส. ออกมารุกทำตลาดนมมากขึ้น คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่กว่า 6,000 ล้านบาท  แบ่งเป็นยอดขายมาจากต่างประเทศ 90% และต่างประเทศ 10% จากปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกไม่สูงมากนัก ซึ่งจะมุ่งขยายตลาดส่งออกและเพิ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ลาว พม่า และกัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับประเทศ เวียดนาม และจีนตอนใต้ คาดว่าจะเริ่มส่งออกในปีหน้า

ปัจจุบันภาพรวมตลาดนมยูเอชทีในไทยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 2-3%  ซึ่งนมไทย-เดนมาร์ค มีส่วนแบ่งการตลาดที่ประมาณ 30% เป็นอันดับ 2 โดยมีผู้นำเป็น นมโฟร์โมสต์ ซึ่งตลาดรวมนมยูเอชที ที่เติบโตน้อย เพราะมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียน ที่ส่วนใหญ่จะดื่มนมโรงเรียนเป็นหลัก ส่วนตลาดรวมนมพาสเจอร์ไรส์ มีมูลค่าที่ 10,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 7-8% นมถั่วเหลืองมีมูลค่ารวมที่ 20,000 ล้านบาท เติบโต 7-8% นมเปรี้ยว มีมูลค่าตลาดรวมที่ 10,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 4-5% ขณะที่ตลาดรวมนมโรงเรียนมีมูลค่า 13,000 ล้านบาท ไม่เติบโตมากนัก เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่และจำนวนเด็กนักเรียนแต่ละปีก็เพิ่มขึ้นน้อย

แผนการดำเนินธุรกิจของ อ.ค.ส.ที่ต้องการจะปั้นให้นมวัวแดงเป็นนมแห่งชาติของไทยจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องขึ้นอยู่กับกลยุทธด้านการตลาด รสชาติ และคุณภาพของสินค้าว่าจะถูกใจผู้บริโภคมากแค่ไหน หากรสชาติโดน คุณภาพดี "นมวัวแดง" คงได้สร้างชื่อเสียงในตลาดโลก

 

 


LastUpdate 11/12/2555 19:03:22 โดย : Admin
24-02-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 24, 2020, 2:44 pm