เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
SCB EIC วิเคราะห์-ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ รายงานบทวิเคราะห์ ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
 

บีโอไอเตรียมประกาศใช้ร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 5 ปี (2013-2017) โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศในไทยรวม 5 ครั้งโดยคาดว่าจะรวบรวมความเห็นภาคเอกชนทั่วประเทศเสร็จก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาประกาศใช้ในเดือนมีนาคม และมีผลบังคับใช้เดือนมิถุนายน 2013
 
ยุทธศาสตร์จะเน้นการส่งเสริมแบบมีเป้าหมายมากขึ้น จากเดิมที่ส่งเสริมครอบคลุมทุกกิจการ โดยภาพรวมแล้วจะให้ความสำคัญกับการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีน้อยลง โดยมุ่งเน้นส่งเสริมกิจการที่มีความสำคัญสูงสำหรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน คือกิจการที่เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว การก่อให้เกิดคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ๆ ในภูมิภาคและมีการรวมตัวใหม่ของการลงทุน รวมไปถึงการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ ส่งผลให้กิจการที่มีความซับซ้อนมากและใช้เทคโนโลยีสูง จะมีแนวโน้มได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า

โดยตามยุทธศาสตร์ใหม่จะมี 100 บัญชีกิจการที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และประมาณ 30 กิจการที่ได้รับการส่งเสริมในรูปแบบของการอำนวยความสะดวกผ่านสิทธิประโยชน์ด้านเครื่องจักร วัตถุดิบและอื่นๆ ที่มิใช่ภาษี ในขณะที่จะมีประมาณ 80 บัญชีกิจการที่จะยกเลิกให้การส่งเสริม
 
 
มีเพียง 2 หมวดบัญชีประเภทกิจการที่มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้สูงสุด 8 ปีโดยไม่จำกัดวงเงิน โดยมีข้อสังเกตที่สำคัญคือมีลักษณะเป็นกิจการที่เน้นการออกแบบ วิจัยและพัฒนาซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมในอนาคต ได้แก่

หมวด 5: อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวม 2 กิจการ คือ (1) ออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์ คือ micro electronic design และ embedded system design และ (2) ผลิต embedded software

หมวด 7: กิจการบริการและสาธารณูปโภค รวม 8 กิจการ คือ (1) เทคโนโลยีชีวภาพ (2) บริการด้านจัดการพลังงาน (3) วิจัยและพัฒนา (4) บริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ (5) บริการสอบเทียบมาตรฐาน (calibration) (6) ออกแบบทางวิศวกรรม (7) นิคม/เขตอุตสาหกรรมทางเทคโนโลยี และ (8) สถานฝึกฝนวิชาชีพ

อกจากนี้ ข้อสังเกตที่แสดงให้เห็นว่ายุทธศาสตร์มีการมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ชัดเจน คือ สำหรับกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นั้น หากสัดส่วน R&D ต่อยอดขายเกิน 3% จะสามารถปลดล๊อคจำกัดวงเงินที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้อีกด้วย
 
 
 

 

 

 

 

 


 กิจการที่อยู่ในหมวด 3: อุตสาหกรรมเบา ถูกยกเลิกการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดรวม ประมาณ 20 ประเภทกิจการจากทั้งหมดราว 80 กิจการที่ถูกยกเลิก โดยส่วนมากพบว่าเป็นกิจการที่ใช้แรงงานค่อนข้างมากและใช้เทคโนโลยีไม่ซับซ้อนมากนัก เช่น กิจการผลิตผ้า ผลิตเครื่องนุ่งห่ม พรม รองเท้า กระเป๋า เครื่องกีฬา เป็นต้น

ความสำเร็จของยุทธศาสตร์ใหม่ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความชัดเจนของการดำเนินการด้านต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เกิดการลงทุน ที่จะมาชดเชยสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้ที่ลดลงไป  โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงกฎระเบียบและลดอุปสรรคในการลงทุน และการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาต่างๆ
 
Implication
 
 คาดว่าผลกระทบต่อการขอเข้ารับส่งเสริมการลงทุนจะไม่มากนัก เพราะกิจการที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนส่วนใหญ่คือราว 60% ของเงินลงทุน[1] อยู่ในหมวด 4: ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง และ หมวด 5: อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งกิจการส่วนใหญ่ในสองหมวดนี้ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีเงินได้ 5 ปีขึ้นไป
 
 
 
 เป็นกลไกผลักดันให้กิจการยกระดับไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตผ่านการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง  โดยยุทธศาสตร์ใหม่จะเสมือนการสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจที่เน้นการวิจัยและพัฒนาที่จะกลายเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนเป็นหลัก ซึ่งจะกลายเป็นกลไกผลักดันให้ธุรกิจอื่นๆ พัฒนาไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขันในอนาคตต่อไป
 

 


LastUpdate 16/01/2556 17:14:51 โดย : Admin
02-10-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 2, 2020, 5:05 am