การตลาด
สกู๊ป "บาร์บีคิวพลาซ่า" เร่งอัดโปรโมชั่นขยายฐานวัยรุ่น


               

หลังจากทุ่มงบกว่า 500  ล้านบาท ในการรีแบรนด์ปรับภาพลักษณ์ร้านบาร์บีคิวพลาซ่าให้มีความทันสมัย พร้อมกับปรับกลยุทธการทำตลาดด้วยการหันมาขยายฐานลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นผ่านแคมเปญโปรโมชั่น “ชุดรีฟิล กินไม่ต้องยั้ง สั่งไม่ต้องเกรงใจ” ระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. ราคา 299 บาท ในช่วงวันจันทร์-ศุกร์ พบว่าได้ผลการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะวัยรุ่น

จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าวส่งผลให้สัดส่วนกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 60% จากเดิมมีเพียง 40% ขณะเดียวกันในด้านของภาพรวมยอดขายยังมีอัตราการเติบโตสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จากเดิมวางเป้าหมายไว้ว่าจะมีอัตราการเติบโตจากการทำแคมเปญดังกล่าวที่ประมาณ 30% แต่หลังจากจบแคมเปญเติบโตสูงถึง 40%

 

 

ความสำเร็จที่ได้รับจากการทำแคมเปญ “ชุดรีฟิล กินไม่ต้องยั้ง สั่งไม่ต้องเกรงใจ” ในครั้งนี้ ส่งผลให้บาร์บีคิวพลาซ่ามีแผนที่จะเดินหน้าลุยแคมเปญโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายฐานลูกค้าวัยรุ่น ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ “โปรตีน เนื้อเน้นๆ โปรตีน ล้วนๆ เพื่อก๊วนบ้าพลัง” เอาใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นให้รวมตัวกันมาอัพพลังกับชุดโปรโมชั่นแบบโปรตีนเน้นๆ

นางชาตยา สุพรรณพงศ์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะบาร์บีคิวพลาซ่า จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจปิ้งย่างภายใต้แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า กล่าวว่า จากความสำเร็จในแคมเปญ “ชุดรีฟิล กินไม่ต้องยั้ง สั่งไม่ต้องเกรงใจ” บริษัทจึงมีแผนที่จะเดินหน้าทำแคมเปญโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามาใช้บริการ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ซึ่งโปรโมชั่น “โปรตีน เนื้อเน้นๆ โปรตีน ล้วนๆ เพื่อก๊วนบ้าพลัง” ที่ได้เปิดตัวเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ มีชุดโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้เลือกด้วยกัน 3 แบบ ประกอบด้วย ชุด High Power ราคา 333 บาทต่อชุด สำหรับ 2 ท่าน,ชุด Super Power ราคา 555 บาทต่อชุด สำหรับ 3-4 ท่าน และชุด Max Power ราคา 777 บาทต่อชุด สำหรับ 4 ท่านขึ้นไป

 

 

หากรับประทานชุดหนึ่งชุดใดใน 3 ชุด จะได้รับสิทธิ์ลุ้นกินฟรียกก๊วน เพียงถ่ายรูปคู่กับกล่องใส่อาหารแต่ละชุดแล้วแชร์บนหน้าเฟซบุ๊คของคุณ พร้อมใส่แฮชแท็ค #BarBQPlaza และ BarBQProteen 10 ท่านที่ได้รับการกดไลค์มากที่สุดจะได้รับบัตรกำนัลมูลค่า 1,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 7 พ.ย.นี้ ซึ่งหลังจากจบแคมเปญดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะมียอดขายเติบโตจากปกติไม่ต่ำกว่า  15%

สำหรับภาพรวมแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้นั้น นางชาตยากล่าวว่า บริษัทจะเดินหน้าขยายฐานลูกค้าเจนวายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวโปรโมชั่นและกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ อีกหลายแคมเปญเข้ามาทำตลาด ซึ่งแคมเปญที่บริษัทได้ทำไปแล้ว 2 กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น “โปรตีน เนื้อเน้นๆ โปรตีน ล้วนๆ เพื่อก๊วนบ้าพลัง” หรือ “ชุดรีฟิล กินไม่ต้องยั้ง สั่งไม่ต้องเกรงใจ” ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ทำขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัทไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า บาร์บีคิวพลาซ่า ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรม “ดีเจ เสิร์ช” เพื่อชวนคนรุ่นใหม่มาพิสูจน์พลังเสียง ด้วยการประกวดค้นหาดีเจหน้าใหม่ที่จะเข้ามาจัดรายการในร้านบาร์บีคิวพลาซ่า รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น 

จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว บาร์บีคิวพลาซ่าได้เตรียมงบการตลาดไว้ทำการตลาดในช่วง 4 เดือนสุดท้ายนี้ไว้ประมาณ 125 ล้านบาท จากงบการตลาดทั้งปีที่เตรียมไว้ 250 ล้านบาท เนื่องจากหน้าขายสินค้าจะอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง จึงทำให้งบการตลาดส่วนใหญ่จะถูกใช้ในช่วงเวลาดังกล่าว

ปัจจุบัน บาร์บีคิวพลาซ่า มีฐานสมาชิกอยู่ที่ประมาณ 400,000 ราย ในจำนวนดังกล่าวเข้ามาใช้บริการในร้านบาร์บีคิวพลาซ่าอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 70% ซึ่งจากการออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง บาร์บีคิวพลาซ่า มั่นใจว่าจะมีฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวถือว่ามีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจอย่างมาก และเพื่อให้การทำการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมากขึ้น บาร์บีคิวพลาซ่าได้มีการทำกิจกรรมและโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น

พร้อมกันนี้ บาร์บีคิวพลาซ่ายังได้จับมือร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อร่วมกันทำโปรโมชั่นในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตเคทีซี,บัตรเครดิตกรุงศรี,บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ และบัตรเครดิตสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ซึ่งหลังจากร่วมกับพันธมิตรดังกล่าวทำการตลาดร่วมกัน ปรากฎว่าได้ผลการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวและวัยทำงาน 

ในด้านของแผนการเปิดร้านใหม่ ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4 สาขาจากปัจจุบันมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ 95 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละประมาณ 10-15 ล้านบาท ประกอบด้วย  สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่,สาขาเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่,สาขาเดอะ วอล์ค  และสาขาโรบินสัน บางรัก

 

 

นอกจากนี้ บาร์บีคิวพลาซ่า ยังมีแผนที่จะเดินหน้าปรับปรุงร้านบาร์บีคิวพลาซ่าให้มีความทันสมัยทั้ง 95  สาขาภายใน 3 ปีนับจากนี้ ซึ่งปีที่ผ่านมาทำการปรับปรุงไปแล้ว 10 สาขา และปีนี้จะปรับปรุงเพิ่มอีก 20-25 สาขา ภายใต้งบการลงทุนสาขาละ 5-10 ล้านบาท โดยในส่วนของการปรับปรุงดังกล่าส่วนหนึ่งจะมีการนำร้านบาร์บีคิวพลาซ่าแยกออกจากร้านจุ่มแซ่บฮัท เพื่อให้การทำตลาดของทั้ง 2 แบรนด์มีความชัดเจนมากขึ้น

ปัจจุบัน ร้านจุ่มแซ่บฮัท มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ที่ประมาณ 70 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ซึ่งจากความไม่ชัดเจนในการทำตลาดที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงทำให้บาร์บีคิวพลาซ่ามีแผนที่จะแยกร้านจุ่มแซ่บฮัทออกมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการทำตลาด

ส่วนแผนการทำตลาดในต่างประเทศนั้น ในอีก 3 ปีข้างหน้านับจากปี 2557-2559 บาร์บีคิวพลาซ่ามีแผนที่จะนำร้านบาร์บีคิวพลาซ่าเข้าไปเปิดให้บริการในประเทศพม่า,กัมพูชา และเวียดนาม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาตลาด คาดว่าเร็วๆ นี้ น่าจะได้ข้อสรุปในการเข้าไปทำตลาดร่วมกับพันธมิตรในประเทศนั้นๆ

จากการที่แต่ละประเทศมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีและเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ส่งผลให้บาร์บีคิวพลาซ่า  มีแผนที่จะเข้าไปเปิดร้านบาร์บีคิวพลาซ่าในประเทศดังกล่าว ประเทศละประมาณ 5-15 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 10-15 ล้านบาท 

 

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน บาร์บีคิวพลาซ่า ได้เริ่มเข้าไปทำธุรกิจร้านบาร์บีคิวพลาซ่าบ้างแล้วใน 2 ประเทศ คือ มาเลเซีย 13 สาขา ปีนี้จะเปิดสาขาใหม่อีก 1 สาขา และอินโดนีเซีย 1 สาขา ปีนี้จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 1 สาขา   ซึ่งแต่ละสาขาจะใช้งบลงทุนที่ประมาณ 10-15  ล้านบาทเช่นกัน

หลังจากออกมาขยายธุรกิจและทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง นางชาตยากล่าวว่า สิ้นปีนี้บริษัทน่าจะมีรายได้เติบโตประมาณ 15% หรือมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเป้าหมายใหม่ จากเดิมคาดว่าสิ้นปีจะมีอัตราการไม่ต่ำกว่า 22% และมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 2,300 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้การแข่งขันในธุรกิจปิ้งย่างและธุรกิจใกล้เคียงมีการแข่งขันที่รุนแรง ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจของไทย ผู้บริโภคหันมาชะลอกำลังซื้อเพราะค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้บริษัทต้องปรับเป้าหมายรายได้ในสิ้นปีนี้ใหม่ 

ทั้งนี้ เป้าหมายรายได้ดังกล่าว ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่สอดคล้องกับภาพรวมตลาดธุรกิจปิ้งย่าง ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 15% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3,600-4,000 ล้านบาท โดยในส่วนของ บาร์บีคิวพลาซ่า ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% 


LastUpdate 13/09/2556 16:41:54 โดย : Admin
05-12-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 5, 2020, 6:34 pm