การตลาด
คาราบาวแดงติดปิกบุกตลาดชูกำลังต่างแดน


 

 

 

หลังจากออกมาสร้างกระแสบาวแดงแจกโชค พัน-หมื่น-แสน-ล้าน-10 ล้าน รวยทั่วแผ่นดินจำนวนรางวัล 36,548 รางวัล เดือนละ 10 ล้าน รวม 5,221 รางวัล ต่อเนื่อง 7 เดือน รวมมูลค่า 70 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความคึกให้กับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย

 

 
 
               
ล่าสุดคาราบาวแดง ได้ออกมาเปิดเกมรุกบุกตลาดต่างแดนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา และพม่า ด้วยการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย และเข้าไปทุ่มงบก้อนโตตั้งโรงงานผลิต เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558 
 
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์คาราบาวแดง  กล่าวว่า แผนการทำบุกตลาดอาเซียนนับจากนี้ บริษัทจะเข้าไปทำตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น  เพื่อผลักดันให้คาราบาวแดงก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในตลาดอาเซียนภายใน 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท
 
 
 
 
หลังจากบริษัท คาราบาวตะวันแดง ได้ส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดง เข้าไปทำตลาดในประเทศลาว และกัมพูชา ในช่วงหลายปีที่ผ่าน ปัจจุบันคาราบาวแดงได้ขึ้นเป็นผู้นำตลาดแล้วในประเทศลาว   และกัมพูชา ส่วนตลาดฟิลิปปินส์   และอินโดนีเซียยังไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่ม้ชูกำลังได้ เนื่องจากการแข่งขันรุนแรง ประกอบกับผู้เล่นที่เป็นเจ้าตลาดมีความแข็งแกร่งอย่างมาก
 
แม้ว่า คาราบาวแดง จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดเพียง 2 ประเทศ แต่จากการที่เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัท คาราบาวตะวันแดง มีการส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดงเข้าไปจำหน่ายทั่วโลกแล้วกว่า 30 ประเทศ 
 
นายสเถียร กล่าวว่า ตลาดหลักที่บริษัทให้ความสนใจเข้าไปทำตลาดมากที่สุดในตอนนี้ จะอยู่เป็นตลาดตะวันออกกลางและตลาดอาเซียนอาเซียน   ซึ่งในส่วนของอาเซียน บริษัทให้ความสนใจเข้าไปลงทุนใน 2 ประเทศ คือ กัมพูชา และพม่า 
 
สำหรับประเทศกัมพูชา บริษัท คาราบาวตะวันแดง มีแผนที่จะสร้างฐานผลิตเพื่อส่งอออกไปยังประเทศเวียดนาม   ขณะที่ฐานผลิตที่ประเทศพม่า   บริษัทมีแผนที่จะผลิตสินค้า เพื่อส่งออกไปยังอินเดียและบังคลาเทศ   ซึ่งถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการลดต้นทุนทางด้านการขนส่ง   และจากแผนการดำเนินงานดังกล่าวจะทำให้บริษัท คาราบาวตะวันแดง สามารถตั้งราคาจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่ต่ำลงได้ เพื่อให้ได้เปรียบในด้านของการแข่งขัน
 
ที่ผ่านมา คาราบาวแดง ที่จำหน่ายอยู่ในประเทศพม่า ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในรูปแบบกระป๋องขนาด 250 มล. ซึ่งจากต้นทุนการกนำเข้าที่สูง ส่งผลให้ราคาจำหน่าย คาราบาวแดง ในประเทศพม่า มีราคาสูงกว่าในประเทศไทยเกือบ 2 เท่าตัว  ทำให้เป็นรองแบรนด์คู่แข่งอย่าง ชาร์ค  
 
 
 
 
ปัจจัยที่ทำให้ราคาเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ ชาร์ค ที่จำหน่ายในประเทศพม่า มีราคาถูกกว่า คาราบาวแดง  คือ เจ้าของแบรนด์ชาร์คของไทยได้มีการเข้าไปร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่นตั้งโรงงานผลิตสินค้า จึงทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานต่ำลงและจำหน่ายสินค้ารได้ในราคาที่ถูกลง
 
อย่างไรก็ตาม จากการบริษัท คาราบาวตะวันแดง มีแผนที่จะลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจในประเทศพม่ากับกัมพูชา ด้วยการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตสินค้าในประเทศดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าทั้ง 2 ประเทศน่าจะใช้งบลงทุนเฉลี่ยประเทศละไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
 
นายสเถียร กล่าวต่อว่า พม่าถือเป็นประเทศที่บริษัทให้ความสนใจเป็นอย่างมาก   และจากการที่บริษัทเข้ามาร่วมลงทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น   พร้อมกับแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายอย่างน้อย 3 ราย เพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดงให้ คาดว่าจะส่งผลให้การทำตลาดครอบคุมพื้นที่ไปแล้วกว่าครึ่งประเทศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมียอดขายในประเทศพม่าอยู่ที่ประมาณ 5-6 ขวดต่อเดือน และคาดว่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าตัว เพราะประเทศพม่ามีประชากรมากว่า 60 ล้านคน และมีกลุ่มคนที่ใช้แรงงานที่เป็นเป้าหมายของเราจำนวนมาก
 
นอกจากนี้ การที่พม่าเปิดประเทศมากขึ้น   ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศพม่าปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวบริษัท คาราบาวตะวันแดง จึงมีแผนที่จะทำการตลาดเหมือนกับประเทศไทย เช่น การมีสาวบาวแดง และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
 
ล่าสุดบริษัท คาราบาวตะวันแดง ได้นำเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดง เข้าเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันส์กีฬาซีเกมส์ที่จะกำลังจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้   เพื่อสร้างแบรนด์สินค้าให้ผู้บริโภคในประเทศพม่ารู้จักสินค้ามากขึ้น 
 
ในด้านของฐานการผลิตในประเทศไทย บริษัทจะใช้รองรับการส่งออกสินค้าไปทั่วโลกกับอาเซียนบางประเทศ   ซึ่งในส่วนของปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะเตรียมงบลงทุนอีกกว่า 300 ล้านบาท ในการซื้อเครื่องจักรใหม่   เพื่อเพิ่มกำลังผลิตอีกประมาณ  40% จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตต่อวันอยู่ที่ประมาณ  3 ล้านขวด 
 
ส่วนงบการตลาดปี 2557 บริษัท คาราบาวตะวันแดง มีแผนที่จะใช้งบมากกว่า 100 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดทั้งปี ซึ่งหากนำงบการสร้างโรงงานใหม่ในต่างประเทศ งบซื้อเครื่องจักรใหม่ และงบการตลาดมารวมกันจะส่งผลให้ปีหน้าบริษัท คาราบาวตะวันแดง ต้องใช้งบงทุนรวมกับธุรกิจเครื่องดื่มชูกกำลังภายใต้แบรนด์ คาราบาวแดง ไม่ต่ำกว่า 1,000ล้านบาท
 
ปัจจุบัน คาราบาวแดง เป็นอันดับ 2 ในตลาดรวมเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท ด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ  26%  ส่วนผู้นำลาดมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 40-42%  และอันดับ 3 มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ  15%
 
 
 
 
สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 5%  เนื่องจากภาพเศราฐกิจไม่เอื้อต่อการทำตลาด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ผู้ประกอบการในตลาดเครื่องดื่มคาดการณ์ไว้ว่าปีนี้ภาพรวมตลาดเครื่องดื่ม 4 กลุ่มหลัก คือ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง ชาพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ จะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% 
 
แม้ว่าภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจะมีอัตราการเติบโตไม่มากนัก แต่จากการออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายตลาดส่งออก ส่งผลให้บริษัท คาราบาวตะวันแดง มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ  7,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 30%
 
ขณะที่ภาพรวมรวมยอดขายปีหน้าบริษัท คาราบาวตะวันแดง คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมสิ้นปี 2557 มียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ที่มาจากไทยประมาณ 78% และต่างประเทศประมาณ 22%  จากแนวโน้มการดำเนินธุรกิจที่ดีดังกล่าวทำให้บริษัท คาราบาวตะวันแดง คาดว่าในอีก 3 ปีนับจากนี้จะมีสัดส่วนรายได้มาจากต่างประเทศเพิ่มเป็น 30%
 
 

 


LastUpdate 26/10/2556 18:55:10 โดย : Admin
05-12-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ December 5, 2020, 6:52 pm