การตลาด
เจมาร์ท กรุ๊ป พร้อมรุกธุรกิจปี 57 คาดรายได้โต 35%


 

 

 

 

เจมาร์ท กรุ๊ป วางหมากปี 57 รุกหนักธุรกิจมือถือและในเครือ คาดรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 35% โดยไม่หวั่นปัจจัยภายนอก มั่นใจรายได้ธุรกิจ “เจมาร์ท”ปีนี้ 12,500 ลบ.ส่วนบริษัทในเครือ เจ เอ็ม ที ตั้งเป้ารายได้ 495 ลบ.ด้าน เจ เอเอส แอสเซ็ท คาดรายได้ 470 ลบ.พร้อมเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาส 4/2557 

 

 


  
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของเจมาร์ท และบริษัทในเครือปี 2557 จะมุ่งเน้นกลยุทธ์เชิงรุกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2014 ตลาดรวมโทรศัพท์มือถือจะมีจำนวน 25 ล้านเครื่อง แม้ว่าปัจจัยภายนอกจะเป็นลบ แต่จากการขยายโครงข่าย 3 จี ครอบคลุมทั่วประเทศและโครงข่าย 4 จีของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 ราย จะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดยังคงเติบโต

ทั้งนี้เจมาร์ทได้เตรียมการขยายช่องทางต่างๆ ได้แก่ การขยายสาขาเจมาร์ท ช็อป ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เพิ่มขึ้นเป็น 300 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 255 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งเตรียมรีโนเวทช็อปเดิมกว่า 36 แห่ง ให้มีความทันสมัย ด้วยงบลงทุนราว 252.ลบ. รวมทั้งเตรียมจัดงานเจมาร์ท โมบายโชว์ 2014 เพิ่มขึ้นเป็น 12 ครั้ง จากเดิม 7 ครั้ง ด้วยงบประมาณกว่า 85 ลบ.

“จากการขยายตัวไปยังตลาดต่างจังหวัดให้ครอบคลุมทุกภาค เพื่อเป็นการเข้าถึงผู้บริโภค และการสร้างแบรนด์เจมาร์ทให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ปีนี้คาดว่า เจมาร์ทจะมีรายได้กว่า 12,500 ล้านบาท หรือเติบโต 40% จากปีที่ผ่านมาปิดรายได้ที่ 9,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายและคืนกำไรให้กับลูกค้า เจมาร์ทเตรียมแคมเปญพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี อีกด้วย”

นอกจากนี้เจมาร์ทยังคงพัฒนาด้านคุณภาพการให้บริการ Jaymart Quality Service หรือ JQS ที่มีความเป็นมาตรฐานการให้บริการเดียวกันในทุกสาขาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสำรวจความพึงพอใจ การสุ่มตรวจสอบการให้บริการในแต่ละสาขา เพื่อนำมาพัฒนาให้คุณภาพการให้บริการดียิ่งขึ้น ในปี 2557 นี้ เจมาร์ท ยังได้เน้นการทำ CRM ด้วยบัตร Mobile Plus และ บัตร Enjoy Card โดยบัตร Mobile Plus เป็นบัตรที่เพิ่มระยะเวลาการรับประกันสินค้าและเพิ่มมูลค่าเมื่อนำเครื่องกลับมาเทิร์นสูงกว่าราคากลาง 600 บาท ส่วนบัตร Enjoy Card เป็นบัตรสะสมแต้ม ที่สามารถนำแต้มมาใช้เป็นส่วนลดเงินสดได้

 

 

ด้านนายปิยะ พงษ์อัชฌา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพระดับแนวหน้าของไทยเปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ราว 3 หมื่นล้านบาท จากการรุกธุรกิจลุยซื้อหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จากไทยพาณิชย์ลิสซิ่งตุนเข้าพอร์ตเพิ่มอีก 279 ล้านบาท ในปีนี้เตรียมที่จะซื้อหนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มอีก 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งอัตราผลตอบแทนจากการซื้อหนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับการซื้อหนี้ในครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมขยายธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลใน IT Junction และธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยคาดว่ากำไรจะเติบโต 80% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตามจากความชำนาญเชี่ยวชาญในธุรกิจ รวมทั้งความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรและเงินลงทุน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถซื้อหนี้เข้ามาบริหารได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพของบริษัทจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ด้านนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.เจเอเอส แอสเซ็ท ผู้ให้บริการพื้นที่ค้าปลีก ไอทีจังชั่น ศูนย์รวมร้านค้าจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งปัจจุบันมีสาขาจำนวน 42 สาขา มีพื้นที่บริหารกว่า 13,000 ตร.ม. และมีร้านค้าเช่ากว่า 1,400 ร้านค้า โดยในปี 2557 นี้ จะเพิ่มจำนวนเป็น 62 สาขา คาดว่าจะมีรายได้กว่า 470 ล้านบาท และภายใน 3 ปี จะมีสาขารวมกว่า 100 สาขา และมีรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปีนี้ทางบริษัทได้ขยายธุรกิจใหม่ เปิดตัวโครงการ “The JAS” ศูนย์การค้าชุมชน(Neighbourhood Lifestyle mall) ที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเตรียมเปิดโครงการ “The JAS” ใน 2 สาขา ได้แก่ วังหิน และลาดปลาเค้า จะเริ่มเปิดให้บริการสาขาวังหิน เป็นสาขาแรกภายในสิ้นปี 2557 และกลางปี 2558 จะเปิดสาขาลาดปลาเค้าต่อไป คาดว่าจะใช้งบลงทุน 2 สาขา รวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทฯ มีแผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงปลายปี 2557

“จากแผนธุรกิจของทั้ง 3 บริษัทในปีนี้ คาดว่าจะส่งผลให้ภาพรวมทั้งเครือเจมาร์ทมีรายได้กว่า 10,000 ล้านบาท” อดิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

 


LastUpdate 08/01/2557 17:36:47 โดย : Admin
06-06-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2020, 8:58 am