เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"กรุงเทพฯ"เสียแชมป์เมืองน่าท่องเที่ยวโลกปี 57


 

ผลสำรวจ “สุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกประจำปี 2557” (MasterCard Global Destination Cities Index 2014) ซึ่งจัดทำโดยมาสเตอร์การ์ด พบว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงความเป็นผู้นำด้านความเป็นสุดยอดเมืองท่องเที่ยวโลก มีเมืองใหญ่ที่ติดอันดับท็อป 10 อยู่ถึง 5 เมือง


 
 
ซึ่งในปีนี้ "กรุงเทพมหานคร" แชมป์เก่าได้อันดับสอง โดยเสียแชมป์เมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งปีให้แก่กรุงลอนดอน จากอังกฤษ แต่กรุงเทพฯก็ยังคงเป็นเมืองน่าเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลกและเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ ผลสำรวจระบุว่า กรุงเทพฯมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยกว่าคาดการณ์อยู่ 300,000 คน และจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงราว 11%  เนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงปลายปี 2013

 
 
 
นอกจากนี้ หลายๆ เมืองใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังมีแนวโน้มการเจริญเติบโตด้านการเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยคาดว่า กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จะมีการเติบโตที่ 18.8% ตามด้วยกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม (15.1%) และกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ (14.3%) ขณะที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังคงติดอันดับหนึ่งใน10 อันดับเมืองน่าเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แม้ว่าจะมีแนวโน้มการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อยที่ 13.1% เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ยังถูกยกให้เป็นเมืองหนึ่งใน 20 เมืองทั่วโลก ที่มีอัตราการเจริญเติบโตมากที่สุด

ขณะที่เมืองเศรษฐกิจอย่างสิงค์โปร์ คว้าตำแหน่งที่หนึ่งของภูมิภาค ด้านเมืองที่มีการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวสูงที่สุด แทนที่แชมป์เก่าอย่างกรุงเทพฯ ด้วยเม็ดเงินราวกว่า 14.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 7.6%

สำหรับการจัดทำสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกประจำปี 2557 (MasterCard Global Destination Cities Index 2014) นี้ จัดขึ้นเป็นปีที่สี่ โดยเป็นการรวบรวมดัชนีภาพรวม และจัดอันดับเมืองต่างๆ ที่สำคัญ 132 เมืองทั่วโลก
 
 
 
 
ส่วนสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทย ล่าสุด สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือน มิ.ย. ขยายตัวดีขึ้น จากเฉลี่ยวันละ 49,052 คน ในสัปดาห์แรกเป็นวันละ 54,469 คน ในสัปดาห์ที่สี่ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 11.04% โดยในเดือนมิ.ย. มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 1,599,397 คน
 
ด้านอัตราการเข้าพักในสถานประกอบการพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จากการสำรวจในวันที่ 6 มิ.ย.อยู่ที่ 48% แต่ในวันที่ 27 มิ.ย.ขึ้นมาอยู่ที่ 52% เพราะนักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นมากขึ้น หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ยกเลิกเคอร์ฟิวเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งยังได้เร่งสร้างความเข้าใจกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเริ่มปรับตัวดีขึ้น

 
 
 
 
นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานมหกรรมสีสันแห่งความสุข ภายใต้ชื่องาน "ไทยแลนด์แฮปปี้เนส สตรีทเฟสติวัล" ในวันที่ 25- 26 ก.ค.นี้ พร้อมดึงศิลปินและดารานักร้องมาร่วมแสดงคอนเสิร์ตและออกบูธขายสินค้าในย่านถนนพระราม 1 และราชประสงค์ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานถึง 200,000 คน สร้างรายได้ 200 ล้านบาท และเชื่อว่างานดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาเที่ยว และส่งผลต่อเนื่องไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาในไตรมาสที่ 4 ให้เพิ่มขึ้นอีก 800,000 คน จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านคน จะเพิ่มเป็น 7.8 ล้านคนในไตรมาส 4
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 ก.ค. 2557 เวลา : 21:00:46

19-06-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555