เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
"อุตสาหกรรมยานยนต์" พึ่งส่งออกแทนขายในประเทศ


กำลังซื้อที่ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการประกาศตัวเลขของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศยังคงทรุดตัวลง

 

โดย นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มี.ค.) ของปีนี้ อยู่ที่ 197,787 คัน ลดลง 11.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการลงทุนและการเบิกจ่ายงบภาครัฐยังต่ำกว่าเป้าหมาย ราคาสินค้าเกษตรยังไม่ดี หนี้ครัวเรือนสูง สถาบันการเงินจึงเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ

ซึ่งสวนทางกับการส่งออกรถยนต์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมี.ค.ปริมาณส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 127,619 คัน เพิ่มขึ้น 12.63% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ส่งออกรถยนต์ปี 2531 โดยเฉพาะตลาดยุโรป ตลาดอเมริกาเหนือ และตลาดออสเตรเลีย จึงมั่นใจว่าการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.2 ล้านคัน หรือขยายตัว 6%

 

สาเหตุที่ยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเพิ่มขึ้นมากนั้น เนื่องจากตลาดโลกมีความต้องการรถอีโคคาร์สูงมาก จึงทำให้ช่วง 3 เดือนแรก ปี 2558 การ ส่งออกไปยังตลาดยุโรป เพิ่มขึ้น 71.84% อเมริกาเหนือ เพิ่มขึ้น 126.02% อเมริกากลางและใต้ เพิ่มขึ้น 12.03% ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 29% ขณะที่ตลาดเอเชียก็กลับมาเป็นบวกที่ระดับ 6.42% อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักอย่างตะวันออกกลาง ยังคงลดลง 11.09% แอฟริกา ลดลง 26.48% เนื่องจากสงครามและราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลง ทำให้ตลาดเหล่านี้ที่มีรายได้หลักจากการขายน้ำมันมีกำลังซื้อลดลง

 

ยอดขายรถยนต์ที่ลดลง ยังสะท้อนได้จากการปล่อยสินเชื่อของธุรกิจลิสซิ่งที่ชะลอตัว โดย นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10% ซึ่งเป็นไปตามสภาพตลาดโดยรวมที่ยอดขายรถยนต์ใหม่เติบโตลดลงราว 10% แต่บริษัทก็ได้เพิ่มฐานลูกค้ารถบรรทุกที่เป็นองค์กรแทน โดยร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย เนื่องจากตลาดขนส่งหรือโลจิสติกส์ยังเติบโตได้ดี

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังคงอยู่ที่ระดับเดิมประมาณ 1.21% แต่ปีนี้บริษัทห่วงว่า ถ้าเศรษฐกิจยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน ก็มีแนวโน้มที่เอ็นพีแอลอาจขยับขึ้นอีก ซึ่งบริษัทก็ต้องพยายามควบคุมให้ได้ และคงต้องรอดูสถานการณ์ในช่วงกลางปีนี้อีกครั้ง

ดังนั้น ในปีนี้บริษัทจึงต้องบริหารจัดการให้ดี โดยการติดตามหนี้ให้เร็วขึ้นและลดค่าใช้จ่าย เพื่อให้มีกำไรได้ตามเป้ามากที่สุด ขณะเดียวกัน การปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์รถยนต์ และสินเชื่อรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ คาดว่าจะยังได้ตามเป้าหมาย

ส่วนตลาดรถยนต์มือสองยังไม่มีนโยบายเข้าไปปล่อยสินเชื่อ แม้ราคารถยนต์มือสองจะเริ่มกลับมานิ่งแล้วก็ตาม เนื่องจากยังมีความเสี่ยงสูง แม้ว่าจะได้รับดอกเบี้ยสูงก็ตาม



บันทึกโดย : วันที่ : 29 เม.ย. 2558 เวลา : 01:52:25
14-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 14, 2019, 9:30 am