การตลาด
สกู๊ป "ซีคอน" พับแผนธุรกิจอนาคต หันดูแลธุรกิจปัจจุบัน


จากปัจจัยลบที่ยังคงรุมเร้าเศรษฐกิจไทยอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้ บริษัท ซีคอน ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ต้องออกมาประกาศชะลอแผนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ถึง 2 โครงการ คือ โครงการมิกซ์ยูส ในย่านศรีนครินทร์ ใกล้กับศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ เนื่องจากต้องรอความสมบูรณ์ของเส้นทางคมนาคมในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ประกอบกับการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในย่านศรีนครินทร์และบางนาค่อนข้างมีความรุนแรง จึงทำให้ต้องชะลอแผนโครงการดังกล่าวออกไปก่อน

 

ก่อนหน้าที่จะออกมาประกาศพับแผนโครงการมิกซ์ยูสในครั้งนี้ เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัท ซีคอนฯ ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการปัดฝุ่นโครงการ "ซีคอน ซิตี้"  ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่บนพื้น 120 ไร่  ภายในโครงการ ประกอบไปด้วย ศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์, ศูนย์การศึกษา, อาคารสำนักงาน และสปอร์ตคอมเพล็กซ์  ซึ่งเม็ดเงินลงทุนที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ คือ 15,000  ล้านบาท เนื่องจากผังเมืองไฟเขียวให้สามารถก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ แต่แล้วทุกอย่างก็ถูกพับอีกครั้งเมื่อการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองไม่คืบ

อีกหนึ่งโครงการที่ขอชะลอออกไปก่อนจนกว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยจะฟื้นตัว และการเมืองมีเสถียรภาพ คือ การลงทุนโครงการโรงแรมใน จ.กระบี่  ซึ่งขณะนี้มีที่ดินอยู่ในมือแล้วประมาณ 50  ไร่ แต่ยังไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาโครงการได้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ยังอยู่ในช่วงขาลง แต่อย่างไรก็ก็ตามหากทุกอย่างกลับมาฟื้นตัว บริษัท ซีคอนฯ ก็พร้อมที่จะเดินทางลงทุนโรงแรมระดับ 4-5 ดาวทันที เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี แม้ว่าโครงการในอนาคตจะถูกสั่งให้ชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ในส่วนของโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันยังคงเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนาบริการใหม่ๆ มาคอยบริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ซึ่งล่าสุดได้ออกมาประกาศแผนเทงบลงทุนมากถึง 1,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 20  ปี เพื่อปรับปรุงศูนย์การค้า และเพิ่มบริการใหม่ๆ ไว้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า  

 

นายตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ในการปรับภาพลักษณ์ใหม่ครั้งใหญ่ของศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ที่เติบโตขึ้นจากการขยายของเมือง โดยเฉพาะจากการมีแนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งหลังจากปรับปรุงศูนย์การค้าให้มีความสวยงาม บริษัทจะมีการเพิ่มพื้นที่ร้านค้าใหม่ๆ มาให้บริการเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา ซีคอนสแควร์ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเป็นศูนย์สรรพสินค้าที่ตอบโจทย์ให้แก่กลุ่มลูกค้าระดับซีถึงบี โดยมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย มีความต้องการเปิดร้านในซีคอนสแควร์ การลงทุนในครั้งนี้จึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าในระดับบนหรือตั้งแต่บีบวกขึ้นไปไปในเวลาเดียวกันผ่านร้านค้าใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นมาอีกกว่า 30 ร้านค้า

สำหรับการปรับโฉมศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ในครั้งนี้ บริษัท ซีคอนฯ ได้แบ่งการลงทุนออกเป็น  6 โครงการหลัก ประกอบด้วย โครงการแรก การเพิ่มความสว่างลานจอดในอาคาร ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท ในการเปลี่ยนหลอดไฟลานจอดเดิมจากฟูลออเรสเซนต์ เป็นหลอด LED ทั้งหมด ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานและให้แสงสว่างที่มากกว่า โดยจะดำเนินการแล้วเสร็จในต้นไตรมาส 4 ของปี 2558

ส่วนโครงการที่ 2 คือ The Canopy  :Trendy and Lifestyle Restaurants บริเวณชั้น 4 ฝั่งโรบินสัน ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ในการเนรมิตโซนอาหารหลังคาสกายรูฟ รวมร้านอาหารชื่อดังกว่า 10 ร้านค้า เช่น  Starbucks, Jangara Ramen จากประเทศญี่ปุ่น, Hollys Coffee คาเฟ่ชื่อดังจากเกาหลี เป็นต้น บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร สนองตอบกลุ่มลูกค้าบีบวก เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2559

โครงการที่ 3 คือ S-mood จะใช้งบลงทุน 100 ล้านบาท ในการปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นแหล่ง Outdoor Hang out แห่งใหม่บนถนนศรีนครินทร์ บนพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย 8 ร้านค้า ในรูปแบบของ Bar and Restaurants ตอบโจทย์ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ปี 2559 เช่นกัน

ขณะที่โครงการที่ 4 จะเป็น Seacon Campus ใช้งบในการลงทุนประมาณ  30 ล้านบาท เน้นการปรับบรรยากาศ และเพิ่มพื้นที่อีก 2,000 ตารางเมตร รองรับสถาบันการศึกษาใหม่อีก 8-10 สถาบัน ซึ่งจะทำให้กลายเป็นโซนการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยพื้นที่รวมกว่า 20,000 ตารางเมตร และมีสถาบันการศึกษามากถึง 32 สถาบันการศึกษา โดยหลังจากปรับปรุงคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2 ของปี 2559

สำหรับโครงการที่ 4 จะเป็นในส่วนของอาคารจอดรถใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการและรองรับการขยายตัวของลูกค้า ซึ่งในส่วนของโครงการนี้คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารจอดรถจำนวน 9 ชั้น พื้นที่รวมกว่า 52,000  ตารางเมตร โดยหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2560 จะทำให้ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ รองรับจำนวนรถที่เข้ามาใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 1,400 คัน

โครงการสุดท้ายที่จะดำเนินการปรับปรุง คือ สวนสนุก YOYO Land Renovation ในส่วนของโครงการนี้คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อปรับบรรยากาศให้มีความสดใสในธีมโลกแห่งสีสัน World of Color บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร พร้อมกันนี้ยังจะมีการเพิ่มเครื่องเล่นในโซนต่างๆ อีกถึง 13 เครื่องเล่น ซึ่งจะทำให้มีเครื่องเล่นมากถึง 23 เครื่องเล่น รวมถึงการเพิ่มห้องเรียนรู้ประสบการณ์ I Want To be อีก 3 ห้อง รวมเป็น 8 ห้องการเรียนรู้ ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2558

 

 

นายตะติยะ กล่าวว่า หากโครงการทั้งหมดนี้แล้วเสร็จ บริษัทเชื่อว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับลูกค้าได้เป็นอย่างดี และสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 20% จากปัจจุบันศูนย์การค้าซีคอน ศรีนครินทร์ มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในวันธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 70,000 คน ส่วนวันหยุดจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนคน

หลังจากออกมาย้ำการเป็นศูนย์การค้าวาไรตี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ บริษัท ซีคอนฯ มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้จากศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ อยู่ที่ประมาณ 1,528 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 7% ขณะที่ศูนย์การค้าซีคอน บางแค คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 569 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน  8% และโรงแรมเรเนซองส์ ภูเก็ต  รีสอร์ท แอน สปา คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 385 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%

แม้ว่าจะยังไม่เห็นโครงการใหม่ในตอนนี้ แต่ดูจากผลการดำเนินงานของโครงการเก่าที่อยู่ในมือของบริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ สวนกระแสภาพรวมเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวอยู่ในขณะนี้  เพราะการใช้กลยุทธ์ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม ย่อมน่าจะดีกว่าการใจร้อนด่วนได้ ยิ่งเศรษฐกิจกำลังตกเสก็ดอยู่อย่างนี้ การทำอะไรช้าๆ โดยเฉพาะด้านการลงทุนเพื่อรอทิศทางลม น่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 28 ส.ค. 2558 เวลา : 03:43:48
21-02-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ February 21, 2020, 11:44 pm