การตลาด
สกู๊ป "ตลาดไก่ทอด" แข่งดุ "เท็กซัส" ประกาศแผน บุกชิงแชร์


แม้ว่าจะเป็นน้องใหม่ในตลาดร้านอาหารจานด่วนในส่วนของไก่ทอด แต่ไก่ทอดภายใต้แบรนด์ “เท็กซัส ชิคเก้น” ก็ไม่ได้หวั่นเกรงผู้เล่นรายเก่าที่อยู่ในตลาดประเทศไทย โดยหลังจากประกาศผนึกกำลังกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ก็ออกมาประกาศแผนเชิงรุกทันที ด้วยการวางเป้าหมายจะเปิดร้านเท็กซัส ชิคเก้น ให้ครบ 70 สาขาใน 10 ปี

 

นางพัชรา อนามบุตร ผู้จัดการฝ่ายค้าปลีก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สาขาแรกที่บริษัทจะทำการเปิดให้บริการร้าน เท็กซัส ชิคเก้น ภายหลังได้รับสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์  คือ  ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต  โดยบริษัทได้ทำการใช้งบลงทุนไปประมาณ 15 ล้านบาท  บนพื้นที่ 300 ตร.ม. หลังจากนั้นจะทำการเปิดสาขา 2 ที่ตึกสยามกิตติ์ สยามสแควร์  ภายใต้งบลงทุนใกล้เคียงกันที่ประมาณ 15 ล้านบาท โดยภายในสิ้นปี 2559 คาดว่าจะสามารถขยายสาขาร้านเท็กซัส ชิคเก้น ได้ครบ 11 สาขา และครบ  70 สาขา ภายในระยะ 10 ปี

สำหรับแผนการทำตลาดในเบื้องต้นนั้น ปตท.จะเน้นการสร้างแบรนด์ผ่านสื่อออนไลน์และการจัดกิจกรรม ณ จุดขาย เพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้า เนื่องจากยังมีจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการไม่มาก ขณะเดียวกันก็จะทำการแนะนำเมนูสินค้าใหม่  เพื่อสร้างแรงจูงใจผู้บริโภคปีละประมาณ 3-4 เมนู เน้นเป็นเมนูอาหารที่มีเฉพาะในประเทศไทย เช่น ข้าวขี้เมา เป็นต้น

 

ในด้านของทำเลการขยายสาขาเบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสินค้าแบรนด์ใหม่ จึงจำเป็นต้องสร้างแบรนด์ผ่านห้างค้าปลีกที่มีจำนวนลูกค้าเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมากก่อน ซึ่งหลังจากแบรนด์เท็กซัส ชิคเก้น เริ่มติดตลาด ปตท.ก็จะนำร้านเท็กซัส ชิคเก้น เข้าไปขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมัน อย่างไรก็ดี ปตท.คาดว่าปีหน้าจะเริ่มทดลองนำร้านเท็กซัส ชิคเก้น เข้าไปเปิดให้บริการในปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ประมาณ 3 สาขา

ปัจจุบันตลาดอาหารจานด่วน หรือ QSR (Quick Service Restaurant) ในประเทศไทยมีมูลค่าอยู่ที่กว่า 30,000 ล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวเป็นตลาดประเภทไก่ประมาณ 15,000 -16,000  ล้านบาท มีแบรนด์เคเอฟซีเป็นผู้นำด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่กว่า 50% ที่เหลืออีกกว่า 40% เป็นของแบรนด์แมคโดนัลด์ และ เชสเตอร์กริลล์

นางพัชรา กล่าวต่อว่า การนำแบรนด์เท็กซัส ชิคเก้น เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ บริษัทไม่ได้หวังที่จะเติบโตมากๆ แต่จะเป็นการเติบโตแบบช้าๆ ซึ่งแต่ละสาขาน่าจะคืนทุนในระย 5 ปี ช่วงแรกจึงเน้นการสร้างแบรนด์ สร้างระบบการบริหารงานภายในร้าน ประมาณปี 2560 อาจจะเปิดให้บริการระบบดีลิเวอรี และอีก 5 ปีน่าจะขายแฟรนไชส์ได้ เพราะต้องรอให้มีจำนวนสาขาประมาณ 40 สาขา เพื่อให้ต้นทุนการบริหารงานต่างๆ มีประสิทธิภาพมากพอ

 

ขณะที่แบรนด์น้องใหม่อยู่ระหว่างการสร้างฐานลูกค้า ในฝั่งของแบรนด์ผู้นำตลาดอย่างเคเอฟซี ก็ออกมาปลุกกลยุทธ์ เพื่อรักษาฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้เคยออกมาประกาศแผนว่าจะขยายสาขาร้านเคเอฟซีให้ครบ 800 สาขา ภายในปี 2563 แม้ว่าตอนนี้บริษัท ยัม เรสเทอรองสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด จะยังเดินช้า เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเข้ามาร่วมขยายสาขาจากปัจจุบันมีบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองต์ส กรุ๊ป จำกัด หรือ “ซีอาร์จี” เป็นพันธมิตรทางธุรกิจแล้ว 1 ราย

อย่างไรก็ดี บริษัท ยัม เรสเทอรองสต์ฯ มั่นใจว่า ในเร็ววันนี้จะสามารถหาข้อสรุปเนื่องดังกล่าวได้ เพื่อโอนสาขาเดิมประมาณ 120-150 สาขาให้พันธมิตรใหม่ พร้อมให้สิทธิการเปิดสาขาใหม่  ซึ่งแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวบริษัท ยัม เรสเทอรองสต์ฯ มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการทับซ้อนกับแนวทางการดำเนินธุรกิจขยายร้านเคเอฟซีของซีอาร์จี อย่างแน่นอน

ปัจจุบันร้านเคเอฟซี มีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่กว่า 500 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งจากจำนวนสาขาที่มีเป็นจำนวนมากส่งผลให้ปัจจุบันร้านเคเอฟซี ยังคงนั่งเป็นผู้นำตลาดร้านไก่ทอด ด้วยการมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% และสิ้นปี 2558 คาดว่าจะยังคงนั่งเป็นผู้นำเหมือนเดิม เพราะนอกจากจะเดินหน้าขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 40 สาขา ภายใต้งบลงทุนรวมประมาณ 1,300  ล้านบาทแล้ว ร้านเคเอฟซียังเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปีหวังว่าจะมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ 10%

ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย บริษัท ยัม เรสเทอเรองสต์ฯ จึงได้ทำการเปิดตัวแคมเปญภาพยนต์โฆษณาใหม่ของเคเอฟซีภายใต้ชื่อ  "Heart to Heart  เปิดสองใจให้ถึงกัน" ควบคู่ไปกับการสื่อถึงชุดเมนูใหม่ เคเอฟซี บาบีคิว ดูโอ บ๊อกซ์  (BBQ Duo Box) นำเสนออีกแง่มุมของเรื่องราวที่เป็นอยู่ในสังคมและครอบครัวยุคปัจจุบัน หวังจุดประกายให้คนในสังคมเปิดใจ เข้าใจ และยอมรับ ความเป็นตัวของตัวเองและความเป็นตัวตนของผู้อื่น ไม่ว่าจะในครอบครัว โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อสร้างสังคมเข้มแข็งและมีความสุข ผ่านการสื่อสารที่สื่อถึงกันด้วยใจ นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดตัวเมนูรูปแบบล่าสุดของเคเอฟซีที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ของไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่รับประทานอาหารเป็นคู่ หรือเน้นรับประทานแบบสองคน

 

นายอัลฮูล ซัวฮาน รองประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด – เคเอฟซี บริษัท ยัม เรสเทอรองสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทนับจากนี้ ยังคงเน้นไปที่การตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในตลาดร้านอาหารจานด่วน ด้วยการจุดประกายคนไทยให้มีความเป็นตัวของตัวเอง และทำสิ่งที่ดีที่สุดอย่างมีความสุขืเหมือนกับ ผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์ส ผู้ก่อตั้งแบรนด์เคเอฟซี  ผ่านแคมเปญ "Heart to Heart" หรือ "ใจถึงใจ เปิดสองใจให้ถึงกัน" ตอกย้ำและจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยเกิดความมั่นใจเป็นตัวของตัวเอง และส่งเสริมให้เปิดใจมองเพื่อน คนสนิท หรือสมาชิกในครอบครัวในตัวตนที่เขาเหล่านั้น

 

สำหรับ ชุด เคเอฟซี บาบีคิว ดูโอ บ๊อกซ์ (BBQ Duo Box)  ซึ่งเป็นชุดเมนูใหม่ที่ผสมผสานความหอมอร่อยของไก่ทอดเคเอฟซีกับซอสบาบีคิวเข้มข้นอย่างลงตัว ประกอบด้วยซิงเกอร์เบอร์เกอร์รสชาติใหม่ เข้มข้นกับซอสบาบีคิวสูตรพิเศษที่มีกลิ่นหอมรมควัน เสิร์ฟพร้อมไก่ทอด 2 ชิ้น ดิปซอสบาร์บีคิว วิงซ์แซบ 2 ชิ้น และเป๊ปซี่ 2 แก้ว เหมาะสำหรับคู่หูดูโอ ในราคาสุดพิเศษเพียง 175 บาท เคเอฟซี มั่นใจว่าหลังจากเปิดตัวเมนูใหม่ดังกล่าวเข้าทำตลาดจนถึงวันที่ 5 ม.ค. 2559 จะได้รับผลการตอบรับที่ดี เนื่องจากเป็นเซ็ตมีเมนูที่หลากหลาย จึงมั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความชื่นชอบของแต่ละคนที่มีความแตกต่างทางด้านความคิด อายุ และรสนิยมได้

นายอันฮูล กล่าวต่อว่า เมนูใหม่ที่เปิดตัวเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความลงตัวที่บริษัทมั่นใจว่าจะได้ผลการตอบรับที่ดีจากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเพื่อสร้างความในใจให้กับเมนูดังกล่าว บริษัทจึงได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาทางสื่อออนไลน์นำเสนอเรื่องราวของความมุ่งมั่นในการทำตามเป้าหมายของชีวิตผ่านแคมเปญ "Heart-to-Heart"  โดยลูกค้าสามารถติดตามชมโฆษณาชุดดังกล่าวได้ผ่าน www.youtube.com/kfcthailand  ซึ่งหลังจากเปิดตัวภาพยนตร์ชุดดังกล่าวไประยะหนึ่งบ ริษัทก็จะเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาอีกชุดในแคมเปญ Heart To Heart เปิดสองใจให้ถึงกัน เพื่อตอกย้ำแบรนด์เคเอฟซีให้เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค

 

ด้าน ร้านแมคโดนัลด์ ก็ออกมาเดินหน้าเปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งการเปิดสาขาใหม่ เปิดตัวเมนูใหม่ และทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยในส่วนของปีหน้ามีแผนที่จะขยายร้านแมคโดนัลด์สาขาใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 24-25 สาขา  เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ขยายสาขาใหม่ไปเพียง 18  สาขาเท่านั้น เนื่องจากบริษัท แมคไทย จำกัด มั่นใจว่าแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยในปีหน้าน่าจะมีการขยายตัวดีขึ้นกว่าปีนี้ เพราะเม็ดเงินที่ภาครัฐอัดเข้ามาน่าจะเริ่มไหลเข้าสู่ในระบบ

จากแผนการขยายตัวของผู้ประกอบการร้านอาหารจานด่วนของตลาดไก่ทอดที่มีความคึกคักดังกล่าว คาดว่าภาพรวมตลาดไก่ทอดในปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักอย่างแน่นอน และจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภาพรวมตลาดไก่ทอดในประเทศไทยจะมีมูลค่าทะลุ 20,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน



บันทึกโดย : วันที่ : 07 ธ.ค. 2558 เวลา : 20:41:41
06-06-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2020, 7:46 am