การตลาด
สกู๊ป ....แพลทินัมย้ำลุยโครงการใหม่ตามแผนชิงลูกค้าราชดำริ






 


หลังจากบริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ออกมาประกาศแผนว่าจะลงทุนโครงการค้าปลีกใหม่อีกหนึ่งโครงการภายใต้ชื่อ เดอะมาร์เก็ต  ในย่านราชดำริ  ขณะนี้การก่อสร้างก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร แม้ว่าจะล่าช้าจากแผนงานเดิมที่วางไว้ตั้งแต่แรกไปบ้าง  เนื่องจากการรื้อถอนอาคารเก่ามีความล่าช้า  เพราะเดิมทีที่ดินผืนดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์มีผู้ประกอบการรายย่อยหลายธุรกิจเข้ามาเช่าพื้นที่  
 
อย่างไรก็ดี  แม้ว่าการก่อสร้างจะล่าช้าไปบ้าง  แต่ขณะนี้การก่อสร้างด้านงานเสาเข็มเจาะอาคาร M1,M2  ก็ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย  ตรงตามแผนการดำเนินงานที่บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป  ได้วางไว้   และปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างงาน Substructure (งานโครงสร้างส่วนใต้ดิน) คาดว่าภายในเดือนส.ค. นี้ จะสามารถจัดประกวดราคาคัดเลือกผู้รับเหมา Superstructure (Main Contractor)  เพื่อก่อสร้างตัวอาคารระดับเหนือพื้นดิน  เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างอาคารส่วน Superstructure (อาคารส่วนเหนือระดับพื้นดิน) ได้ประมาณเดือนม.ค. 2560
 
 

ทั้งนี้  โครงการ  เดอะ มาร์เก็ต ถือเป็นโครงการค้าปลีกขนาดใหญ่ในรูปแบบมิกซ์ยูส  ซึ่งตั้งอยู่บนถนนราชดำริ  พื้นที่ 21 ไร่ ใกล้ๆกับห้างบิ๊กซี ราชดำริ  นอกจากจะมีพื้นที่ค้าปลีกภายใต้ชื่อเดอะ มาร์เก็ตแล้ว  ภายในโครงการยังจะมีโรงแรมขนาด 400 ห้อง  และอาคารสำนักงาน 2 อาคาร  รวมพื้นที่ 50,000  ตร.ม. เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย  ซึ่งจากความยิ่งใหญ่ของโครงการดังกล่าวส่งผลให้งบลงทุนโดยรวมของโครงการเดอะมาร์เก็ตคาดว่าจะใช้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท  เบื้องต้นคาดว่าประมาณไตรมาส 4 ของปี 2561  โครงการในเฟสแรก ซึ่งจะเป็นในส่วนของศูนย์การค้าคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ

นายชาญชัย พันธุ์โสภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ภาพรวมการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในย่านราชดำริถือว่ามีการแข่งขันที่สูงมาก  เนื่องจากมีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่อยู่โดยรอบไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ , ศูนย์การค้าเกษร, ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์  ราชดำริ, ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก  , หรือศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า  ซึ่งการเปิดศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต ถือเป็นการเปิดศูนย์ค้าปลีกในแบบของบริษัทที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วไป ทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทยที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณรัศมี 5  กม. จึงมั่นใจว่าหลังจากเปิดให้บริการน่าจะได้ผลการตอบรับที่ดีจากลูกค้า  

ปัจจัยที่ทำให้บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป มีความมั่นใจว่าศูนย์การค้าใหม่จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  จากลูกค้าส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากความแตกต่างจากคู่แข่งในย่าน  เนื่องจากสินค้าที่นำมาจำหน่าย  ถ้ามองไปในส่วนของศูนย์การค้าเดอะ แพลทินั่ม จะเน้นไปทางกลุ่มสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า  เน้นทั้งการขายปลีกและขายส่ง  ขณะที่ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต จะเน้นไปที่กลุ่มสินค้าของกินของฝาก และสินค้าทั่วไป  เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยว  เนื่องจากในย่านนี้ยังไม่มีกลุ่มสินค้าดังกล่าวจำหน่ายอย่างจริงจัง
 

นอกจากนี้  บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป  ยังมีแผนที่จะก่อสร้างโครงการทางเดินลอยฟ้า แบงคอก สกายไลน์ ในนเฟส 2  เพื่อเชื่อมต่อจากเฟสแรก  ซึ่งได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการไปแล้วเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา  ภายใต้งบลงทุนประมาณ 262 ล้านบาท  มีความยาวทั้งหมด  300 เมตร  ความกว้าง 5.8 เมตร  เชื่อมบริเวณทางเข้าชั้น 2 ระหว่างโซน 2 และโซน 3 ของศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ข้ามคลองแสนแสบ ต่อเนื่องถึงบริเวณด้านหน้า โครงการ เดอะ มาร์เก็ต บนถนนราชดำริ  ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันที่ประมาณ  50,000 คน

ส่วนโครงการในเฟสที่ 2 จะเป็นการก่อสร้างเพิ่มเติม  เพื่อเชื่อต่อโครงการ เดอะ มาร์เก็ต  ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อาคารเกษร อาคารอัมรินทร์ พลาซ่า และเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชิดลม  โดยบริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป  จะเป็นร่วมลงทุนในงบการก่อสร้างประมาณ  37.5 ล้านบาท รวมความยาว 180 เมตร ความกว้างทางเดิน 3 เมตร คาดว่าปลายปี 2559  นี้จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ 

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์นับจากนี้  บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จะให้ความสำคัญกับร้านค้าที่มาเช่าพื้นที่ทั้งหมด 3,000 ร้านค้า  เพื่อเสริมศักยภาพให้กับผู้เช่าให้สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น  เหมือนกับร้านค้าต้นแบบ  ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 %  ภายในศูนย์การค้าที่สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี  โดยล่าสุดได้มีการสำรวจภาพรวมร้านค้า และศึกษาพฤติกรรมกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาทำแผนการตลาด และทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น 
 

ทั้งนี้  การสำรวจช่องทางการจำหน่ายของร้านค้าทั้งหมดจะแบ่งเป็น  ร้านที่ขายสินค้าทั้งแบบส่งและปลีก 75% การส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ (รายการสั่งสินค้าประจำจากลูกค้าต่างประเทศ) 10% จำหน่ายทางออนไลน์ 15 %  นอกจากนี้  ยังจะมีการแบ่งสัดส่วนร้านค้าที่มีการออกแบบเองผลิตเอง  60 % ร้านค้าออกแบบเองและจ้างผลิต 10 %  ร้านค้าที่รับสินค้าจากแหล่งอื่นติดแบรนด์เอง 10 % และร้านค้า ที่รับสินค้าจากแหล่งอื่นๆมาจำหน่าย 20 %  ซึ่งในส่วนของข้อมูลที่ได้ดังกล่าวจะมีการนำมาจัดทำเป็นโครงการ The Platinum Empowering SMEs หรือ โครงการ เดอะ แพลทินัม เสริมพลังเอสเอ็มอีเข้มแข็ง  ซึ่งทางศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัมฯ จะนำมาคัดร้านเด่นมีความเป็นเอกลักษณ์ เพื่อนำมาทำเป็นร้านค้านำร่อง

นายชาญชัย กล่าวว่า การคัดเลือกในเฟสแรก  จะเป็นการคัดสรรร้านค้านำร่องจำนวน 10 ร้านเข้าสู่แผนพัฒนาศักยภาพร้านค้าให้หลากหลายครบทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการช่วยเพิ่มช่องทางการขาย การจัดกิจกรรม Business Matching กับตลาดต่างประเทศที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย  และอินโดนีเซีย

นอกจากนี้  ศูนย์การค้าเดอะ แพลทินัม แฟชั่น ยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้า  ด้วยการงบกว่า 20 ล้านบาท  ทำกิจกรรมการตลาดในรูปแบบต่างๆ ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2559  เพื่อช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติให้มีความคึกคักมากขึ้น  เช่น การจัดงาน The Platinum City Auto Fair 2016 ระหว่างวันที่ 26 – 30 ก.ย. รวมรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ตกแต่งรถ จากแบรนด์ชั้นนำมอบสิทธิพิเศษ พร้อมโชว์ที่น่าสนใจมากมาย และการจัดงาน  The Platinum Thai Cuisine 2016 ระหว่างวันที่ 23 – 31 ต.ค. จำลองบรรยากาศตลาดน้ำแบบโบราณจำหน่ายอาหารคาวหวานขึ้นชื่อ  เป็นต้น

นายชาญชัย กล่าวอีกว่า  หลังจากบริษัทเดินหน้าทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง  คาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้  เช่นเดียวกับครึ่งแรกของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 344 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 45 ล้านบาท หรือ 15 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการปรับเพิ่มค่าเช่าประจำปีในช่วง ไตรมาสที่ 4 ของปี 2558  จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เช่าและบริการ

ส่วนผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ  ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2559 ที่ผ่านมาก็มีผลการดำเนินงานที่ดีเช่นกัน  โดยยอดสะสม 6 เดือนของปี 2559 มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมที่  173 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักอาศัยของลูกค้าอยู่ที่  85 %  เพราะมีการทำโปรโมชั่นใหม่เอาใจลูกค้า  เช่น การทำ Platinum High Tea Buffet  ที่เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 14.30-17.30 น. ณ แพลทินัม เลานจ์ และในเดือนก.ย. – ต.ค. นี้จะมีการจัดโปรโมชั่น  International Dinner Buffet ไฮไลท์เมนูปู  ที่ห้องอาหารเดอะสแคว  เพื่อกระตุ้นความสนใจให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำมากขึ้น





 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 18 ส.ค. 2559 เวลา : 11:09:02
25-09-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 25, 2020, 7:52 am