การตลาด
สกู๊ป "เซ็น" ฮุบ "ตำมั่ว" เสริมแกร่ง นั่ง "ผู้นำ" ร้านอาหารเอเชีย




จากการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจร้านอาหาร ส่งผลให้การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องมีการเสริมความแข็งแกร่งด้วยการจับมือร่วมกับพันธมิตรในการขยายธุรกิจ  เพราะหากยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างโดดเดี่ยวถือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร จึงถือเป็นการลดความเสี่ยง ขณะเดียวกันยังถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจสามารถเดินได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

             

 

บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่หันมาใช้กลยุทธ์ดังกล่าวในการดำเนินธุรกิจ โดยล่าสุดได้มีการควบรวมกิจการกลุ่มธุรกิจแบรนด์ตำมั่ว ร้านอาหารอีสานสไตล์โมเดิร์น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ  เนื่องจากในอนาคตอันใกล้นี้บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ มีแผนที่จะนำร้านอาหารขยายเข้าไปในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชีย เพื่อนั่งเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารของภูมิภาค

               

 

นายสรรคนนท์ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด  กล่าวว่า การควบรวมกิจการกลุ่มธุรกิจแบรนด์ตำมั่วครั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้บริษัทก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารในภูมิภาคเอเชียได้ เนื่องจากร้านตำมั่วดำเนินธุรกิจร้านอาหารมายาวนานถึง 27 ปี และปัจจุบันได้มีการขยายธุรกิจไปในตลาดประเทศเพื่อนบ้านจำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย พม่า ลาว และกัมพูชา

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจแบรนด์ตำมั่ว ยังมีร้านอาหารในเครืออีกหลายร้านที่จะเอื้อต่อการขยายธุรกิจของบริษัท เซ็นคอร์ปอเรชั่นฯ ไม่ว่าจะเป็นร้านเฝอ ร้านลาวญวณ หรือร้านข้าวมันไก่คุณย่า ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนร้านที่เปิดให้บริการรวมกันประมาณ 127 สาขา  แบ่งเป็นร้านตำมั่ว 100 สาขา ร้านเฝอ 15 สาขา  ร้านลาวญวณ 7 สาขา และร้านข้าวมันไก่คุณย่า 5 สาขา ซึ่งในปี 2560 มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนธุรกิจร้านอาหารในเครือเซ็น คอร์ปอเรชั่นนั้น ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 6 แบรนด์ ส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประกอบด้วย ZEN, ZEN SUSHI & SAKE, AKA, ON THE TABLE, ZEN CUCINA, TETSU, DONBURI, และ GYU GRILL ซึ่งหลังจากเสริมความแข็งแกร่งด้วยการควบรวมกิจการกลุ่มธุรกิจแบรนด์ตำมั่วเป็นที่เรียบร้อยเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ มีแผนที่จะเดินหน้าลุยสาขาใหม่ทันที  โดยในส่วนของปี 2560 มีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 50 สาขา แบ่งเป็นลงทุนเอง 20 สาขา  และขายแฟรนไชส์ 30 สาขา  โดยในส่วนของการลงทุนเอง  บริษํท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ ได้เตรียมงบไว้ประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนจะเป็นแบรนด์ไหนบ้างนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการทำแผนธุรกิจ

 

ขณะที่แผนการขยายสาขาอยู่ระหว่างการเลือกแบรนด์ว่าจะให้ความสำคัญกับแบรนด์ไหนในการเร่งสปีดเปิดสาขาใหม่ แต่ในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงสำเร็จรูปอย่างน้ำปลาร้าปรุงรส ตำมั่ว ไม่ต้องรอ พร้อมติดเครื่องลุยขยายธุรกิจทันที โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัวสินค้าเข้าทำตลาดอย่างเป็นทางการ เพื่อต่อยอดธุรกิจในราคาขวดละ 35 บาท สำหรับสูตรธรรมดา และราคาขวดละ 50 บาท สำหรับสูตรเข้มข้น ซึ่งในส่วนของแนวทางการการทำตลาดในช่วงแรกนั้น จะเน้นไปที่การสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย และวางจำหน่ายสินค้าบริเวณหน้าร้านตำมั่ว ควบคู่ไปกับการขายผ่านช่องทางออนไลน์

หลังจากออกมารุกขยายธุรกิจทั้งร้านอาหารไทยและร้านอาหารญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ มั่นใจว่าสิ้นปี 2560 จะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากปี 2559 ค่อนข้างมาก เนื่องจากสิ้นปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้เติบโตเพียง 10% เท่านั้น เนื่องจากการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารค่อนข้างมีความรุนแรง ประกอบกับช่วงต้นไตรมาส 4 ปีนี้ ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย เพราะอยู่ระหว่างความโศกเศร้าเสียใจกับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

ด้าน นายศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ หัวหน้ากลุ่มงานธุรกิจใหม่ บริษัท เครซี่ สไปซี่ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทยกลุ่มแบรนด์ตำมั่ว กล่าวว่า การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มตำมั่ว เพราะจะทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาธุรกิจร้านอาหารในเครือได้เร็วมากขึ้น  จากปัจจุบันบริษัทมีสาขา อยู่ 127 สาขาในประเทศไทย  และ 6 สาขาในต่างประเทศ  คือ พม่า ลาว และกัมพูชา  ซึ่งในส่วนของแผนการดำเนินธุรกิจในปีหน้า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศควบคู่ไปกับตลาดในประเทศ เพราะจากผลการตอบรับที่ดีจากการนำธุรกิจเข้าไปเปิดให้บริการในประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา พบว่าลูกค้าให้ผลการตอบรับที่ดี

สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการคิดและวางแผนตลาด โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ เพื่อลูกค้าในตลาดแมส  หรือ ตลาดวงกว้างที่กินได้ ตั้งแต่คนรายได้น้อย มนุษย์เงินเดือนรายได้ปานกลาง จนไปถึงคนรวย ซึ่งหลังจากมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายชัดเจนแล้ว ก็จะให้ความสำคัญในเรื่องของราคาอาหาร การตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ภายในร้าน ที่ต้องสอดคล้องกับโพซิชั่นนิ่งของร้านและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

นายศิรุวัฒน์กล่าวต่อว่า พอได้โจทย์ว่าจะทำร้านส้มตำแบบไหนแล้ว ก็เริ่มทำการตลาดได้ทันที เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งคนรวยและคนรายมีได้น้อยสามารถเข้ามากินได้ ทุกอย่างมันจะสอดคล้องกัน อย่างการออกแบบร้าน ก็จะเป็นลักษณะร้านเปิดโล่ง ไม่มีกระจก บรรยากาศร้าน เข้ามาแล้วไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องส่วนตัวมากนัก พนักงานใส่เสื้อยืดสบายๆ ไม่ต้องใส่เสื้อเชิ้ตให้ร้านมันดูแพงเกินไป คนจะไม่กล้าเข้า  ซึ่งเรื่องการวางตำแหน่งลูกค้าเป้าหมายนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก คนที่ทำงานโฆษณาจะรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี ดังนั้นคนจะทำร้านอาหารก็ควรเข้าใจและหยิบมาใช้ ฉะนั้นถ้าคิดจะเปิดร้านอาหาร อย่าแค่บอกว่า คุณทำอาหารอร่อย จบจากสถาบันสอนทำอาหารดัง แต่ถ้าจะทำให้สำเร็จ คุณต้องบอกได้ว่า ตัวเองมีความรู้พื้นฐานในการจัดการธุรกิจมากน้อยแค่ไหน

 

นอกจากนี้ ในส่วนของการสร้างแบรนด์ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากสำหรับการจดจำของลูกค้า เพราะการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การมีชื่อร้าน หรือ รูปสัญลักษณ์ของร้านที่โดดเด่น แต่มันคือ หลักคิด  ซึ่งในส่วนของร้านตำมั่ว จะมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษอยู่พร้อมกันในตัวโลโก้ เพราะทำเพื่อรองรับการขยายธุรกิจเข้าไปในต่างประเทศตั้งแต่แรก นอกจากนี้ ยังมีการนำรูปเม็ดพริกสีแดง เพื่อเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของร้านตำมั่ว เพื่อง่ายต่อการจดจำ แม้ว่าจะอ่านภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษไม่ออก แต่เมื่อเห็นรูปเม็ดพริกสีแดงก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าร้านนี้ คือ ร้านตำมั่ว

จากจุดเด่นของร้านตำมั่วดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเปิดสาขาได้มากถึง 100 สาขา และในอนาคตยังคงมีแผนที่จะขยายอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธุรกิจร้านอาหารไทยยังมีโอกาสให้เข้าไปขยายธุรกิจได้อีกมาก เห็นได้จากตลาดร้านอาหารไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 70,000  ล้านบาท เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10%  ซึ่งในมูลค่าดังกล่าวไม่นับรวมร้านอาหารในรูปแบบสตรีทฟู้ดที่มีมูลค่าสูงถึง 2 แสนล้านบาท เติบโตปีละประมาณ 3% ขณะที่ร้านอาหารญี่ปุ่นมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 10% จึงทำให้นักธุรกิจทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่สนใจที่จะก้าวเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร

ดูจากมูลค่าของธุรกิจร้านอาหารในแต่ละประเภทที่มีมูลค่ามหาศาล และยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด ถึงได้ตัดสินใจควบรวมธุรกิจร้านอาหารในกลุ่มตำมั่ว เพื่อนำเข้ามาเสริมความแข็งแกร่ง ซึ่งนอกจากจะมองตลอดเอเชียเป็นตลาดหลัก เพราะมีพฤติกรรมการบริโภคค่อนข้างเหมือนกันแล้ว ในอนาคต บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นฯ ยังมีแผนที่จะนำธุรกิจในเครือเข้าไปขยายในยุโรปอีกด้วย


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 ธ.ค. 2559 เวลา : 15:53:05
30-05-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 30, 2020, 1:34 pm