การตลาด
สกู๊ป "มอนเดลีซ" ปลุกเทรนด์ตลาดลูกอมสุขภาพ ย้ำที่นั่งผู้นำ


จากความตื่นตัวของกระแสการรักสุขภาพที่เกิดขึ้น ปัจจุบันไม่ได้มีแค่กลุ่มอาหาร หรือข้าวของเครื่องใช้เท่านั้น แต่รวมไปถึงกลุ่มตลาดลูกอม เห็นได้จากเทรนด์การบริโภคลูกอมที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคจะให้ความสนใจกลุ่มสินค้าลูกอมที่เป็นชูการ์ฟรีมากขึ้น  ซึ่งจากความต้องการที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดลูกอมระดับพรีเมียม และลูกอมรสมินต์ได้รับอานิสงส์การเติบโตตามไปด้วย

แนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้การแข่งขันของตลาดลูกอมนับวันจะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น สังเกตได้จากการที่ผู้ประกอบการจะหันมาให้ความสนใจแข่งขันกันในด้านของนวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพ เพื่อเกาะเทรนด์ลูกอมเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดเทรนด์ของตลาดลูกอมด้วยกัน 3 เทรนด์ คือ 1.เทรนด์ลูกอมชูการ์ฟรี หรือลูกอมปราศจากน้ำตาล ตลาดนี้ปีที่ผ่านมาเติบโต 24% 2.เทรนด์ลูกอมพรีเมียม ตลาดนี้เติบโต 32% และเทรนด์ลูกอมกลุ่มมินต์ ตลาดนี้เติบโตที่ 14%

 

กระแสความนิยมที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) จำกัด ต้องตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด ด้วยการเดินหน้าพัฒนาลูกอมนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัว "คลอเร็ท มินต์แท็บ" ลูกอมมินท์เข้มข้นอัดเม็ดปราศจากน้ำตาลเข้ามาทำตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ดูแลสุขภาพ และตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดลูกอมอัดเม็ด

นายฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับจากระยะเวลาที่คลอเร็ทเข้ามาสู่ตลาดไทยในปี 2531 บริษัทมีการนำเสนอสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีความทันสมัยในแต่ละยุค ซึ่งจากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ทำให้การทำธุรกิจในประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเสมอมา และหนึ่งในสินค้าที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีอย่างเห็นได้ชัด คือ คลอเร็ท เพราะปัจจุบันคลอเร็ทยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดลูกอมอัดเม็ดตลอดมา โดยในปีที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตมากที่สุดในกลุ่มลูกอมอัดเม็ด ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 30.3%  

ด้วยความเชี่ยวชาญและการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างยาวนานของมอนเดลีซ ที่มีการศึกษาพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ มอนเดลีซ เข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดีผ่านการสำรวจอย่างต่อเนื่องและการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรธุรกิจ

นอกจากนี้ จากกระแสความต้องการของกลุ่มลูกอมระดับพรีเมี่ยมที่มีการขยายตัวมากขึ้นทำให้ มอนเดลีซ เล็งเห็นโอกาสในตลาดกลุ่มพรีเมียมสำหรับลูกอมที่มีราคา 21 บาทขึ้นไป จึงได้มีการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และจากการณ์คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดลูกอมพรีเมียมปี 2560 จะมีการขยายตัวมากกว่าปีที่ผ่านมา มอนเดลีซ จึงได้มีการนำเสนอสินค้านวัตกรรมใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศนำมาใส่ในลูกอมของแบรนด์ คลอเร็ท เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่ผู้บริโภคในไทย

 

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของคลอเร็ทที่ได้ทำการเปิดตัวเข้ามาทำตลาดในปีนี้ คือ “คลอเร็ท มินต์แท็บ” ลูกอมมินต์เข้มข้นอัดเม็ดปราศจากน้ำตาล เพราะหลังจากเปิดตัวสินค้าดังดล่าวเข้าทำตลาดในประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกเมื่อประมาณปี 2557 พบว่าได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ส่งผลให้คลอเร็ท มินต์แท็บ เป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น และสำหรับการเปิดตัวสินค้าดังกล่าวเข้าทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ มอนเดลีซ ก็คาดว่าจะได้ผลการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่นกัน

นายฐานันท์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของลูกอมปราศจากน้ำตาล เริ่มมีการทำตลาดมานานประมาณ 3-4 ปีที่ผ่านมา ช่วงนั้นผู้บริโภคยังไม่ให้การตอบรับมากนัก แต่สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะสม เพราะเทรนด์ผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกอมปราศจากน้ำตาลมีสัดส่วนประมาณ 30% ในตลาดรวม ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วไปประมาณ 80% และกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม 20% ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนเป็น 50% ภายใน 3-4 ปี ตามเทรนด์ตลาดในประเทศพัฒนาแล้วทั่วไป

ด้าน นางวรณัน วิสิฐนรภัทร ผู้จัดการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์ลูกอม บริษัทมอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  การเปิดตัว “คลอเร็ท มินต์แท็บ” ในครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นและไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคในไทย นอกจากจะเป็นลูกอมมินต์เข้มข้นอัดเม็ดที่ปราศจากน้ำตาล ให้ลมหายใจหอมสดชื่นทันทีและยาวนาน มีรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคให้เลือก ในบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย พกพาสะดวก ยังเป็นสินค้าที่เติบโตเร็วที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ดี  เพื่อนำคลอเร็ท มินต์แท็บ สู่กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายในไทย ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการเข้าสังคม ชอบสร้างเทรนด์ใหม่ๆ และคำนึงถึงคุณภาพอันดับแรก มอนเดลีซ จึงได้มีการส่ง 3 กลยุทธ์หลักเข้ามาพิชิตใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้สนใจซื้อ คอลเร็ท มินต์แท็บ บริโภค ประกอบด้วย 1. การเสริมสร้างความพรีเมียมในผลิตภัณฑ์ ด้วยนวัตกรรมเม็ดอมมินต์เข้มข้น ปราศจากน้ำตาล ให้ลมหายใจหอมสดชื่นทันที และยาวนานยิ่งขึ้น ในบรรจุภัณฑ์โลหะสวยงาม ทันสมัย ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก

 

 



2.การเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่องทาง ผ่านสื่อครอบคลุมทั้งออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาโทรทัศน์ ป้ายบิลบอร์ดทั่วกรุงเทพฯ สื่อ ณ จุดจำหน่าย รวมถึงช่องทางดิจิตอล เฟซบุ๊ก ยูทูป และอินสตาแกรม เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยยังคงมีบอย-ปกรณ์ เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ของคลอเร็ทเป็นปีที 5 ติดต่อกัน 

และ 3. การกระตุ้นยอดขายด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายแบบเต็มสูบ แจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์กว่า 2 ล้านชิ้น ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศไทย ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ เพื่อมอบประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภคก่อนวางขายจริง พร้อมเติมเต็มสื่อสนับสนุนในร้านค้าให้ผู้บริโภคเห็นคลอเร็ทได้ง่าย ทั้งยังเสริมด้วยโปรโมชั่นราคาพิเศษในช่วงเปิดตัวอีกด้วย ซึ่งจากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว มอนเดลีซ ได้เตรียมงบทำการตลาดไว้ที่ประมาณ 70 ล้านบาท

นางวรณัน กล่าวอีกว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าการเปิดตัว คลอเร็ท มินต์แท็บ พร้อมแคมเปญการตลาดที่ครอบคลุมนี้ จะช่วยเสริมสร้างความสำเร็จของคลอเร็ทในประเทศไทยและครองความเป็นผู้นำอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากมอนเดลีซนี้ จะช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดลูกอมโดยรวมได้ถึง 12%

อย่างไรก็ดี หลังจาก มอนเดลีซ ออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่ดังกล่าวเข้าทำตลาด คาดว่าสิ้นปี 2560 ลูกอมคลอเร็ท แบบอัดเม็ดจะมีส่วนแบ่งการตลาดจาก 30.3% เพิ่มเป็น 45% ขณะที่ภาพรวมแบรนด์สินค้าคลอเร็ท คาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดจาก 6.6% เพิ่มเป็น 9% และส่งผลให้ภาพรวมกลุ่มสินค้าลูกอมของบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดจาก 33% เพิ่มเป็น 36%

สำหรับภาพรวมตลาดลูกอมในประเทศไทยปีที่ผ่านมา มีมูลค่า 8,729 ล้านบาท เติบโตประมาณ 9% แบ่งเป็น 6 เซกเมนต์ คือ 1. ลูกอมเม็ดแข็ง 45% เติบโต 15 % 2. เยลลี่เคี้ยวหนึบ 16% เติบโต 10% 3. ลูกอมเคี้ยวหนึบ 16% เติบโตลดลง -2.3% 4. ลูกอมอัดเม็ด 14% เติบโต 2.5% 5. โลลิป็อป 7% เติบโต 92% และ 6. มาร์ชเมลโลว์ 2% เติบโต 9.1% โดยบริษัทฯ เป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งในตลาดรวม 32.3% จากลูกอม “ฮอลล์” 26.4% ในเซกเมนต์ลูกอมเม็ดแข็ง และ “คลอเร็ท” 5.9% ในเซกเมนต์ลูกอมอัดเม็ด


LastUpdate 25/01/2560 19:46:34 โดย : Admin
06-06-2020
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2020, 8:53 pm