เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
JCR คงอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ไทย จับตากระบวนการเลือกตั้ง


สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Japan Credit Rating Agency, Ltd. (JCR) ว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 JCR ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของไทยที่ระดับ A- สกุลเงินบาทที่ระดับ A และคงเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไว้ที่ระดับ A+ โดยมีมุมมองความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ (Stable outlook) 

          
ผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ A- สะท้อนพื้นฐานทาง
เศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการส่งออก ความมีเสถียรภาพของภาคธนาคาร สถานะทางการคลังที่เข้มแข็ง   ตลอดจนดุลยภาพภายนอกที่แข็งแกร่ง   ในขณะเดียวกันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2559 เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของการลงทุนภาครัฐ และการบริโภคของภาคเอกชน รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ 
          
นอกจากนี้ JCR ยังคาดว่าการเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างของรัฐบาลปัจจุบัน ประกอบกับการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้นตาม
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2560 ทั้งนี้ การลดลงของประชากรในวัยทำงานและการเพิ่มสูงขึ้นของค่าจ้างแรงงานในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้น นโยบายรัฐบาล    ซึ่งรวมถึงมาตรการปฏิรูปเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
          
JCR ได้รายงานว่า สถานะทางการคลังของไทยยังคงมีความเข้มแข็งเนื่องจากการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ภายใต้
กรอบวินัยทางการคลังที่กำหนดไว้ในกฎหมายอย่างเข้มงวด ถึงแม้รัฐบาลจะดำเนินนโยบายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปี 2560  และเป็นสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นสำคัญ
 
ในขณะเดียวกันภาคธนาคารพาณิชย์ยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2559 ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมด (NPL Ratio) และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ การเกินดุลการค้าที่ขยายตัวขึ้นอย่างมากในปี 2559 เนื่องจากการลดลงของการนำเข้า ประกอบกับการเกินดุลบัญชีบริการที่เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากภาคการท่องเที่ยว ได้ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากขึ้น และส่งผลให้ดุลการชำระเงินเกินดุลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ JCR คาดการณ์ว่าการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดอาจลดลงในระยะปานกลางเนื่องจากการนำเข้าที่จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอาจได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร
กลางสหรัฐอเมริกา
          
นอกจากนี้ JCR ยังได้รายงานเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งในประเทศไทยจะจัดขึ้นภายหลังจากการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จ   โดย JCR จะติดตามความคืบหน้าในกระบวนการเลือกตั้งและสถานการณ์ ความคืบหน้าของการดำเนินมาตรการเพื่อการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลต่อไป
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 12 เม.ย. 2560 เวลา : 15:59:09
18-11-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 18, 2019, 9:27 am