เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
เหตุระเบิดไม่กระทบท่องเที่ยวไทย


สถานการณ์การท่องเที่ยวยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย  แม้จะเกิดเหตุวางระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกฎเกล้า โดยนางกอบกาญจน์  วัฒนวรางกูร   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า   เหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  ยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว  เนื่องจากไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับผลกระทบ  ประกอบกับมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นในต่างประเทศในเวลาเดียวกัน จึงไม่กระทบกับภาคการท่องเที่ยวของไทย 

แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ไม่ประมาทและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  โดยได้เตรียมความพร้อมในการชี้แจง  ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวไว้แล้ว   ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดออกประกาศเตือน  หรือห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย  ขณะเดียวกัน กระทรวงฯก็จะเดินหน้าประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยในช่วงนี้ จะยังคงเน้นเรื่องอาหาร ผลไม้ วัฒนธรรมท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงกีฬา


นางกอบกาญจน์  บอกด้วยว่า  ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในอาเซียนมี  2 ด้าน  ด้านหนึ่งคือกลุ่มการท่องเที่ยวทางไกล เน้นที่ตลาดที่อยู่ไกลออกไป เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง  โดยจัดแพ็กเกจการท่องเที่ยวที่มีสถานที่ปลายทาง 2-3 ประเทศและอีกกลุ่มหนึ่ง คือ การท่องเที่ยวภายในอาเซียน ซึ่ งจะเน้นการโปรโมตการเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพการรักษาพยาบาลและการศึกษา เป็นต้น
          
สำหรับการเดินทาง ทางอากาศในภูมิภาค นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า สายการบินแบบประหยัดมีบทบาทสูงมากในการส่งเสริมการเดินทางในภูมิภาค ยกตัวอย่าง กลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่  กัมพูชา  สปป.ลาว  เมียนมา และเวียดนาม ปัจจุบันมีเที่ยวบินที่เริ่มต้นในไทยกว่า 600 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยมีบินไปเมียนมาถึง 299 เที่ยวบิน  เวียดนาม 190 เที่ยวบิน กัมพูชา108 เที่ยวบิน และสปป.ลาวอีก 61 เที่ยว
          
ส่วนการเดินทางทางบกนั้นยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยได้อานิสงส์จากการพัฒนาทางหลักเชื่อมต่อระหว่างทิศตะวันออกกับตะวันตก และระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้ของไทย โดยไม่เพียงแต่จะเป็นถนนทางหลวงสำหรับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถโดยสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรถไฟ และรถไฟฟ้าความเร็วสูง  เช่นจากเวียดนามและกัมพูชาก็สามารถไปเมียนมาโดยผ่านไทย  จากจีนและลาวก็สามารถลงไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ด้วยการผ่านไทยเช่นกัน
          
ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องมุ่งมั่นรักษาความเป็นศูนย์กลางคมนาคมในภูมิภาค แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องแก้ไข คือ การเดินทางทางน้ำที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้สมกับศักยภาพที่มีอยู่ โดยเฉพาะทางทะเล  ซึ่งในขณะนี้หลายๆ ฝ่ายรวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาของไทยก็กำลังวางแผนร่วมกับภาคเอกชนและกระทรวงท่องเที่ยวของประเทศอาเซียนเพื่อพัฒนาสินค้า และบริการ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นทะเลแคริบเบียนแห่งอาเซียน  สำหรับเรือสำราญ   เรือยอชต์ และเรือซูเปอร์ยอชต์  ขณะเดียวกันยังมีอีกเส้นทาง หนึ่งที่ศักยภาพในการท่องเที่ยวสูง คือแม่น้ำโขงที่ไหลจากจีน ผ่านถึง 5 ประเทศใน อินโดจีน คือ เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งต้องให้ความสำคัญมากขึ้น
 
ด้านนายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ   รมว.คมนาคม  เปิดเผยภายหลังการประชุม 30th IATA Ground Handling Conference (IGHC) ว่า สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ได้ระบุว่า อุตสาหกรรมการบินการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการเติบโตสูงมาก โดยเฉพาะประเทศไทย มีโอกาสในการเติบโตมาก โดยใน 20 ปีข้างหน้า ตลาดท่องเที่ยวและการบินของไทยจะขึ้นอยู่ในอันดับ Top10 ของโลกได้ และจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค          
ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร โดยเร่งรัดปรับปรุงสนามบินหลักโดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมกันนี้ IATA ขอให้ไทยเร่งเพิ่มเทคโนโลยีขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินหลัก เนื่องจากปัจจุบันไทยยังขาดประสิทธิภาพ 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 23 พ.ค. 2560 เวลา : 21:26:05
23-09-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 23, 2019, 11:19 pm