เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
กรมบัญชีกลางชี้แจงภาวะเงินคงคลัง


 

 

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่แฟนเพจอาณาจักรไบกอน Returns” เผยแพร่ตัวเลขเงินคงคลังปี 2560 เหลือ 74,907 ล้านบาท ลดลงจากปี 2559 ที่มีอยู่ 235,805 ล้านบาท ซึ่งแฟนเพจดังกล่าว แสดงความไม่พอใจและได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในประเด็นการบริหารการคลังที่ใช้จ่ายงบประมาณ โดยไม่คำนึงถึงรายรับและไม่มีวิธีการหารายได้เข้ารัฐที่มีประสิทธิภาพ นั้น 

อธิบดีกรมบัญชีกลางขอชี้แจงว่า เงินคงคลัง คือ เงินสดคงเหลือในมือของรัฐบาล (Cash on hand) ที่มีสำรองไว้สำหรับใช้จ่าย เวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสถานการณ์การจัดเก็บรายได้ และการใช้จ่ายเงิน
ของรัฐบาล หากมีการจัดเก็บรายได้มากกว่ารายจ่าย เงินคงคลังก็จะเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากจัดเก็บรายได้ได้น้อยกว่ารายจ่าย เงินคงคลังก็จะลดลง ดังนั้น ตัวเลขเงินคงคลังปี 2560 เหลือ 74,907 ล้านบาท เป็นข้อมูลเงินคงคลังคงเหลือ สิ้นเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งนโยบายในการบริหารจัดการเงินคงคลังของกระทรวงการคลัง มีการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องการจะถือครองเงินคงคลังไว้มากเกินความจำเป็น เนื่องจากต้องการประหยัดภาระดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้เงิน 

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดีในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ .. 2560 (ตุลาคม 2559-กรกฎาคม 2560) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 1,912,725 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 6,755 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.4 โดยในปีงบประมาณ .. 2560 กระทรวงการคลังคาดว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ รัฐบาลได้ดำเนินโครงการต่างๆ เช่น โครงการพัฒนาระบบการชำระเงิน
แบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) และการผลักดันนโยบายการจัดทำบัญชีเดียวของผู้ประกอบการ (Single Financial Account) เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีหลายบัญชีให้มาทำบัญชีเดียว เป็นต้น ซึ่งการดำเนินมาตรการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้เสียภาษีเข้าสู่ระบบมากขึ้น ส่งผลให้มีฐานภาษีที่กว้างขึ้น สามารถจัดเก็บภาษีได้ถูกต้อง
และครบถ้วน อันจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในอนาคต โดย สิ้นเดือนกรกฎาคม 2560 เงินคงคลังคงเหลือจำนวน 258,419 ล้านบาท

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือค่าโดยสารรถไฟผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  เป็นกรณีที่รัฐบาลได้เปลี่ยนวิธีการ
ให้ความช่วยเหลือจากเดิมที่เป็นแบบเหมาจ่ายรายเดือนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นการให้ความช่วยเหลือกับ
ผู้ลงทะเบียนตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 โดยกำหนดคุณสมบัติสำหรับผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ ดังนี้ 1.มีสัญชาติไทย 2.มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (โดยต้องเกิดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม 2542)
3.
ว่างงานหรือมีรายได้ที่เกิดขึ้นในปี .. 2559 ทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท 4.ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝากธนาคาร สลากออมสิน สลาก ... พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ หรือถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังกล่าว จะต้องมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท เวลาใดเวลาหนึ่ง และ 5.ไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามกฎหมาย หรือถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด  ซึ่งผู้มีสิทธิจะได้รับความช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  ทั้งนี้ หากพบว่ามีผู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข แต่ยังไม่ได้มาลงทะเบียนในปี 2560 สามารถมาลงในทะเบียนในปีถัดไปได้


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 07 ก.ย. 2560 เวลา : 16:13:31
19-10-2019
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 19, 2019, 11:17 pm