เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ เรื่อง ส่งออกไทยเดือน ก.พ. โตต่อที่ 10.3% อีไอซีแนะจับตาบาทแข็ง-นโยบายกีดกันทางการค้าสหรัฐฯ


มูลค่าการส่งออกไทยเดือน .. ขยายตัวสูงต่อเนื่องที่10.3%YOY โดยเติบโตดีในเกือบทุกตลาดส่งออกสำคัญและหมวดสินค้า นำโดยการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน อาทิ น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์และพลาสติก ที่เติบโต 47%YOY และ 20%YOY ตามลำดับ ด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลักยังคงเติบโตสอดคล้องกับภาคการผลิตของโลก เช่น คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ รวมถึงรถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 21%YOY และ 18%YOY ตามลำดับ ในขณะเดียวกัน ราคาส่งออกข้าวและมันสำปะหลังที่ฟื้นตัว ส่งผลให้การส่งออกสินค้าดังกล่าวเติบโตที่ 20%YOY และ 14%YOY ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ราคาส่งออกสินค้าเกษตรบางรายการที่หดตัว เช่น ยางพาราและน้ำตาล ส่งผลให้การส่งออกสินค้าดังกล่าวหดตัวที่ 29%YOY และ24%YOY ตามลำดับ

 

 

มูลค่าการนำเข้าเติบโตต่อเนื่องที่ 16.0%YOY จากการนำเข้าในกลุ่มสินค้าเชื้อเพลิงที่เติบโตกว่า 21%YOY ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ด้านการนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยังขยายตัวกว่า 28%YOY ตามแนวโน้มการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในสินค้ากลุ่มดังกล่าวขณะที่สินค้าทุน (ไม่รวมเครื่องบินและเรือขยายตัว 1.3%YOY สะท้อนการลงทุนในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อีไอซีคาดมูลค่าการส่งออกทั้งปี 2018 จะขยายตัวที่ 5.0%ตามแนวโน้มการเติบโตของภาคการผลิตโลก ประกอบกับราคาน้ำมันและสินค้าเกษตรบางรายการที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับคู่ค้าสำคัญ สะท้อนจากดัชนี Real Effective Exchange Rate (REER) ที่เพิ่มขึ้นราว 5% ตั้งแต่ต้นปี 2017 อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ถูกทดแทนได้ง่ายอย่างสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง น้ำตาล และยางพารา นอกจากนี้ เงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าอาจกระทบโดยตรงต่อกำไรในรูปเงินบาทของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรที่กล่าวข้างต้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบนำเข้าน้อย จึงไม่ได้รับประโยชน์จากเงินบาทที่แข็งค่ามากนัก อีกทั้งยังมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้น (gross profit margin) ที่ค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหากไม่ทำการปิดความเสี่ยงด้านค่าเงิน (hedging)

สินค้าส่งออกไทยบางรายการอาจเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และการตอบโต้ (retaliation) จากประเทศต่างๆ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้อนุมัติมาตรการ safeguard เก็บภาษีการนำเข้าเครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์ ไปเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2018ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ได้ลงนามอย่างเป็นทางการเพื่ออนุมัติให้สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากทุกประเทศ (safeguard) ในอัตรา 25% เพิ่มเติมจากมาตรการภาษีทั้งหมดที่มีการเรียกเก็บอยู่ก่อนแล้วในปัจจุบัน ซึ่งอีไอซีประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้ปริมาณส่งออกเหล็กของไทยไปยังสหรัฐฯ ลดลง 2 แสนตัน  (9% ของปริมาณเหล็กส่งออกทั้งหมดของไทยหรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.1% ของมูลค่าส่งออกไทยทั้งหมด

อีไอซีคาดว่ามูลค่าการนำเข้าทั้งปี 2018 จะขยายตัวที่9.2% โดยเติบโตตามความต้องการสินค้าวัตถุดิบและสินค้าทุน ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวตามการลงทุนในประเทศที่คาด


บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 มี.ค. 2561 เวลา : 15:38:39

18-10-2018
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 มิถุนายน 2555